เหตุลอบยิงคปท.ดับ1เจ็บ4วานนี้ กปปส.สงสัยเป็นฝีมือเด็ก"โกตี้"เหตุโพสต์เฟซบุ๊กรู้ว่าจะถูกซุ่มยิงก่อนหน้า ด้านนปช.ชุมนุมใหญ่ 5 เม.ย.ที่ถนนอักษะ
คนร้ายลอบยิงขบวนรถคปท.ขณะขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ หลังกลับจากร่วมชุมนุมที่ศูนย์ราชการ กระสุนเจาะหัวการ์ดดับ 1 บาดเจ็บอีก 4 กปปส.สงสัยเป็นฝีมือเด็ก"โกตี้"เหตุโพสต์เฟซบุ๊กรู้ว่าจะถูกซุ่มยิงก่อนหน้า ด้านนปช.ชุมนุมใหญ่ 5 เม.ย.ที่ถนนอักษะ "จตุพร"ตั้งเป้า 5 แสน ปักหลัก 2-3 วัน
กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ถูกลอบยิ่งใส่ขบวนรถ หลังเดินทางกลับจากร่วมชุมนุมเคลื่อนไหวที่ศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ เป็นผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 4
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.50 น.วานนี้(1 เม.ย.) ได้เกิดเหตุคนร้ายใช้ปืนไม่ทราบขนาด กราดยิงเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม คปท. บริเวณทางขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ ใกล้กับวัดบัวขวัญ ถนนงามวงศ์วาน ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี จ.นนทบุรี
เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุม เดินทางกลับออกมาจากศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ หลังมาร่วมชุมนุมกับกลุ่ม กปปส. และปฏิบัติภารกิจเสร็จสิ้น โดยเคลื่อนขบวนเพื่อขึ้นทางด่วน แต่ขณะเดินทางมาถึงได้ถูกคนร้ายใช้ปืนกราดยิงเข้าใส่ทันที ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บทันที 5 ราย เป็นชาย 3 ราย และหญิงอีก 2 ราย โดยมีอาการสาหัส 1 ราย ถูกยิงเข้าที่บริเวณศรีษะ เจ้าหน้าที่การ์ดได้ช่วยกันลำเลียงผู้บาดเจ็บส่งไปรักษาอาการที่โรงพยาบาลรามาธิบดีทันที
ต่อมา นายอุทัย ยอดมณี แกนนำคปท.เปิดเผย มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ราย คือ ส.อ.วสันต์ คำวงศ์ อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 49/191ต.บึงคอไห อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เป็นการ์ดถูกยิงศีรษะบนรถเครื่องขยายเสียง หลังจากแพทย์พยายามปั๊มหัวใจแต่ไม่สามารถยื้อชีวิตได้ ซึ่งจากการสอบถามผู้อยู่ในเหตุการณ์ ระบุว่า กระสุนปืนออกมาจากแนววัดบัวขวัญ ซึ่งน่าจะเป็นจุดสูงจากอาคารและเป็นการยิงมาเป็นชุด
ต่อมาเมื่อเวลา 16.00 น. โรงพยาบาลรามาธิบดีออกแถลงการณ์ ระบุว่า ตามที่มีเหตุยิงใส่ผู้ชุมนุมบริเวณทางขึ้นทางด่วนแจ้งวัฒนะ มีผู้บาดเจ็บถูกนำส่งมารักษาที่รพ.รามาฯ 3 ราย เป็นชาย 2 ราย หญิง 1 ราย รายละเอียด คือ 1.ส.อ.วสันต์ ค้าวงศ์ อายุ 52 ปี เสียชีวิตจากบาดเจ็บรุนแรงที่ศรีษะและเนื้อสมอง 2.ชายไทยอายุ 33 ปี ถูกกระสุนที่สะโพกซ้ายทะลุหัวเหน่า รอเข้ารับการผ่าตัด และ 3.หญิงไทย อายุ 60 ปี มีบาดแผลที่บริเวณข้อมือขวา
กปปส.สงสัยฝีมือเด็ก"โกตี๋"
ที่เวทีสวนลุมพินี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษกกปปส.กล่าวเมื่อเวลา 16.00 น. ถึงเหตุที่เกิดขึ้นว่า ขอตั้งข้อสังเกตว่า ก่อนที่จะมีเหตุเกิดขึ้นพบว่าเวลาประมาณ 11.00 น. มีการโพสต์ข้อความจากโฟซบุ๊กที่ใช้ชื่อว่า “ลุงยิ้ม ตาสว่าง” ระบุข้อความว่า "วันนี้อย่าเข้าใกล้ลุงกำนันได้ข่าวทีมงานโกตี๋ขนขนมจากชายแดนไปรอต้อนรับขากลับเป็นที่เรียบร้อย กลับทางด่วนสงสัยจะงานเข้า”
ทั้งนี้ "ลุงยิ้ม ตาสว่าง" เป็นแนวร่วมของนปช.และเป็นเพื่อนของนายวุฒิพงศ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ดังนั้นเมื่อมีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้แล้วจึงอยากให้ตำรวจสอบสวนทั้ง 2 คนนี้ เพื่อขยายผลจับกุมผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
"สุเทพ"นำมวลชนบุกศูนย์ราชการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 09.00 น. นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. พร้อมด้วยแกนนำคนอื่น ๆ ได้นำมวลชนกลุ่ม เคลื่อนขบวนด้วยรถยนต์ไปยังศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ เพื่อแสดงพลังเชิงสัญลักษณ์ทางการเมือง เนื่องในวันข้าราชการพลเรือน 1 เม.ย. และรณรงค์ให้ข้าราชการเลิกรับใช้ระบอบทักษิณ ออกมายืนเคียงข้างมวลมหาประชาชน
ทั้งนี้ มวลชนใช้เส้นทางจากเวทีสวนลุมพินี ขึ้นทางด่วนจากพระราม 4 บริเวณบ่อนไก่ มุ่งหน้าดินแดง แล้วใช้เส้นทางต่างระดับมักกะสัน จากนั้นขึ้นทางด่วนขั้นที่ 2 แล้วใช้เส้นทางต่างระดับพญาไทเพื่อเข้าศูนย์ราชการ จากนั้นมวลชนได้ชุมนุมอยู่ที่ศูนย์ราชการ อาคารบี โดยนายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ และนายสกลธี ภัททิยกุล แกนนำ กปปส.เข้าเจรจากับ ผบ.ร้อย.ปตอ.พัน.6 เพื่อขอให้ตัวแทนผู้ชุมนุม 20 คน เข้าพื้นที่อาคารบี เพื่อแจกใบปลิว "สารจากมวลมหาประชาชน ถึงข้าราชการของแผ่นดิน" โดยทหารยินยอมตามคำขอ ขณะที่บรรยากาศการรักษาความปลอดภัยภายในอาคารบี มีเจ้าหน้าที่ทหารสังกัด ปตอ.พัน.6 จำนวน 1 กองร้อย ดูแลความเรียบร้อย
หลวงปู่ฯขอ"สุเทพ"เร่งภารกิจให้จบเม.ย.
ขณะที่เมื่อเวลา 11.00 น. หลังเดินทางมาถึง นายสุเทพ พร้อมด้วยแกนนำ ได้เข้าพบหลวงปู่พุทธะอิสระ ที่เรือนไทย ใกล้พื้นที่ชุมนุม เพื่อถวายภัตตาหารเพลแด่พระภิกษุสงฆ์และสามเณร พร้อมกันนี้ หลวงปู่พุทธะอิสระได้เตรียมอาหารเพื่อให้คณะของนายสุเทพ ได้พักรับประทานอาหารด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลวงปู่ได้มอบผ้าพันคอปลุกเสกแก่นายสุเทพ และแกนนำ กปปส.เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมกล่าวให้พรขอให้ประสบชัยชนะ และขอให้เร่งทำภารกิจให้เสร็จสิ้นภายในสิ้นเดือนเม.ย.นี้
ติดป้ายพระบรมราโชวาทในศูนย์ราชการ
ขณะเดียวกัน มวลชนกลุ่มคปท. นำโดยนายนิติธร ล้ำเหลือ และนายอุทัย ยอดมณี แกนนำ คปท. ได้เดินทางมาที่ศูนย์ราชการด้วย ได้นำผู้ชุมนุมเดินผ่านประตูฝั่งทิศใต้ เข้ามาชุมนุมภายในอาคารศูนย์ราชการ แจ้งวัฒนะ พร้อมส่งตัวแทนผู้ชุมนุม ติดป้ายฟีเจอร์บอร์ด 4 ป้ายขนาดใหญ่ สูงกว่า 150 เซนติเมตร ป้ายดังกล่าวเป็นลายกรอบรูปสีทอง มีพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเนื่องในวันข้าราชการพลเรือน เมื่อปี พ.ศ.2537
