วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ป.ป.ช.มติเอกฉันท์ถอด'นิคม'พ้นปธ.วุฒิ

(อัพเดท) ป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์ชี้มูลความผิด "นิคม" รวบรัดปิดอภิปราย ตัดสิทธิสมาชิก ชี้จงใจใช้อำนาจขัดรธน. มีผลให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) -20 มี.ค. 57 นายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการปปช แถลงความคืบหน้ากรณีมีการกล่าวหานายนิคม ไวยรัชพานิช ประธานวุฒิสภา ออกจากตำแหน่ง โดยมีผู้ยื่นคำร้องเข้ามา 4ประเด็น คือ 1.การร่วมลงชื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2 ฉบับ ที่เสนอโดยนายดิเรก ถึงฝั่ง และนายประสิทธิ์ โพธสุธน

2.กรณีรวบรัดให้มีการลงมติการทำหน้าที่รองประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม ได้จัดให้มีการลงมติเพื่อวินิจฉัยตัดสิทธิสมาชิก ผู้แปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัติ และผู้สงวนความเห็น 57คน โดยอ้างว่าคำแปรญัตติของสมาชิกขัดต่อหลักการ

3.กรณีการรวบรัดให้มีการลงมติปิดอภิปรายทั้งที่มีผู้แปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็นที่ยังไม่ใช้สิทธิอภิปรายจำนวนมากในมาตรา 5 ,6,7 ,8,9,10,11, 11/1 และ 12 โดยไม่ฟังเสียงสมาชิก และ 4.กรณีทีทนายนิคม ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายครั้งในเรื่องที่มาของส.ว. โดยมีความเห็นในเชิงลบต่อกระบวนการสรรหาส.ว.ว่า ไม่ตรงกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ

นายประสาท กล่าวอีกว่า คณะกรรมการป.ป.ช มีมติเอกฉันท์ว่า การกระทำของนายนิคมในฐานะรองประธานรัฐสภาผู้ทำหน้าที่ประธานการประชุมร่วมกันของรัฐสภาในวันที่ 4 ,6,8,9,10,11และ 12 กันยายน 56 เพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม นายนิคมได้รับญัตติให้ปิดอภิปรายทั้งที่มีผู้ขอแปรญัตติ ผู้สงวนคำแปรญัตติ และผู้สงวนความเห็นรออภิปรายอยู่เป็นจำนวนมาก จึงเป็นการตัดสิทธิของผู้แปรญัตติ

โดยใช้เสียงข้างมากในที่ประชุมปิดอภิปราย การกระทำของนายนิคมจึงมีมูลความผิดฐานส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 3 วรรค 2 และมาตรา 291 อันเป็นมูลเหตุให้ถูกถอดถอนออกจากตำแหน่ง เห็นควรให้ประธานป.ป.ช ส่งรายงานเอกสารพร้อมความเห็นไปยังประธานวุฒิสภาเพื่อดำเนินการตามมาตรา 273 และ 274 ต่อไป ส่วนข้อกล่าวหาอื่นๆไม่มีมูลความผิดให้ข้อกล่าวหาอื่นๆตกไป โดยนายนิคมจะต้องหยุดปฎิบัติหน้าที่นับตั้งแต่ป.ป.ช ชี้มูลความผิด

นายประสาท กล่าวอีกว่า ในส่วนของคดีอาญายังอยู่ระหว่างการไต่สวนข้อเท็จจริง ซึ่งมีรายละเอียดที่ซับซ้อนกว่าเพราะจะต้องดูรายละเอียดว่ามีเจตนากระทำผิดหรือไม่ สำหรับคดีของนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ยังอยู่ระหว่างการไต่สวนของป.ป.ช เพราะมีหลายประเด็นไม่สอดคล้องกับนายนิคม เนื่องจากหลายประเด็นเชื่อมโยงกับกระบวนการรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านขั้นตอนสลับซับซ้อน จึงมีประเด็นและพยานหลักฐานมากกว่า เช่นเดียวกับคดีร้องถอดถอนส.ส และสว.อีกกว่า 300 คน ซึ่งจะทยอยเรียกไต่สวนไปตามพยานหลักฐาน

ด้านนายสรรเสริญ พลเจียก เลขาธิการป.ป.ช กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีขอให้ถอดถอนน.ส ยิงลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีพฤติการณ์ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายกรณีโครงการรับจำนำข้าวว่า ป.ป.ช มีมติให้นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความผู้รับมอบอำนาจเข้ามาตรวจสอบพยานหลักฐานในสำนวนเพิ่มเติมอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม ขอชี้แจงว่าที่ผ่าน มาป.ป.ช เคยให้ตรวจและมอบสำเนาเอกสารไปแล้ว 49 แผ่น ยกเว้นเอกสารบางรายการที่ทราบกันโดยทั่วไป และน.ส.ยิ่งลักษณ์ ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ย่อมมีเอกสารอยู่แล้ว เช่น เอกสารเกี่ยวกับการวิจัยของป.ป.ช โครงการศึกษามาตราการแทรกแซงตลาดข้าวเพื่อป้องกันการทุจริต เอกสารของสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ที่มีไปถึงน.ส ยิ่งลักษณ์ คำแถลงนโยบายของรัฐบาล คำอภิปรายและกระทู้ถามต่างๆเป็นต้น

นายประสาทให้สัมภาษณ์ภายหลังการแถลงข่าวว่า ป.ป.ช. ได้ตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นไต่สวนกรณีขอให้มีการถอดถอนน.ส.ยิ่งลักษณ์ในอีกหลายประเด็น ยืนยันว่า ไม่ใช่เรื่องของการกลั่นแกล้งรักษาการนายกฯ แต่เมื่อมีผู้ร้องเข้ามาป.ป.ช. ก็ต้องตั้งคณะอนุกรรมการฯขึ้นมาไต่สวน หากไม่ดำเนินการก็จะถูกดำเนินคดีในฐานะละเว้นการปฏิบัติหน้าที่