วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'มือปืนป๊อปคอร์น'เผยถูกทำร้ายบังคับให้รับสารภาพ

"คปท." จัดทนายช่วยมือปืนป๊อปคอร์น เผยถูกทำร้ายร่างกาย บังคับให้รับสารภาพ

ที่เวทีเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย(คปท.) นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท. เปิดเผยว่า คปท. ได้รับการร้องเรียนจากแม่บุญธรรมของนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ หรือ ท็อป อายุ 24 ปี มือปืนป๊อปคอร์นจากเหตุปะทะที่แยกหลักสี่เมื่อวันที่ 1 ก.พ. ที่ผ่านมา

ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่น , มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต , พาอาวุธไปในเมืองหมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุสมควร และฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฯ เรื่องห้ามนำอาวุธปืนออกนอกเคหะสถาน เนื่องจากมีประเด็นในข้อสงสัยต่างๆ อาทิ เรื่องค่าจ้างการ์ดอาสาเวทีแจ้งวัฒนะ ที่ได้รับเพียง 300 บาท จะทำให้ก่อเหตุลักษณะนี้ได้เลยหรือไม่

รวมถึงประเภทอาวุธที่ใช้ต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญ ไม่ใช่บุคคลธรรมดาจะดำเนินการได้ อีกทั้งไม่เคยได้ยินว่ามีการฝึกใช้อาวุธในพื้นที่ชุมนุมแต่ละเวทีตามที่เป็นข่าว เพราะในพื้นที่ชุมนุมก็มีสื่อมวลชน และมีสันติบาลแฝงตัวในพื้นที่อยู่แล้ว ด้วยเหตุนี้ ตนจึงได้มอบหมายให้ น.ส.พวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ คปท. ไปรวบรวมข้อเท็จจริงต่างๆ ก่อนส่งให้สภาทนายความ หรือกรรมการสิทธิมนุษยชนต่อไป

นายนิติธร กล่าวอีกว่า ในส่วนกระบวนการการสอบสวนทางญาติผู้ต้องหามีความไม่มั่นใจ เพราะในเหตุการณ์วันนั้นมีการปกปิดใบหน้า แต่ยังสามารถจับกุมตัวมาได้ ซึ่งในทางอาญาการจับบุคคลต้องมีความชัดเจน และการแถลงข่าวก็น่าสงสัย เพราะผู้ต้องหามีการเดินที่ไม่ปกติ พนักงานจับกุมมีข้อสงสัย การเรียบเรียงประเด็นพูด คำให้การ เป็นจริงหรือไม่ และหลายอย่างขัดแย้งกัน อย่างไรก็ตาม ในคดีอื่นๆที่มีความชัดเจนในส่วนของผู้ต้องหา ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเช่นเดียวกัน อย่าเลือกปฏิบัติ

ด้าน นางสาวพวงทิพย์ บุญสนอง ทนายความ คปท. กล่าวภายหลังจากเดินทางเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ ยอดประสิทธิ์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาจากเหตุปะทะกับกลุ่มเสื้อแดงของโกตี๋ที่แยกหลักสี่ ว่า เมื่อวานนี้(24 มี.ค.)และวันนี้ตนได้เข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ที่เรือนจำพิเศษกรุงเทพ โดยนายวิวัฒน์ได้พูดคุยถึงเรื่องที่ถูกจับกุมว่า ยังไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าเป็นมือปืนป๊อปคอร์น แต่ยอมรับว่ามาร่วมชุมนุมกับ กปปส.

ทั้งนี้ที่ต้องให้การรับสารภาพเพราะ ภายหลังจากที่ถูกจับกุมตัวที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ถูกจับขึ้นรถตู้ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ถูกใช้ผ้าปิดตา จากนั้นถูกรุมต่อย ทุบตี โดยใช้เบาะรองที่ท้องแล้วต่อยท้องจำนวนหลายครั้ง ตลอดทาง ทำให้ไม่มีร่องรอย รวมถึงที่คอถูกเชือกรัดแต่ใช้ผ้ารองไว้ ทำให้ไม่มีร่องรอยเช่นกัน ก่อนที่จะถูกบังคับให้รับสารภาพว่าเป็นมือปืนป้อปคอร์น โดยถูกบังคับให้รับสารภาพ 3 ครั้ง

จนกระทั่งถึงที่ทำการศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ(ศรส.) เมื่อเดินขึ้นบันได จึงเปิดตา ก่อนถูกนำเข้าภายในห้องสอบสวน มีพนักงานสอบสวนรวม 5 คน เข้าสอบสวน ซึ่งไม่ได้ให้การใดๆเลย จนเจ้าหน้าที่ข่มขู่ว่า หากไม่รับสารภาพจะถูกซ้อมเช่นในรถอีก จึงยอมรับสารภาพ โดยไม่มีโอกาสได้อ่านคำให้การใดๆเลย โดยใช้เวลาสอบสวนตั้งแต่เวลา 23.00 น. ถึง 03.00 น. และในระหว่างที่มีการแถลงข่าวยังมีการนำกระดาษคำให้การมาให้ตนอ่านและให้แถลงข่าวไปตามที่เขียนมา

นางสาวพวงทิพย์ กล่าวอีกว่า ปัญหาที่น่าเป็นห่วงคือ ขณะนี้หลักฐานการถูกทำร้ายและทรมานตามร่างกายได้หายไปหมดแล้ว ซึ่งเท่าที่ได้ปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านนิติเวช ได้ให้ความรู้ว่า ผู้กระทำการเป็นมืออาชีพ มีการเตรียมการเพื่อให้หลักฐานร่องรอยต่างๆตามร่างกายหายไปโดยเร็ว ไม่สามารถพิสูจน์ในศาลได้ว่าถูกทำร้าย วันนี้จึงทำเรื่องขอเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ให้นำตัวนายวิวัฒน์ไปตรวจร่างกาย

รวมถึงขอเอกสารการตรวจร่างกายในวันแรกเข้าฝากขังด้วย นอกจากนี้ ที่มีการบอกเล่าถึงเรื่องการทรมาน ตนได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่กาชาดระหว่างประเทศ ซึ่งตอบรับมาแล้วว่าจะเข้าเยี่ยมนายวิวัฒน์ภายในสัปดาห์นี้ รวมถึงนายไพบูลย์ นิติตะวัน สว.สรรหา ที่รับปากว่าจะเข้ามาช่วยเหลือต่อไป ส่วนขั้นตอนหลังจากนี้นั้น ตนจะรวบรวมเอกสาร หลักฐานต่างๆ เพื่อใช้ประกอบในการขอประกันตัว แม้จะต้องยื่นหลายครั้งจนกว่าศาลจะมีคำสั่งอนุญาตให้ประกันตัวก็ตาม