สถานการณ์ขัดแย้งการเมืองตึงเครียด หลังศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ"คาร์บอมบ์"โผล่เมืองกรุงใกล้เวทีกปปส.แจ้งวัฒนะ ขณะที่เชียงใหม่ระเบิด3จุดเจ็บ4ราย
สถานการณ์ขัดแย้งการเมืองตึงเครียดหนักหลังศาลสั่งเลือกตั้งโมฆะ "คาร์บอมบ์"โผล่เมืองกรุงใกล้เวที กปปส.แจ้งวัฒนะ ซุกทั้งระเบิดถังดับเพลิง-ถังแก๊ส โชคดีระบบจุดชนวนทำงานไม่สมบูรณ์ ตำรวจเตรียมเรียกเจ้าของรถสอบ ส่วนที่เชียงใหม่ปูพรมระเบิด 3 จุดเจ็บ 4 ราย เวทีต้านรัฐบาลที่ชลบุรีหวิดวุ่น คนร้ายยิงเอ็ม79 กะถล่ม แต่กระสุนวิถีโค้งตกไม่ถึงเวที กปปส.เตรียมซาวเสียงมวลมหาประชาชนก่อนเคลื่อนไหวใหญ่ ขณะที่นปช.นัดชุมนุม 5 เม.ย.
เมื่อเวลา 05.00 น.วานนี้ (22 มี.ค.) ร.ต.ท.ทวี หมื่นรักษ์ พนักงานสอบสวน สน.ทุ่งสองห้อง รับแจ้งเหตุรถยนต์โตโยต้า รุ่นโคโรลลา สีบรอนซ์เทา หมายเลขทะเบียน กร 1993 นนทบุรี เกิดระเบิดดังขึ้น 2 ครั้งและมีเพลิงลุกไหม้ ภายในซอยแจ้งวัฒนะ 13 แขวงทุ่งสองห้อง เขตบางเขน กรุงเทพฯ จึงรีบนำกำลังรุดไปตรวจสอบ
ทั้งนี้ จุดเกิดเหตุอยู่ห่างจากพื้นที่การชุมนุมของคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) เวทีถนนแจ้งวัฒนะ ประมาณ 100 เมตร พบมีเศษชิ้นส่วนถังดับเพลิง ลูกตะกั่วและลูกปืนชนิดกลมกระจายอยู่ เจ้าหน้าที่ได้ฉีดน้ำสกัดเพลิงจนสงบ และตรวจพบว่านอกจากถังดับเพลิงจำนวน 2 ถังที่วางไว้บริเวณเบาะหลังซึ่งได้เกิดระเบิดไปแล้ว ยังมีถังแก๊สหุงต้ม ขนาด 15 กิโลกรัมอีก 1 ถังซุกอยู่ในกระโปรงท้ายรถ จึงประสานตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด (อีโอดี) เข้าร่วมตรวจสอบ
เมื่อเจ้าหน้าที่อีโอดีเข้าไปพิสูจน์ทราบ พบว่าถังแก๊สดังกล่าวบรรจุปุ๋ยยูเรีย และมีการติดตั้งระบบจุดชนวนระเบิดแสวงเครื่องเอาไว้ แต่คาดว่าวงจรทำงานไม่สมบูรณ์ จึงไม่เกิดระเบิด อย่างไรก็ดี มีรรายงานจากหน่วยข่าวความมั่นคงว่า คนร้ายจงใจไม่ให้เกิดระเบิด เพราะต้องการข่มขู่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง
วงจรระเบิดแบบเดียวกับที่ศาล
พ.ต.อ.กำธร อุ่ยเจริญ ผู้กำกับการกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ (191) กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) กล่าวว่า ระเบิดแสวงเครื่องที่พบมีลักษณะวงจรจุดชนวนแบบเดียวกับที่มีคนร้ายนำไปวางไว้ที่หน้าสำนักงานอัยการสูงสุด และสถาบันพัฒนาข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม ถนนรัชดาภิเษก เมื่อวันที่ 17 มี.ค.ที่ผ่านมา
สำหรับถังแก๊สหุงต้มที่ยังไม่ระเบิด ภายในบรรจุแอมโมเนียไนเตรท (ยูเรีย) ซึ่งเป็นสารประกอบระเบิด คาดว่าหากระบบจุดชนวนทำงานสมบูรณ์พร้อมกันทั้ง 3 ถัง จะมีรัศมีการทำลายล้างประมาณ 60-100 เมตร ซึ่งแนวป้องกันของการ์ด กปปส.แจ้งวัฒนะ ก็อยู่ในระยะของรัศมีระเบิดด้วย