ทั้งนี้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส. ได้อ่านสารจากมวลมหาประชาชนถึงข้าราชการของแผ่นดิน เนื่องในวันข้าราชการพลเรือนเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดรับใช้ระบอบทักษิณ และเข้าร่วมกับมวลมหาประชาชนโค่นล้มและขจัดระบอบทักษิณให้หมดไปจากประเทศไทย
"สุเทพ"ย้ำต้องปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง
จากนั้นนายสุเทพ ได้ขึ้นปราศรัย เรียกร้องให้ข้าราชการเลิกทำงานรับใช้รัฐบาลและระบอบทักษิณ ให้ร่วมกันเดินหน้าปฏิรูปประเทศไทยก่อนการเลือกตั้ง และยืนยันว่าจะไม่ให้มีการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาดจนกว่าจะปฏิรูปประเทศไทยได้ จะไม่ยอมให้คนพวกนี้มีอำนาจปกครองบริหารบ้านเมืองอีกต่อไป
ขณะเดียวกัน ยืนยันว่าทุกอย่างจะต้องจบภายในเดือนเมษายนนี้ ซึ่งฉากสำคัญสุดท้ายของการต่อสู้ของมวลมหาประชาชนคือ พลังของพี่น้องข้าราชการที่จะออกมาสมทบเคียงข้างมวลมหาประชาชน
ต่อมาในเวลา 14.00 น. นายสุเทพได้เข้าหารือร่วมกับหลวงปู่พุทธะอิสระ เกี่ยวกับแนวทางการเคลื่อนไหวใหญ่ในวันที่ 5 เม.ย.นี้ เพื่อกำหนดมาตรการเผด็จศึกอีกครั้ง
"ประยุทธ์"ยันดูแลทุกฝ่ายเท่าเทียมกัน
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) กล่าวถึงกรณีที่พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นัดหารือกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองว่า ตามปกติคุยกันอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องประชุมกันบ่อย แต่หากเห็นว่ามีความจำเป็นจึงนัดประชุมกัน เพราะทุกเหล่าทัพมีแนวทางการปฏิบัติอยู่แล้ว
ส่วนจะมีการหารือเพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์การชุมนุมในวันที่ 5 เม.ย.หรือไม่นั้น คิดว่าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม เพราะหน้าที่ของเราคือการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินไม่ให้เกิดอันตราย บาดเจ็บ หรือสูญเสีย
“มีการพูดคุย และหารือกันตลอดผ่านทุกกลไก ทั้งการประชุมประชาคมข่าวกรอง การประชุมของสำนักนโยบาย และแผน การประชุมทุกหน่วยงานของกองทัพ จากแนวทางที่เราได้คุยกันแล้วจึงได้พยายามกำหนดบทบาทให้ชัดเจนขึ้น โดยเน้นหนักเรื่องการดูแลพื้นที่โดยรวม ทั้งพื้นที่จุดตรวจ พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่ปฐมพยาบาล เป็นการป้องกันอย่างครบวงจร และประชาชนไม่ได้มีแค่ผู้ชุมนุม แต่มีประชาชนที่มีภูมิลำเนา และสัญจรไปมาอยู่บริเวณนั้น อย่าไปมองว่าเราไปวางกำลังให้กลุ่มไหน จะเห็นได้ว่าเราวางกำลังให้ทั้งสองพวก”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
นปช.ชุมนุมใหญ่ถนนอักษะ5เม.ย.
ด้านความเคลื่อนไหวการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ในวันที่ 5 เม.ย.นี้นั้น นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช. เปิดเผยถึงจุดนัดพบมวลชนคนเสื้อแดงในการชุมนุมใหญ่ว่า จะมีขึ้นที่ถนนอักษะ ซึ่งเป็นถนนที่เชื่อมระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 ในเขตทวีวัฒนา กรุงเทพฯ ขอให้มวลชนมาให้ถึง 500,000 คน เพื่อจะแสดงสัญลักษณ์ให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. เห็นว่ากลุ่ม นปช. มีมวลชนที่เข้าร่วมจำนวนมากกว่า กปปส.
อย่างไร การชุมนุมดังกล่าวจะเป็นการชุมนุมต่อเนื่องอย่างน้อย 2-3 วัน ขอให้มวลชนเตรียมเสื้อผ้าในการเข้าร่วมชุมนุมมาให้พร้อมด้วย
ส่วนนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ ในฐานะเลขาธิการนปช. กล่าวว่า ฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดูแลความสงบไม่ต้องกังวลต่อการชุมนุมที่จะเกิดขึ้น โดยหลักกการที่ายึดถือคือจะไม่ให้มีการเผชิญหน้า และกระทบกระทั่งกันระหว่างมวลชนทั้งสองฝ่าย ไม่ได้ต้องการความรุนแรง สิ่งที่ต้องการคือแสดงพลังให้กลุ่มกปปส.และผู้ที่อยู่เบื้องหลังรู้ว่ามีคนจำนวนมากไม่ยอมรับแนวทางเหล่านั้น
"ภราดร"เชื่อ5เม.ย.ไร้เหตุปะทะ
ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ( สมช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการชุมนุมของกลุ่ม นปช.ว่า ประเมินว่าคงมีมวลชนจำนวนมากมาร่วม ขณะที่กลุ่ม กปปส.นัดประชุมระดับแกนนำที่สวนลุมพินี ซึ่งเป็นพื้นที่รักษาความปลอดภัยได้ดี จึงเชื่อมั่นว่าการเคลื่อนไหวของทั้งสองกลุ่มจะไม่เกิดการเผชิญหน้ากัน เชื่อว่าสถานการณ์ไม่น่าจะเกิดความรุนแรง และสามารถดูแลความปลอดภัยได้
เมื่อถามว่ามองอย่างไรที่ ผบ.เหล่าทัพ เตรียมหารือถึงสถานการณ์ทางการเมือง พล.ท.ภราดร กล่าวว่า การคุยกันของผู้บัญชาการทหารสูงสุด คงจะเป็นการประเมินสถานการณ์และหารือร่วมกันเพื่อติดตามและคลี่คลายสถานการณ์ ตอนนี้ทหารก็ปฏิบัติการร่วมกับตำรวจอย่างใกล้ชิด โดยให้น้ำหนักเรื่องของจุดตรวจร่วม จุดตรวจความมั่นคงและการลาดตระเวนดูแลความปลอดภัย และขณะนี้สถานการณ์ยังไม่มีเหตุที่บ่งบอกว่าจะไปถึงการเผชิญหน้า
เตรียมขอหมายจับคดีระเบิดมีนบุรี
ส่วนความคืบหน้ากรณีเหตุระเบิดและพบระเบิดจำนวนมากย่านมีนบุรีนั้น พล.ต.ต.สุคุณ พรหมายน ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 3 (ผบก.น.3) รายงานความคืบหน้าการสอบสวนคดีระเบิดในพื้นที่ สน.มีนบุรี มายังกองบัญชาการตำรวจนครบาลว่า พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรี ได้สอบปากคำพยานแวดล้อมใกล้เคียงที่เกิดเหตุ และญาติผู้ตายอย่างละเอียดแล้ว
รวมถึงตรวจสอบข้อมูลเชิงลึกต่างๆ โดยพบว่าเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีอย่างมาก ขณะที่ฝ่ายสืบสวนกำลังตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิด รอบบริเวณที่เกิดระเบิด และบ้านเช่าที่พบวัตถุระเบิด รวมถึงตรวจสอบรอยนิ้วมือแฝงภายในบ้านทั้งหมด เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับผู้ต้องสงสัย ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการรอผลตรวจพิสูจน์จากเจ้าหน้าที่เก็บกู้วัตถุระเบิดและกองพิสูจน์หลักฐานเพิ่มเติม
ด้าน พ.ต.อ.กัญชล อินทราราม ผกก.สน.มีนบุรี กล่าวว่า ตำรวจได้ภาพถ่ายของนายอ่าว อิสระส์ ซึ่งใช้บัตรประจำตัวอาสาสมัครตำรวจชุมชน สภ.ราชบุรี ทำสัญญาเช่าบ้าน โดยมีการอ้างว่า เป็นช่างไฟฟ้า จะมาทำการซ่อมแซมไฟฟ้า พร้อมคนงานอีกกว่า 10 คน โดยทั้งหมดได้เช่าบ้านพักเมื่อวันที่ 8 มี.ค.ที่ผ่านมา ระบุสัญญาเช่า 6 เดือนๆ ละ 7,000 บาท
แต่จากการตรวจสอบข้อมูลตามทะเบียนราษฎร ไม่พบชื่อชายคนดังกล่าวอยู่ในประวัติทะเบียนราษฎร จึงเข้าข่ายเป็นผู้ต้องสงสัย ดังนั้น พนักงานสอบสวนจึงรวบรวมหลักฐาน เพื่อนำไปการขออนุมัติหมายจับต่อศาล





