วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

จี้'อภิสิทธิ์'กวาดบ้านตัวเองก่อนเตือนคนอื่น

"นพดล" ระบุให้"อภิสิทธิ์" ตักเตือน"สุเทพ" ปัดกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนจะออกมาเตือนคนอื่น

นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่า เหนื่อยที่จะเตือนนายกฯ แล้ว และกล่าวหาว่ารัฐบาลส่งสัญญาณเผชิญหน้า กรณียกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินเพื่อเปิดทางให้กลุ่มนปช.เข้ากรุงเทพฯ อีกทั้งยังพาดพิงพ.ต.ท.ทักษิณว่า น้องสาวจะมีจุดจบแบบพี่ชายด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ควรสำรวจตัวเองและปัดกวาดบ้านตัวเองให้สะอาดก่อนที่จะตั้งตัวเป็นคนดีมาคอยตักเตือนคนอื่น นายอภิสิทธิ์ทำหน้าที่ของตนเองแล้วหรือยัง เพราะตั้งแต่เป็นหัวหน้าพรรคก็นำพรรคบอยคอตการเลือกตั้งมา 2 ครั้งแล้ว นอกจากนี้ แกนนำกปปส.ก็ล้วนแต่เคยเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ทั้งสิ้น ทำเศรษฐกิจชาติพังไปกว่า 5 แสนล้านบาท และการเลือกตั้งที่ควรจะเป็นทางออกของประเทศนั้น กลุ่มกปปส.ก็ไปขัดขวาง ขอถามว่านายอภิสิทธิ์สำนึกกับปัญหาการเมืองที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้หรือไม่

นายนพดล กล่าวอีกว่า นายอภิสิทธิ์ควรตักเตือนนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. เพราะเคยเป็นหัวหน้าและเลขาฯ พรรคที่ทำงานร่วมกันมาร่วม 10 ปี โดยบอกนายสุเทพว่าอย่าใช้ความรุนแรง อย่าไปล้อมสถานที่ราชการ และอย่าขัดขวางการเลือกตั้ง ทั้งนี้ ถ้านายอภิสิทธิ์ มั่นใจว่าตนเองดีจริง มีความนิยมทางการเมืองจริง ทำไมไม่ลงสมัครรับเลือกตั้งให้ประชาชนทั้งประเทศตัดสิน เพราะเวลาคนดูตนเองในกระจกก็ต้องบอกว่าตนเองดีและหล่อทั้งนั้น อย่างไรก็ตาม การยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้นเพราะสถานการณ์ขณะนี้คลี่คลาย ไม่ใช่เพื่อเปิดทางให้กลุ่มนปช.เข้ากรุงเทพฯ รัฐบาลไม่ต้องการเผชิญหน้ากับใคร ใช้ความละมุนละม่อมมาโดยตลอด เพราะสำนึกว่าเป็นรัฐบาลที่ไม่มีเส้น แต่ที่บ้านเมืองมีปัญหาในปัจจุบันเพราะมีกระบวนการล้มล้างรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งที่ทำงานร่วมกันหลายกลุ่ม เพื่อเป้าหมายให้มีนายกฯ คนกลาง ซึ่งตนมองไม่เห็นว่ามีปัจจัยใดที่จะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ เพราะที่จัดการเลือกตั้งไม่ได้ทั้งหมดในวันที่ 2 ก.พ.ก็เพราะกปปส.ไปขัดขวางปิดล้อม ดังนั้น กกต.มีหน้าที่ต้องจัดการเลือกตั้งให้สำเร็จ ไม่ใช่รัฐบาล

"ผมหวังว่าศาลรัฐธรรมนูญและองค์กรอิสระจะตัดสินตามตัวบทกฎหมายและเที่ยงธรรม เพราะประชาธิปไตยและความยุติธรรมเท่านั้นที่จะเป็นรากฐานของประเทศไทยที่มีความสมานฉันท์และรุ่งเรือง ทั้งนี้ ไม่ว่าศาลรัฐธรรมนูญหรือป.ป.ช.จะตัดสินอย่างไรนั้น พรรคเพื่อไทยจะต่อสู้ทุกวิถีทางภายใต้รัฐธรรมนูญและกฎหมายต่อไป"นายนพดลกล่าว