ศาลยกฟ้อง พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม พร้อมพวกในคดีอุ้มฆ่านักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียเมื่อกว่า 20 ปีก่อน
ศาลอาญามีคำพิพากษายกฟ้อง พลตำรวจโทสมคิด บุญถนอม อดีตผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 พร้อมพวกอีก 4 คน ได้แก่ พันตำรวจเอกสรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท พันตำรวจเอกประภาส ปิยะมงคล พันตำรวจเอกสุรเดช อุดมดี และ จ่าสิบตำรวจประสงค์ ทอรั้ง ในคดีอุ้มฆ่า นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี นักธุรกิจชาวซาอุดิอาระเบีย โดยให้เหตุผลว่าพยานหลักฐานของโจทก์ไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
นายโมฮัมเหม็ด อัลรูไวลี เป็นนักธุรกิจเจ้าของบริษัทจัดหาแรงงาน เขาหายตัวไปอย่างลึกลับกลางกรุงเทพฯตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2533 หลังจากนั้นกรมตำรวจได้ตั้งคณะพนักงานสอบสวนเพื่อคลี่คลายคดีนี้ และมีการส่งสำนวนให้พนักงานอัยการพิจารณา แต่อัยการมีคำสั่งเด็ดขาดไม่ฟ้องเมื่อปี 2536
คดีการหายตัวไปอย่างลึกลับของนายอัลรูไวลี เป็นหนึ่งใน 4 คดีสำคัญที่เกี่ยวข้องกับซาอุดิอาระเบีย ได้แก่ คดีลอบสังหารเจ้าหน้าที่ทูตหลายรายในปี 2532-2533 คดีขโมยเพชรจากพระราชวังของกษัตริย์ไฟซาล เมื่อปี 2532 และคดีอุ้มนายอัลรูไวลี ทั้งๆ ที่เขามีศักดิ์เป็นพระญาติของกษัตริย์ซาอุดิอาระเบียด้วย และเกือบทุกคดีไม่สามารถคลี่คลายได้ในระดับที่รัฐบาลซาอุดิอาระเบียพอใจ ทำให้รัฐบาลซาอุฯลดระดับความสัมพันธ์ทางการทูตกับไทย กระทบต่อการค้า การลงทุน และตลาดแรงงานอย่างมหาศาล
อย่างไรก็ดี อีกเกือบ 20 ปีต่อมา กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้รื้อคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ พร้อมหลักฐานใหม่คือ "แหวน" ที่อ้างว่าเป็นของนายอัลรูไวลี โดยอัยการมีคำสั่งฟ้องคดีนี้ต่อศาลเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2553 ก่อนคดีขาดอายุความเพียง 1 เดือน
ทว่าหลังจากสืบพยานต่อสู้กันในศาลนานกว่า 4 ปี ล่าสุดศาลได้มีคำพิพากษายกฟ้อง เนื่องจากพยานหลักฐานไม่มีน้ำหนักเพียงพอ
มีรายงานว่า ญาติของนายอัลรูไวลีซึ่งเดินทางเข้าร่วมรับฟังคำพิพากษาด้วย จะเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนในช่วงบ่ายวันนี้


