วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชทพ.ให้ตั้งคณะปฏิรูปทำพิมพ์เขียวคู่เลือกตั้ง

แกนนำชทพ.เสนอตั้งคณะทำงานปฏิรูป ทำพิมพ์เขียว คู่กับการเลือกตั้งรอบใหม่ เชื่อเป็นทางให้ประเทศเดินหน้า ปัดให้ความเห็น หากปชป.ไม่ลงเลือกตั้ง

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการข่าวข้น คนเนชั่น ทางช่องเนชั่นชาแนล ต่อสถานการณ์ทางการเมือง ในประเด็นการลงสมัครรับเลือกตั้งของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนเคารพพรรคประชาธิปัตย์ในฐานะที่เป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ ซึ่งการตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งรอบใหม่ หลังที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ. เป็นโมฆะนั้น หรือไม่นั้นเชื่อว่าจะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจร่วมกันของคนในพรรคและสมาชิกพรรค โดยไม่นำประเด็นของการชุมนุมกปปส.มาเกี่ยวข้อง เพราะที่ผ่านมา กปปส. ได้ปฏิเสธมาโดยตลอดว่าไม่ได้เป็นกระบวนการเดียวกับพรรค ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นเช่นกัน ดังนั้นในความเห็นของกปปส. หรือ พรรคประชาธิปัตย์จะเห็นคล้อยตาม หรือเห็นต่างกัน ถือเป็นเรื่องของเขา ส่วนหลังการตัดสินใจของพรรคประชาธิปัตย์ที่คาดว่าจะไม่ลงเลือกตั้งที่อาจทำให้อดีตส.ส.หรือสมาชิกที่อยากลงเลือกตั้งไม่พอใจและย้ายพรรคการเมือง ยืนยันว่าพรรคชาติไทยพัฒนาจะไม่มีการไปทาบทามให้มาอยู่ในสังกัดแน่นอน เพราะการเมืองแบบใหม่ที่นักการเมืองจะอยู่กับพรรคใดหรือไม่ ต้องพิจารณาจากอุดมการณ์, ศรัทธาของพรรคนั้นๆ เป็นหลัก

นายสมศักดิ์ กล่าวถึงประเด็นการปฏิรูปการเมืองก่อนหรือหลังเลือกตั้งนั้น แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา กล่าวว่าเห็นด้วยที่ระหว่างการจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ ที่อาจจะมีเวลา 30-45 วัน อยากให้มีการหารือเกี่ยวกับการทำพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย ผ่านคณะกรรมการ หรือคณะทำงานดำเนินการเรื่องนี้ เพื่อควบคู่ไปกับการจัดการเลือกตั้ง และเมื่อการเลือกตั้งแล้วเสร็จ คณะกรรมการที่จัดทำพิมพ์เขียวสามารถนำเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่มาดำเนินการตามแนวทางดังกล่าวได้ทันที ส่วนตัวเชื่อว่าพิมพ์เขียวปฏิรูปดังกล่าวจะได้รับการปฏิบัติ

เพราะรัฐบาลใหม่ที่เข้ามา ย่อมรู้สถานะของตนเองว่าเข้ามาเพื่อทำเรื่องปฏิรูปประเทศตามที่ประชาชนเรียกร้อง และเมื่อทำการปฏิรูปเสร็จภายในกรอบ 1 ปี ถึง 1 ปีครึ่ง ต้องยุบสภา เพื่อจัดการเลือกตั้งรอบใหม่ หากทำเช่นนี้ได้ประเทศก็จะเดินหน้าตามวิถีทางประชาธิปไตย แต่หากไม่ทำแต่จะใช้ช่องทางนายกฯ คนกลาง ตนเชื่อว่าไม่สามารถทำให้สำเร็จแน่นอน เพราะไม่มีบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญรองรับไว้