ป.ป.ช. ถก"ยิ่งลักษณ์"ร้องขอสอบพยานเพิ่ม 11 ปาก เผยไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นสามารถตัดชื่อดังกล่าวออกไปได้
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ยื่นคำร้องขอให้ป.ป.ช.สอบพยานบุคคลเพิ่มเติมจำนวน 11 ปากว่า ในที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.วันนี้ (1 เม.ย.) จะมีการหารือเรื่องดังกล่าวเพื่อพิจารณาว่าในรายชื่อ 11 คน เกี่ยวข้องกับการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหรือไม่อย่างไร เพราะหากบางรายชื่อที่อ้างมานั้น พบว่าไม่เกี่ยวข้องกับประเด็นเลยสามารถตัดชื่อดังกล่าวออกไปได้ หรือบางคนดูแล้วว่าหากสอบเพิ่มเติมจะไม่ได้ข้อมูลเพิ่มขึ้นจากที่ดำเนินการไต่สวนมาก็ไม่จำเป็นต้องสอบ คงต้องตัดไป แต่จะพิจารณาเอาเฉพาะประเด็นที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ต่อการชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาของผู้ถูกกล่าวหาเองเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงเพิ่มมากขึ้น และเป็นการให้ความเป็นธรรมกับผู้ถูกกล่าวหาด้วย
อย่างไรก็ตาม หากมีการกล่าวอ้างถึงขั้นตอนและวิธีการของโครงการรับจำนำข้าวคิดว่าคงไม่จำเป็น เนื่องจากคณะทำงานไต่สวนดำเนินการมาโดยละเอียดแล้ว เชื่อว่าคงได้ทราบว่าจะให้มีการไต่สวนเพิ่มเติมอีกกี่ราย หรือจะตัดออกทั้งหมด 11 ราย ก็สามารถทำได้ ซึ่งต้องรอมติที่ประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ก่อน จากนั้นคณะทำงานไต่สวนสามารถนัดหมายสอบพยานเพิ่มเติมได้ในทันที โดยตามหลักการแล้วไม่มีกำหนดกรอบเวลาในการสอบพยานเพิ่มเติม แต่ต้องไม่ช้า
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีการวิจารณ์ว่าการอ้างพยานเพิ่มเติมนั้นเป็นการซื้อเวลา นายวิทยา กล่าวว่า ปกติการที่ผู้ถูกกล่าวหาขอให้สอบพยานเพิ่มเติมมักจะอ้างอิงถึงพยานที่มีตัวตนอยู่จริง สามารถติดต่อได้ตามที่อยู่ และเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้อย่างชัดเจน เพราะไม่เคยมีกรณีที่ให้ชื่อแล้วหาตัวไม่เจอ หรือให้ชื่อมาแต่ตัวอยู่ต่างประเทศ ส่วนใหญ่ไม่มีกรณีเช่นนี้ เพราะถ้ากรณีอย่างนั้นเกิดขึ้นจริง ป.ป.ช.สามารถตัดชื่อนั้นออกได้ทันที เพราะถ้าดูแล้วว่าเป็นการซื้อเวลาสามารถพิจารณาและตัดได้ อย่างไรก็ตาม สามารถมองได้สองส่วน ส่วนหนึ่งอาจมองได้ว่าเป็นการซื้อเวลา แต่อีกส่วนหนึ่งมองได้ว่าเป็นการพิจารณาและให้ความเป็นธรรมต่อผู้ถูกกล่าวหาเอง เพราะผู้ถูกกล่าวหาสามารถอ้างอิงได้หากคิดว่าพยานนั้นสามารถให้ความเป็นธรรมกับตัวเองได้ก็นำมาอ้างอิง แต่ถ้าให้ถ้อยคำแล้วไม่เป็นประโยชน์ใดๆ ก็จะเป็นการซื้อเวลา ซึ่งคณะกรรมการป.ป.ช.จึงต้องพิจารณาว่าจะตัดหรือไม่ตัดพยานใดออกไปหรือไม่ ซึ่งจำเป็นหรือไม่จำเป็นนั้นสามารถดูได้จากรูปคดี เพราะรูปคดีจะบอกเลยว่าพยานปากนั้นเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างไร และในการนัดมาให้ถ้อยคำก็ไม่ได้มีกำหนดระยะเวลาว่าจะต้องสอบพยานให้ได้ภายใน 7 วัน หรือ 15 วัน แต่ต้องไม่ชักช้า เพราะสามารถนัดสอบพยานวันละคนหรือสองคนก็ได้





