ป.ป.ช.นัดถกวันนี้-ลั่นเป็นธรรมแน่ นายกฯยิ่งลักษณ์ยื่นสอบพยานเพิ่ม11ปาก ยื่นเอกสาร200หน้า คาดชี้มูลอย่างเร็วสัปดาห์หน้า
ฮือฮา "ยิ่งลักษณ์" รุดแจงคดีจำนำข้าวด้วยตนเอง ยื่นเอกสาร 200 หน้า ร้องขอให้สอบปากคำพยานเพิ่ม 11 ปาก 13 ประเด็น ป.ป.ช.ชุดใหญ่นัดถกวันนี้อนุญาตตามที่ขอหรือไม่ ยืนยันพร้อมให้ความเป็นธรรม ไม่มีสี ไม่มีพวกแน่นอน เลขาฯป.ป.ช.แย้มชี้มูลได้อย่างเร็วที่สุดสัปดาห์หน้า
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เดินทางไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ย่านสนามบินน้ำ เมื่อบ่ายวานนี้ (31 มี.ค.) เพื่อชี้แจงข้อกล่าวหากรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่จนทำให้เกิดการทุจริตในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล ตามที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้แจ้งข้อหาเอาไว้
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีเดินทางไปพร้อมกับรัฐมนตรีและคณะผู้ติดตามจำนวนมาก แต่ ป.ป.ช.อนุญาตให้เข้าชี้แจงได้เฉพาะตัวนายกฯ นายชัยเกษม นิติสิริ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และทนายความเท่านั้น
สำหรับคณะกรรมการ ป.ป.ช.จำนวน 5 คนที่เข้ารับฟังการชี้แจงของนายกฯ ได้แก่ นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. นายวิชัย วิวิตเสวี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายภักดี โพธิศิริ และนายณรงค์ รัฐอมฤต โดยนายกฯใช้เวลาชี้แจง 30 นาที ก่อนเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ
ยื่นเอกสาร200หน้า-จี้สอบเพิ่ม11 ปาก
นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายกฯได้นำเอกสารเป็นลายลักษณ์อักษรเข้าชี้แจงต่อ ป.ป.ช. จำนวน 200 หน้า และนายกฯระบุว่า อยากให้ ป.ป.ช.มีโอกาสพิจารณาเอกสารคำคัดค้านว่าจะมีประเด็นอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ หากมีประเด็นที่สงสัยเพิ่มเติมก็พร้อมจะส่งข้อมูลให้ ทั้งนี้ ทางรัฐบาลมีพยาน 11 ปาก 13 ประเด็น และขอให้ ป.ป.ช.ให้โอกาส โดยรัฐบาลยินดีให้ข้อมูลเพิ่มเติมหลังจากนี้ ส่วนหาก ป.ป.ช.มีการเรียกชี้แจงเพิ่มเติมก็พร้อมจะให้ข้อมูลเต็มที่ แต่ขอพิจารณาอีกครั้งว่านายกฯจะเดินทางไปด้วยตนเองอีกหรือไม่
แหล่งข่าวซึ่งเป็นคนใกล้ชิดของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุว่า นายกฯใช้เวลาชี้แจงต่อ ป.ป.ช.เพียงเล็กน้อย เนื่องจากเป็นเพียงการยื่นเอกสารคำชี้แจงอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร อย่างไรก็ตาม นายกฯ ตัดสินใจเดินทางไป ป.ป.ช.ด้วยตนเอง เพราะต้องการแสดงให้เห็นว่ายึดหลักการตามขั้นตอนของกฎหมาย ถึงแม้ว่ารัฐมนตรีบางคนจะแสดงความคิดเห็นว่า นายกฯ ไม่จำเป็นต้องไปชี้แจงด้วยตัวเองก็ตาม
ป.ป.ช.นัดพิจารณาคำร้อง 1 เม.ย.
นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. กล่าวภายหลังรับฟังคำชี้แจงของนายกฯ ว่า ที่ผ่านมา ป.ป.ช.ได้ขยายเวลาตามที่ได้รับการร้องขอจากนายกฯ 2 ครั้ง รวมแล้ว 32 วัน ส่วนวานนี้ นายกฯได้เดินทางมาชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาด้วยตนเอง โดยมีผู้ติดตามจำนวนมาก และก่อนหน้านี้ได้ส่งทนายความมาตรวจเอกสารถึง 2 ครั้ง โดยทาง ป.ป.ช.อนุญาตให้ตรวจสอบและคัดสำเนาเอกสารทั้งหมดเท่าที่กฎหมายอนุญาต ครั้งที่ 1 จำนวน 49 แผ่น และครั้งที่ 2 จำนวน 280 แผ่น
ทั้งนี้ การเข้าชี้แจงของนายกฯ ถือเป็นนิมิตหมายอันดี เป็นการยอมรับเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยนายกฯ ได้ชี้แจงเป็นลายลักษณ์อักษร ประกอบการชี้แจงด้วยวาจาเล็กน้อย
นายประสาท กล่าวอีกว่า สาระสำคัญของการชี้แจงคือ ขอให้ ป.ป.ช.สอบพยานบุคคลเพิ่มอีก 11 ปาก และขอส่งเอกสารเพิ่มเติมอีกจำนวนมาก ซึ่งวันที่ 1 เม.ย. คณะกรรมการ ป.ป.ช.จะประชุมพิจารณาว่าจะอนุญาตตามที่นายกฯร้องขอได้มากน้อยเพียงใด ซึ่งจะต้องดูไปตามกฎหมายว่า บุคคลและเอกสารที่กล่าวอ้างเกี่ยวข้องกับอำนาจหน้าที่ในโครงการรับจำนำข้าวหรือไม่ มีความซ้ำซ้อนกับข้อมูลที่มีอยู่แล้วหรือเปล่า และพยานบุคคลที่ร้องขอให้สอบเป็นใคร มีประเด็นเกี่ยวข้องกับการกระทำหรือไม่ ถ้าไม่เกี่ยวข้อง กฎหมายก็ระบุไว้ชัดเจนว่าไม่จำเป็นต้องสอบ
ป.ป.ช.ยันพร้อมให้ความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวถามว่า การขอขยายเวลาหรือขอให้สอบพยานเพิ่มของนายกฯ เป็นการยื้อเวลาหรือไม่ นายประสาท กล่าวว่า คงไม่กล้าพูดอย่างนั้น เพราะจะต้องดูเป็นกรณีไป ในแต่ละกรณีมีความจำเป็นและเหตุผลที่ต่างกัน
"บรรยากาศการชี้แจงถือว่าดี โดยกรรมการ ป.ป.ช.ชี้แจงให้นายกฯ รับทราบว่า ป.ป.ช.ยินดีให้ความเป็นธรรม ตรงไปตรงมา ไม่มีสี ไม่มีพวก ขณะที่นายกฯ ก็ขอความเป็นธรรม ก็เป็นบรรยากาศของความเข้าใจซึ่งกันและกัน" นายประสาทกล่าว
ต่อข้อถามอีกว่า ป.ป.ช.ถูกมองว่าเร่งรัดคดีเพื่อหาทางลงให้การชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จะชี้แจงอย่างไร นายประสาท กล่าวว่า การตรวจสอบของ ป.ป.ช.แบ่งเป็น 2 ประเด็น คือ ส่อว่าละเว้นปฏิบัติหน้าที่ กับประเด็นทุจริต โดยข้อหาส่อว่าจงใจละเว้นปฏิบัติหน้าที่ การไต่สวนจะเข้มข้นน้อยกว่าคดีทุจริต กรณีของนายกฯ ถูกกล่าวหาว่าส่อ จงใจ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ส่วนการดำเนินคดีอาญาต้องแยกเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ในการทำคดี ป.ป.ช.จะดำเนินการอย่างเต็มที่ แต่ไม่สามารถบอกได้ว่าจะเสร็จภายในเดือน เม.ย.หรือไม่
คาดชี้มูลอย่างเร็วสัปดาห์หน้า
ขณะที่ นายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า ขั้นตอนหลังรับคำชี้แจงจากนายกฯแล้ว กรรมการ ป.ป.ช.จะยังไม่สรุปลงมติชี้มูลในทันที แต่จะต้องพิจารณาคำแก้ข้อกล่าวหา ข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานต่างๆ ก่อน จากนั้นจึงนำมาทำความเห็นว่าจะชี้มูลความผิดอย่างไร และคำแก้ข้อกล่าวหาฟังขึ้นหรือไม่ อย่างไร ทั้งนี้ กรอบเวลาในการชี้มูลถอดถอนนายกฯ ถ้าไม่ทันสัปดาห์นี้ อาจวินิจฉัยได้อย่างเร็วในสัปดาห์หน้า
นายสรรเสริญ กล่าวด้วยว่า สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ประสานขอกำลังตำรวจเข้าดูแลรักษาความปลอดภัย โดยพื้นที่ชั้นในของสำนักงาน ป.ป.ช. ใช้กำลังตำรวจภูธรภาค 1 จำนวน 1 กองร้อย และทหารจาก จ.กาญจนบุรี จำนวน 1 กองร้อย ส่วนการรักษาความปลอดภัยภายนอก และพื้นที่โดยรอบสำนักงาน ป.ป.ช. มีกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 และตำรวจท้องที่ สภ.เมืองนนทบุรี ทหาร รวมทั้งฝ่ายปกครอง สนธิกำลัง สถานการณ์โดยรวมยังเป็นปกติ
นอกจากนี้ ป.ป.ช.ได้ประสานกับเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (อีโอดี) ให้เข้ามาตรวจสอบความปลอดภัยในห้องรับรอง และห้องชี้แจงแก้ข้อกล่าวหา รวมถึงจุดสูงข่มบนอาคารและจุดที่อาจเป็นพื้นที่ล่อแหลม โดยตั้งจุดร่วมถาวรตำรวจและทหารรวม 3 จุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่คนร้ายยิงระเบิดเอ็ม 79 เข้ามายังอาคาร ป.ป.ช.ก่อนหน้านี้ด้วย
วันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ช.ได้ออกเอกสารชี้แจง 5 ประเด็นกรณีที่นางสาวยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์และโพสต์ข้อความในโซเชียลมีเดีย ทำนองว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมจาก ป.ป.ช.
ป.ป.ช.ถกพิจารณาคำร้องสอบพยานเพิ่มวันนี้
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนายกรัฐมนตรี ที่รับผิดชอบในคดีโครงการรับจำนำข้าว ให้สัมภาษณ์กับ“สำนักข่าวไทย” ภายหลัง นายกฯ เข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาต่อ ป.ป.ช. ว่า บรรยากาศเป็นไปได้ด้วยดี โดยมี นายประสาท พงษ์ศิวาภัย นายวิชัย วิวิตเสวี นายณรงค์ รัฐอมฤต คณะกรรมการ ป.ป.ช. ในฐานะคณะกรรมการไต่สวน มารับฟังการชี้แจง
“นายกฯ ยืนยันว่า ยินดีที่จะพิสูจน์ความบริสุทธิ์ และไม่มีเจตนาที่จะทำให้โครงการดังกล่าวทุจริตเชิงนโยบาย เพราะตั้งใจว่าโครงการเป็นประโยชน์ต่อชาวนา ต้องการให้ดำเนินการให้โปร่งใสทุกขั้นตอน ยังได้ขอความเป็นธรรมในการพิจารณาคดี ต่อ ป.ป.ช. ด้วย” นายนรวิชญ์ กล่าว
นายนรวิชญ์ กล่าวว่า นายกฯ ได้ชี้แจง โดยยื่นเอกสารจำนวน 150 หน้า เอกสารประกอบ 270 แผ่น หนังสือ 3 ชุด และให้ปากคำเพิ่มเติมบางส่วน และขอให้ ป.ป.ช. เรียกสอบพยานบุคคล อาทิ นายโอฬาร ชัยประวัติ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายยรรยง พวงราช และ นายสุรนันทน์ เวชชาชีวะ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี มาให้ข้อมูลเพิ่มเติม ในบางช่วงที่ถูกกล่าวหาว่า มีการแทรกแซงกลไกตลาด หรือกรณีที่นายกฯ มีส่วนรู้เห็นกับการปล่อยปละละเลยให้เกิดการทุจริต ซึ่ง ป.ป.ช. จะประชุมพิจารณาเรื่องคำร้องดังกล่าววันนี้ (1 เม.ย.)