สำหรับที่มาของรถ มีรายงานเบื้องต้นจากหน่วยข่าวความมั่นคงว่า เจ้าของรถได้เสียชีวิตไปแล้ว แต่ต่อมาตำรวจตรวจสอบพบข้อมูลที่ต่างออกไป กล่าวคือพบชื่อผู้ครองครอง เป็นหญิงอายุ 58 ปี ภูมิลำเนาอยู่ที่ซอยกำแพงเพชร 6 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ ตำรวจจึงเตรียมออกหมายเรียกเพื่อสอบปากคำต่อไป
ระเบิด 3 จุดป่วนเชียงใหม่
ที่ จ.เชียงใหม่ ช่วงระหว่างเวลา 21.30-23.00 น.คืนวันที่ 21 มี.ค. เกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดในพื้นที่รอบนอกตัวเมืองเชียงใหม่ 3 จุด โดยจุดแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 21.30 น. ที่ปั๊มน้ำมัน ปตท. ของห้างหุ้นส่วนจำกัด (หจก.) ปัญญามอเตอร์ มี นายคำนวณ เหมาะประสิทธิ์ เป็นเจ้าของกิจการ ตั้งอยู่บริเวณหน้าโครงการการเคหะหนองหอย ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 11 (ซุปเปอร์ไฮเวย์ ช่วงลำพูน-เชียงใหม่) ต.หนองหาย อ.สารภี
แรงระเบิดทำให้พนักงานในปั๊มได้รับบาดเจ็บ 3 ราย คือ นายคะเน ปาละ อายุ 17 ปี ชาวไทยใหญ่ อาการสาหัส นายเคอ ลุงมา ชาวไทยใหญ่ บาดเจ็บเล็กน้อย และ น.ส.พรวลัย สง่ากุล บาดเจ็บเล็กน้อย นอกจากนั้นยังมีลูกค้าที่เข้าไปเติมน้ำมันในปั๊มพอดี ได้รับบาดเจ็บอีก 1 ราย คือ น.ส.รสรินทร์ เจียมภิรมย์ศักดิ์ อาการไม่สาหัส เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้เป็นระเบิดขว้างมาตรฐาน อาร์จีดี-5
จุดที่ 2 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.00 น.ที่บริเวณลานจอดรถของร้านอันดามันซีฟู้ด ถนนมหิดล ต.ป่าแดด อ.เมืองเชียงใหม่ แรงระเบิดทำให้รถยนต์ได้รับความเสียหายหลายคัน แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายนำลวดผูกไว้กับกระเดื่องระเบิดที่ทำขึ้นเอง แล้วโยงไปผูกล้อรถที่จอดไว้คู่กัน เมื่อรถคันใดคันหนึ่งเคลื่อนตัวออก ลวดที่ผูกโยงไว้จะดึงกระเดื่องให้ระเบิดทำงาน
จุดที่ 3 เกิดขึ้นเมื่อเวลา 22.20 น. ที่หน้าบริษัท เชียงใหม่เบฟเวอเรจ จำกัด (บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด สาขาเชียงใหม่) ต.ยางเนิ้ง อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ตรวจสอบที่เกิดเหตุพบระเบิดจำนวน 2 ลูก แต่ระเบิดทำงานเพียง 1 ลูก ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
สำหรับสาเหตุของการลอบปาระเบิดดังกล่าวยังคงมีข้อสันนิษฐาน 2 แนวทาง คือ 1.เป็นความไม่พอใจของกลุ่มสนับสนุนรัฐบาล หลังศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะ และ 2.เป็นการสร้างสถานการณ์ของกลุ่มต่อต้านรัฐบาลเอง เนื่องจากจุดเกิดเหตุบางจุดเป็นสถานที่รวมตัวของคนเสื้อแดง
ยิงเอ็ม79หวังถล่มเวทีกปปส.ชลฯ
ที่ศาลาเฉลิมพระเกียรติฯ เทศบาลตำบลบางทราย จ.ชลบุรี เมื่อเวลา 21.30 น.คืนเดียวกัน ขณะที่กลุ่ม กปปส.ชลบุรี กำลังเปิดเวทีปราศรัยท่ามกลางประชาชนที่รอรับฟังอยู่กว่า 2 พันคน ได้มีคนร้ายใช้เครื่องยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 ยิงระเบิดขนาด 40 มม.เข้าใส่เวที 2 ลูก แต่คาดว่าวิถีกระสุนโค้งไม่ได้ระยะตามเป้าหมาย ทำให้กระสุนตกลงที่บริเวณสำนักงานเทศบาล ทำให้อาคารเสียหาย แต่ไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
กปปส.เตรียมหยั่งเสียงผู้ชุมนุม
ที่เวที กปปส.สวนลุมพินี วานนี้ นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. กล่าวถึงการเตรียมเคลื่อนไหวครั้งใหญ่ว่า จะต้องรอดูการตัดสินคดีทุจริตโครงการรับจำนำข้าวที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาก่อน นอกจากนั้นขณะนี้ยังมีกระแสให้เลือกตั้งใหม่ก่อนการปฏิรูปประเทศ ฉะนั้น กปปส.ต้องขอความเห็นจากมวลมหาประชาชนว่า ยังคิดเหมือนเดิมอยู่หรือไม่ ในประเด็นที่ว่าต้องปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง หากเห็นด้วยก็ออกมาร่วมกับกปปส.เหมือนก่อนหน้านี้
"สุเทพ"นัดเดินขบวนใหญ่เสาร์หน้า
ช่วงค่ำวันเดียวกัน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ขึ้นเวทีสวนลุมพินี ประกาศนัดเดินขบวนใหญ่พร้อมกันทั่วประเทศ ในวันเสาร์ที่ 29 มี.ค.นี้ โดยในกรุงเทพฯ จะเริ่มเดินตั้งแต่เวลา 09.00 น. ส่วนในจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศให้ กปปส.จังหวัดตัดสินใจตามความเหมาะสม จึงขอให้มวลมหาประชาชนที่เห็นด้วยกับแนวทางของ กปปส.ออกมาแสดงพลังกันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ดี ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 24 มี.ค. จะมีการซ้อมเดินและรณรงค์ทั่วกรุงเทพฯทุกวัน
นปช.เตรียมเคลื่อนพล5เม.ย.
นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปราศรัยที่ลานเขาตะโล จ.ชลบุรี ระบุว่า วันจันทร์ที่จะถึงนี้จนถึงวันอาทิตย์ ขอให้คนเสื้อแดงใส่ชุดดำเพื่อไว้อาลัยให้ความอยุติธรรมทั้งปวง ไว้อาลัยให้องค์กรอิสระ และวันเสาร์ที่ 29 มี.ค. แกนนำ นปช.จะแบ่งภารกิจเป็น 3 จุดเพื่อประชุมแกนนำ และจะแถลงให้ทราบต่อไป
วันเสาร์ที่ 5 เม.ย. ให้เก็บข้าวของเตรียมพร้อม เราจะนัดเคลื่อนพลใหญ่ทั้งประเทศพร้อมๆ กัน จุดหมายจะเป็น กทม.หรือที่ใดจะประกาศให้ทราบต่อไป และ นปช. จะเปิดประตูทุกบานที่จะระดมประชาชนมาร่วมกันสู้ในการต่อสู้กับความอยุติธรรม
ธรรมศาสตร์อภิวัฒน์แถลงจี้รัฐบาลวางมือ
วันเดียวกัน กลุ่มธรรมศาสตร์อภิวัฒน์ประเทศไทย ได้ออกแถลงการณ์เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองฉบับที่ 4 ผ่านเฟสบุ๊คของกลุ่ม โดยเนื้อหาระบุว่า ขอให้ทุกฝ่ายเคารพคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ และการที่บุคคลและคณะรัฐบาลถูกชี้มูลความผิดต่างๆ นั้น เป็นเพราะการลุแก่อำนาจและปล่อยหรือจงใจให้มีการคอร์รัปชัน อันเป็นความผิดของรัฐบาลเอง
พร้อมกันนี้ได้เรียกร้องให้ นางสาวยิ่งลักษณ์ และคณรัฐมนตรีทั้งหมดวางมือโดยเร็ว เพื่อให้โอกาสประเทศได้เดินหน้าต่อไป รวมทั้งเรียกร้องให้ข้าราชการหยุดให้ความร่วมมือกับรัฐบาลรักษาการชุดนี้ เนื่องจากหมดความชอบธรรมแล้ว
นิติราษฎร์เตือน 3 เฟสรัฐประหารเงียบ
ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ ได้มีการเสวนาหัวข้อ "ฤาตุลาการเป็นตัวการสร้างความแตกแยก" จัดโดยสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย มูลนิธิการพัฒนาประชาธิปไตยและนโยบายการศึกษา โดยมี นายจาตุรนต์ ฉายแสง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะประธานสถาบันศึกษาการพัฒนาประชาธิปไตย และแกนนำพรรคเพื่อไทย นายสถิตย์ ไพเราะ อดีตรองประธานศาลฎีกา นายคณิน บุญสุวรรณ อดีตสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญปี 2540 นายอธึกกิต แสวงสุข คอลัมนิสต์นามปากกา "ใบตองแห้ง" และนายปิยบุตร แสงกนกกุล อาจารย์กลุ่มคณะนิติราษฎร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น
นายปิยบุตร กล่าวตอนหนึ่งว่า สถานการณ์การเมืองในขณะนี้เป็นการทำรัฐประหารเงียบ ซึ่งจะมี 3 เฟส คือ 1.บีบให้ยุบสภา 2.ให้องค์กรอิสระตัดสิน และ 3.ทหารจะเข้ามาโดยอ้างการรักษาความสงบ แต่ทหารจะออกมาเมื่อมีการต่อต้านเกิดขึ้น
ทั้งนี้ ถ้าถามว่าเหตุใดจึงมั่นใจในเรื่่องที่พูด ก็ต้องตอบว่าเพราะดูอาการของโรคว่าเกิดจากอะไร ที่ผ่านมาเคยพูดเป็นเรื่องโจ๊กและโพสต์ในเฟซบุ๊คว่าสถานการณ์จะจบได้ คือ พรรคเพื่อไทยประกาศเว้นววรรค แต่สุดท้ายประชาชนก็ไม่ยอมแน่นอน ทั้งนี้ ถ้าเป็นการรัฐประหารเงียบ จะมีกระแสสะวิงกลับอย่างอันตราย
ขณะนี้ตุลาการภิวัตน์กำลังเข้าสู่ภาคที่ 3 จากที่ภาคแรกเริ่มตั้งแต่ปี 49 ที่มีการยุบพรรคไทยรักไทย รอบสองกรณีรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (ยุบพรรคพลังประชาชน) ปัจจุบันกำลังเข้าสู่ภาค 3 โดยผ่านมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญ ศาลรัฐธรรมนูญเข้ามาเกี่ยวข้องกับอำนาจการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เมื่อรวมกับร่างพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม จึงเป็นเชื้อไฟอย่างดีทำให้การชุมนุมจุดติด
หลังจากนี้จะมีการชี้มูลความผิดนายกรัฐมนตรีกรณีจำนำข้าว ซึ่งเรื่องนี้เป็นเรื่องอ่อนมากๆ ทั้งที่ยังไม่มีการวินิจฉัยอะไรเกิดขึ้นทางกฎหมาย และจะเป็นเรื่องประหลาดที่ฝ่ายปฏิบัติไม่โดน แต่นายกฯโดนก่อน
"ยืนยันว่าไม่มีศาลไหนในโลกจะเพิกถอนการเลือกตั้งทั้งประเทศได้ แต่ประเทศไทยประหลาดมากที่มีการเพิกถอนการเลือกตั้งไปแล้ว ถือว่ามีการนำองค์กรมาสกัดขัดขวางการใช้เจตนารมณ์ของประชาชน" นายปิยบุตร ระบุ





