ประชาธิปัตย์แทงกั๊ก!ไร้มติลงเลือกตั้ง ขณะที่ประชุม53พรรคการเมืองจี้หย่อนบัตรใหม่ภายใน60วัน
ประชุมใหญ่สามัญประชาธิปัตย์ยังแทงกั๊ก ไร้มติลงเลือกตั้งหรือไม่ มีแต่โชว์พิมพ์เขียวปฏิรูป 7 ด้าน "จุติ" อ้างยังเร็วไป ไล่ นายกฯ เจรจากับ "สุเทพ" ทำบ้านเมืองให้สงบก่อน ปัดข่าวลูกพรรคดาหน้าเตรียมลาออก ด้านเพื่อไทยจับมือ 53 พรรคการเมืองจี้ กกต.จัดเลือกตั้งเร็วที่สุด ภายใน 45-60 วันยิ่งดี ขณะที่ "ยิ่งลักษณ์" สยบข่าวเว้นวรรค ครวญผ่านเฟซบุ๊ค ป.ป.ช.ไม่เป็นธรรม
การประชุมใหญ่สามัญประจำปีของพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ (28 มี.ค.) ยังไม่มีความชัดเจนเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งใหม่หรือไม่ แต่เนื้อหาของการประชุมกลับเน้นไปที่การประกาศพิมพ์เขียวปฏิรูปประเทศไทย และแนวนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์
ทั้งนี้ บรรยากาศการประชุมเป็นไปอย่างคึกคัก มีแกนนำพรรค ประธานสาขาพรรค สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (กทม.) และสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) เข้าร่วมอย่างคับคั่ง โดยมี นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน รองหัวหน้าพรรค เป็นประธานกล่าวเปิดงานแทน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ที่ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ เนื่องจากยังต้องพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจากอุบัติเหตุหกล้มจนไหปลาร้าแตก
การประชุมครั้งนี้มีวาระสำคัญ คือ การพิจารณาพิมพ์เขียวประเทศไทย 7 ด้าน คือ 1.ปฏิรูประบบการขจัดและป้องกันการทุจริตคอร์รัปชัน 2.การปฏิรูประบบการเลือกตั้งที่เป็นธรรม 3.ปฏิรูประบบราชการและการกระจายอำนาจ 4.ปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจและลดความเหลื่อมล้ำในสังคม 5.ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม 6.ปฏิรูปการศึกษา สังคม 7.ปฏิรูปสื่อมวลชน โดยในบางด้านจะวางแนวนโยบายของพรรคด้วย พร้อมเปิดโมเดลให้สมาชิกได้ร่วมพิจารณาและแสดงความคิดเห็น ส่วนการตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ ไม่มีในวาระการประชุม
"จุติ"แจงเร็วไปพูดเรื่องลงเลือกตั้ง
นายจุติ ไกรฤกษ์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกระแสข่าวมีคนในพรรคไม่พอใจการตัดสินใจของพรรคที่บอยคอตการเลือกตั้ง และอยากให้มีการโหวตลับเพื่อลงเลือกตั้ง ว่า ไม่เชื่อว่ามีข่าวนี้ เพราะพรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคเปิด หลายคนตัดสินใจไม่เหมือนกันทั้งหมด จึงต้องร่วมกันตัดสินใจ
ส่วนข่าวลือที่ว่าจะมีอดีต ส.ส.ลาออกจากพรรคหากพรรคตัดสินใจไม่ลงเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งนั้น ยืนยันว่าไม่เคยได้ยินคนในพรรคพูดว่าจะลาออก และวันนี้เร็วเกินไปที่จะตัดสินใจลงสมัครรับเลือกตั้ง เนื่องจากสถานการณ์ในบ้านเมืองยังไม่สงบ
"หากไปเลือกตั้งแล้วจะมั่นใจได้อย่างไรว่าฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลจะไม่ถูกข่มขู่ขณะลงพื้นที่หาเสียง จึงเป็นหน้าที่รัฐบาลที่ต้องจัดการคนของตัวเองให้หยุดการกระทำก่อนเรียกร้องให้ผู้อื่นร่วมเลือกตั้ง ซึ่งการเลือกตั้งต้องสุจริตเที่ยงธรรม รัฐบาลของ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี จะปัดความรับผิดชอบ และทำตัวเป็นทองไม่รู้ร้อนไม่ได้" นายจุติ กล่าว
ไล่นายกฯไปเจรจา"สุเทพ"ก่อน
นายจุติ กล่าวต่อว่า ก่อนหน้านี้ นางสาวยิ่งลักษณ์ ระบุจะขอเจรจากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) แต่เหตุใดไม่ไปคุยกันก่อน ซึ่งนายสุเทพมีเงื่อนไขเพียงแค่ว่าให้เจรจากันอย่างเปิดเผย อีกทั้งการเลือกตั้งก็ต้องไปคุยกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าจัดเลือกตั้งภายใต้สถานการณ์นี้ได้อย่างสุจริตเที่ยงธรรมหรือไม่
"ยืนยันว่าพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ขัดขวางการเลือกตั้ง แต่ไม่อยากให้มีการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาล ซึ่งการประชุมอดีต ส.ส.ที่เป็นการประชุมประจำเดือนคงจะมีการพูดคุยเรื่องนี้ แต่ยังไม่ตกผลึกว่าจะเลือกตั้งหรือไม่ แต่พรรคพร้อมลงเลือกตั้งหากบ้านเมืองสงบ ซึ่งต้องถามนายกรัฐมนตรีว่าพร้อมให้บ้านเมืองสงบสุขเมื่อไร"
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากคนในตระกูลชินวัตรไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ จะเป็นเงื่อนไขให้พรรคประชาธิปัตย์ลงสมัครรับเลือกตั้งหรือไม่ นายจุติ กล่าวว่า ไม่เกี่ยวกัน เพราะไม่ใช่บิดา ไม่ใช่ญาติ และไม่ใช่ผู้สนับสนุนพรรค
53พรรคจี้กกต.จัดเลือกตั้งใน60วัน
วันเดียวกัน ที่อาคารสามพรานภิรมย์ โรงเรียนนายร้อยตำรวจสามพราน พรรคเพื่อไทยและพรรคการเมืองอื่นรวม 53 พรรค ได้จัดหารือการเมืองในหัวข้อ "เดินหน้าประชาธิปไตย ร่วมใจ...หาทางออกการเลือกตั้ง" โดยมี นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย เป็นประธานการประชุม นอกจากนี้ยังมีหัวหน้าพรรคการเมือง และตัวแทนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
ภายหลังการประชุม นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย แถลงว่า ที่ประชุมทั้ง 53 พรรคที่ลงสมัครรับเลือกตั้งมีความเห็นร่วมกันว่า ทุกพรรคการเมืองอยากให้ระบอบประชาธิปไตยเดินหน้าต่อไปได้ โดยจะทำเอกสารข้อเสนอแนะที่ทุกพรรคการเมืองจะลงนามร่วมกันเสนอไปยังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) รวมไปถึงองค์กรที่เกี่ยวข้อง โดยเห็นว่าควรจัดเลือกตั้งใหม่อย่างเร่งด่วน และควรออกพระราชกฤษฎีกาแก้ไขเพิ่มเติมพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2557 เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ภายใน 45-60 วันนับตั้งแต่วันที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ทั้งนี้ เป็นหน้าที่ของ กกต.ในการหารือร่วมกับรัฐบาลว่าใครจะเป็นผู้รับผิดชอบในการตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นมาใหม่ ดังนั้น อยากให้ กกต.กำหนดวันประชุมร่วมกันระหว่าง กกต. รัฐบาล และผู้แทนพรรคการเมือง หากเร็วที่สุดคือในช่วงต้นเดือนเม.ย.ได้ก็จะเป็นการดี
"ยิ่งลักษณ์" ยังไม่คิดเรื่อง "เว้นวรรค"
นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกระแสข่าวที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เสนอให้คนในตระกูลชินวัตรเว้นวรรคการเมือง ว่า "ต้องเรียนตรงๆ ว่า วันนี้ยังไม่ได้คิดอะไรเลย เพราะว่าขั้นตอนต่างๆ นั้นยังอีกไกล สิ่งที่ต้องคิดในวันนี้คือสิ่งที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยแล้ว ว่าจะทำอย่างไรต่อไป ให้ทุกฝ่ายยอมรับให้มีการเลือกตั้ง ให้กระบวนการเลือกตั้งเกิดขึ้น ดังนั้นดิฉันยังไม่ได้คิดอะไรในเรื่องของอนาคตข้างหน้า"
ส่วนที่พรรคประชาธิปัตย์อาจไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งอีก จะมีปัญหาอะไรหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า หวังว่าทุกคนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้ประเทศเดินหน้าได้ หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ที่ดำรงไว้ในเรื่องของประชาธิปไตย และยึดมั่นในเรื่องของพรรคการเมือง จะทำให้มีเลือกตั้ง หวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะให้ความร่วมมือกับ กกต.
จี้ป.ป.ช.เป็นธรรม-ปฏิบัติเท่าเทียม
นางสาวยิ่งลักษณ์ ยังกล่าวกรณีที่ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ไม่ขยายกรอบเวลาการเข้าชี้แจงคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ว่า จากการหารือกับทีมทนายความแล้วค่อนข้างหนักใจ เนื่องจากระยะเวลาค่อนข้างสั้น
ถ้ามาดูตั้งแต่เริ่มต้น ตามหลักการตั้งคณะกรรมการในการตรวจสอบของ ป.ป.ช.นั้น ปกติตามขั้นตอนจะต้องมีการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสอบสวนก่อน จากนั้นจึงจะส่งข้อมูลไปยังคณะกรรมการชุดใหญ่ แต่ตนถูกตั้งข้อกล่าวหาในคณะกรรมการชุดใหญ่เลย จึงมีหลายประเด็นที่อยากตั้งข้อสงสัย เนื่องจากไม่มีการตั้งคณะอนุกรรมการ การตรวจสอบจากคณะกรรมการชุดใหญ่ก็ใช้เวลาเพียง 21 วัน ก็ตั้งข้อกล่าวหาแล้ว และเมื่อขอเลื่อนเวลาไป 45 วัน แต่ ป.ป.ช.ให้เพียง 15 วัน
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นที่ตั้งข้อสังเกต คือ ได้สอบถามถึงประเด็นที่ถูกตั้งข้อกล่าวหา เพราะได้รับเอกสารในเวลา 21 วัน มาเพียง 49 แผ่นเท่านั้น และล่าสุดเพิ่งได้รับเอกสารอีก 280 แผ่น แต่ให้เวลาอีกเพียง 3 วันให้ไปชี้แจงในวันจันทร์ที่ 31 มี.ค. ประเด็นเหล่านี้อยากขอความกรุณาและตั้งข้อสงสัย ว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช.ได้ให้ความยุติธรรมแก่ตนเหมือนกับผู้ที่ดำรงตำแหน่งทางการเมืองท่านอื่นๆ หรือไม่
มีรายงานว่า นายกฯ ได้โพสต์เฟซบุ๊คส่วนตัวในประเด็นเดียวกันนี้ด้วย พร้อมปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าวันที่ 31 มี.ค. จะเดินทางไปชี้แจงข้อกล่าวหาด้วยตนเองที่ ป.ป.ช. หรือไม่
ป.ป.ช.โต้-ยันขั้นตอนไต่สวนถูกต้อง
นายวิทยา อาคมพิทักษ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวว่า การที่ ป.ป.ช.ไม่ตั้งอนุกรรมการไต่สวน กรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ แต่ให้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งชุดเป็นองค์คณะไต่สวนนั้น เนื่องจากคดีนี้เป็นคดีใหญ่ และเป็นการไต่สวนบุคคลระดับสูง ที่ผ่านมาก็เคยดำเนินการเช่นนี้ในสมัยรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ด้วย
นอกจากนั้น องค์คณะไต่สวนที่ตั้งขึ้นจากคณะกรรมการ ป.ป.ช. ทั้งชุด ก็ไม่สามารถสรุปสำนวนแล้วชี้มูลได้เลย แต่กรรมการ ป.ป.ช.ผู้รับผิดชอบสำนวนจะต้องไปตรวจสอบหาข้อมูลพยานหลักฐาน แล้วจึงสรุปสำนวนเข้ามา เพื่อให้ที่ประชุมชุดใหญ่พิจารณา ดังนั้นจึงยืนยันว่าการแต่งตั้งองค์คณะไต่สวนนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นกระบวนการที่ถูกต้องตามระเบียบไต่สวนของ ป.ป.ช.แล้ว





