อดีตผู้พิพากษาเจ้าคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจซาอุเผยพร้อมแจงคณะกรรมการสอบวินัยฯปมประกันคดียา จนทำให้ถูกพักราชการ
นายสมศักดิ์ ผลส่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักงานศาลยุติธรรม อดีตเจ้าของสำนวนผู้พิพากษา คดีอุ้มฆ่านายมูอัมหมัด อัลรู ไวลี่ ที่มี พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม อดีตจเรตำรวจกับพวกรวม 5 คน เป็นจำเลย ได้กล่าวถึงกรณีที่ถูกสั่งพักราชการ เนื่องจากถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยการร้ายแรงในการสั่งประกันตัวคดีอื่นขณะดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลสระบุรี ว่า เมื่อครั้งแรกได้ปฏิบัติหน้าที่รับผิดชอบกระบวนพิจารณาคดีนี้ ช่วงตลอด 3 ปี ตนได้ทำการสืบพยานทุกฝ่ายอย่างเต็มที่ และได้มีการสั่งส่งประเด็นสืบพยานที่อยู่ในต่างประเทศ แต่ก็กลับถูกฝ่ายจำเลยร้องขอต่ออธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญาคัดค้านกรณีดังกล่าว และจะให้เปลี่ยนตัวตนในการดำเนินกระบวนพิจารณาคดีนี้ แต่สุดท้ายเมื่ออธิบดีศาลอาญา พิจารณาแล้วเห็นว่าได้ดำเนินการอย่างถูกต้องตามอำนาจหน้าที่แล้วที่สั่งส่งประเด็นสืบพยานที่อยู่ในต่างประเทศ
อย่างไรก็ดีในส่วนที่ตนที่ถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง โดยกล่าวหาว่า ดำเนินการสั่งให้ประกันตัวผู้ต้องหาคดียาเสพติดไม่ชอบ เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสระบุรีนั้น ตนก็รู้สึกแปลกใจเพราะที่ได้มีการตรวจสอบเรื่องตนดำเนินการมานาน 5 ปี มีความพยายามย้อนดูสำนวน 20 เรื่อง แต่จากการตรวจสอบจะพบว่า 17 คดีนั้นการสั่งประกันผู้ต้องหาก็ไม่ได้หลบหนี ขณะที่อีกเรื่องจะพบว่ามีผู้ต้องหาหลบหนีไปแต่ภายหลังนายประกันก็ได้พาตัวกลับมาดำเนินคดีได้ และอีกคดีผู้ต้องหานั้นถูกยิงเสียชีวิต คดีจึงเป็นอันยุติตามประมวลวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งการสั่งประกันแม้บางคดีจะมีจำนวนยามากถึง 100 เม็ดแต่ตนเคยค้นสำนวนศาลฎีกาพบว่า ผู้ต้องหาที่มียาจำนวนมาก 36,000 เม็ด ก็ยังได้รับการประกัน ขณะที่การสั่งประกันดังกล่าวก็ไม่มีโจทก์ - จำเลย นายประกัน ร้องเรียน หรือยื่นบัตรสนเท่ห์ว่าตนดำเนินการไม่ชอบ แต่เรื่องดังกล่าวมีบุคคลที่พยายามทำให้กระทบกับการทำหน้าที่ของตน ขณะที่ตนตั้งข้อสังเกตว่า เรื่องที่ตนดำเนินการ 5 ปีแล้วซึ่งไม่มีหลักฐานว่าได้ทำการทุจริต กลับถูกนำมาตั้งเรื่องสอบสวนในช่วงนี้ เพื่อจะสบช่องพักราชการตนช่วงทำคำพิพากษาหรือไม่ ซึ่งตนได้เตรียมรายละเอียดเกี่ยวกับการสั่งประกันดังกล่าว ชี้แจงต่อคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรงในวันพรุ่งนี้ ( 2 เม.ย.) โดยตนมั่นใจในสิ่งที่ตนได้ปฏิบัติหน้าที่ตามอำนาจที่มีโดยสุจริต
อย่างไรก็ตามในส่วนที่เกี่ยวกับผู้บริหารศาลอาญา ยืนยันว่าไม่เคยมีปัญหาขัดแย้งอะไรต่อกันในเรื่องนี้อย่างแน่นอน ซึ่งหลังจากนี้ตนจะต่อสู้เรื่องการถูกสอบสวนวินัยต่อไป โดยยอมรับว่ารู้สึกเสียใจที่ถูกสั่งพักราชการ และถูกตรวจสอบจากการที่ตนได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว





