"อภิสิทธิ์" คาด6องค์กรเจรจาเหลว เหตุที่"รบ.ยิ่งลักษณ์" ดึงดันรักษาอำนาจ แฉเหลี่ยมรัฐบาล ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เปิดทางนปช.ลุย
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอของ 6 องค์กรอิสระ ให้รัฐบาลและกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ส่งตัวแทนมาเจรจาโดยองค์กรอิสระจะทำหน้าที่เป็นคนกลางว่า ต้องขึ้นอยู่กับ 2 ฝ่าย แต่ตนมองว่าแต่ละหน่วยงานควรจะทำหน้าที่ของตนเอง สังคมต่างหากที่ต้องพยายามหาทางออกให้ได้
โดยไม่ต้องพูดถึงฝักฝ่าย แต่พูดถึงความถูกต้องและเหมาะสม ในแนวทางที่ควรจะเดินไป หาก 6 องค์กรอิสระอยากลองใช้วิธีนี้ตนไม่ทราบว่าการตอบสนองของทั้งรัฐบาลและ กปปส.จะเป็นอย่างไร เพราะยังนึกภาพอย่างเป็นรูปธรรมไม่ออก เนื่องจากเคยมีความพยายามของหลายฝ่ายในการหาคำตอบมาแล้ว
ทั้งนี้ตนเห็นใจองค์กรอิสระที่มองว่ายากจะมีการเริ่มต้นขบวนการ แต่มีคนพยายามทำงานในลักษณะนี้อยู่มากแล้ว แต่ปัญหาอยู่ที่รัฐบาลยังเชื่อมั่นในการครองอำนาจ มีมวลชนสนับสนุนที่จะนำมาใช้ จึงมีท่าทีเผชิญหน้า เดินหน้ารักษาอำนาจ ทำให้ยากที่จะพูดคุย ดังนั้นเมื่อบทสรุปขององค์กรอิสระเป็นแค่คนกลาง ก็ไม่มีปัญหาเรื่องการเข้ามาเป็นคู่ขัดแย้งทางการเมือง เพราะเพียงแต่เสนอให้เกิดวิธีการพูดคุย ตนก็เคยกังวลว่า หากมีข้อเสนอใดกระทบหรือเกี่ยวพันกับการปฏิบัติหน้าที่ขององค์กรเหล่านั้นก็ไม่ดี
“ทุกฝ่ายต้องทำหน้าที่ของตัวเอง คดีต่างๆที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาขององค์กรอิสระ แม้จะได้ข้อยุติในคดีต่างๆก็ยังไม่เพียงพอในการหาคำตอบทางการเมือง หากรัฐบาลยังไม่พร้อมที่จะพูดคุยหาทางออก นอกจากที่นายกฯยืนยันให้ผู้ชุมนุมกลับบ้าน แล้วเดินหน้าให้เสร็จ หากยังไม่ถอยจากจุดนี้ก็เป็นเรื่องยาก เพราะในที่สุดก็จะได้รับผลกระทบจากป.ป.ช. หรือศาลรัฐธรรมนูญ เพราะมีหลายคดีของรัฐบาลค้างอยู่ ซึ่งเป็นเรื่องที่ผิดมาตั้งแต่ต้นและสุดท้ายก็เกิดปัญหา รัฐบาลจะไม่ยอมรับคำตัดสินไม่ได้ ทุกอย่างต้องเป็นไปตามกระบวนการ เห็นหลายคดีที่ชนะก็ยอมรับ ขณะนี้ไม่มีเหตุที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการปลุกระดมด้วยการบิดเบือนข้อเท็จจริงจากรัฐบาล” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ส่วนกรณีที่นายณัฐวุฒิ ใสเกื้อ รมช.พาณิชย์ ไปดำรงตำแหน่งเลขาธิการ กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่สนใจเพราะเป็นการเคลื่อนไหวของคนกลุ่มเดียวกัน แต่ไม่แน่ใจว่าจะนำไปสู่ปัญหาที่รุนแรงหรือไม่ เพราะยังไม่มีการเผชิญหน้า แต่ตั้งข้อสังเกตถึงจังหวะการยกเลิกการใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ( พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ) ต้องการเปิดทางให้กลุ่มนปช. เข้ามากทม.หรือไม่ ซึ่งน่าเป็นห่วงเพราะก่อนหน้านี้รัฐบาล อยากใช้เครื่องมือพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ยังคิดจะอุทธรณ์คำสั่งศาลแพ่ง แต่กลับมีการเปลี่ยนท่าทีหลัง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร บอกให้เลิกใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งตนก็เป็นห่วงว่าจะมีการนำมวลชนมาปะทะกัน เพราะรัฐบาลส่งสัญญาณพร้อมเผชิญหน้าทุกอย่าง
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อปี 2549 เงื่อนไขหนึ่งที่ทำให้เกิดรัฐประหาร คือนำมวลชนมาปะทะกัน คิดว่าครั้งนี้จะซ้ำรอยได้หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ปี 49 มีความวิตกว่าประชาชนจะปะทะกัน แต่วันนี้กปปส.พูดชัดว่า ถ้ามาปะทะเขาไม่ปะทะด้วยก็ไม่มีเงื่อนไข แม้ว่าจะมีการชุมนุมเพื่อวัดจำนวนคนก็ไม่น่าจะมีปัญหา จึงน่าจะลดความกังวลไปได้ระดับหนึ่ง
ส่วนกรณีที่นายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ ระบุว่าเตรียมกองกำลังช้างสาร มดแดงที่จะปกป้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ หากถูกป.ป.ช.ชี้มูลความผิด ในคดีทุจริตจำนำข้าว นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เป็นบทบาทของนายโกตี๋มาตลอด ไม่เข้าใจทำไมเจ้าหน้าที่ไม่เคยปรามเรื่องเหล่านี้ ซึ่งตนคิดว่ามีความพยายามที่จะใช้การสื่อสารเพื่อข่มขู่คนที่ทำหน้าที่ แต่บ้านเมืองจะเดินไปได้ระยะยาว คนทำหน้าที่ต้องเที่ยงตรงเป็นธรรม ขณะนี้นอกจากข่มขู่องค์กรอิสระแล้ว นายกฯยังขู่ประชาชนด้วยว่า จะยืนสู้ตราบเท่าที่รัฐบาลเป็นอย่างนี้ รัฐบาลคือคนที่ขวางการหาทางออกเพราะไม่พร้อมรับฟัง คนที่ไม่เห็นด้วยและมีการประท้วงมาเป็นเวลานาน ทั้งนี้เห็นว่าคนในรัฐบาลพยายามปลุกกระแสการทำรัฐประหารเพื่อสร้างเงื่อนไขในการระดมมวลชน
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะปลุกผีรัฐประหารสำเร็จหรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยู่ที่ท่าทีของกองทัพ แต่เห็นว่าพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ก็มีความชัดเจนในแนวทางของกองทัพ ต้องยอมรับว่าหากยังเดินกันไปแบบนี้ บ้านเมืองก็ติดหล่มอยู่ตรงนี้ประชาชนเดือดร้อน ต้องช่วยกันหาทางออกไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ไม่ใช่หาทางออกเพื่อให้จบๆกันไป แต่ในที่สุดปัญหาจะกลับมาปะทุใหม่ ตนเชื่อว่ามีแนวทาง อยู่ที่รัฐบาลพร้อมจะเดินหรือไม่ เพราะต้องเริ่มจากฝ่ายการเมืองเป็นหลัก
“ผมฝากถึงน.ส.ยิ่งลักษณ์จนเหนื่อยแล้ว แต่ก็ยังอยากให้ทบทวน และถามตัวเองเพราะเชื่อว่าน.ส.ยิ่งลักษณ์ไม่มีความสุข ต้องถามว่าจะให้บ้านเมืองเดินไปอย่างนี้เพื่ออะไร ขอให้ฟังคนอื่นบ้าง ไม่ใช่ฟังคนรอบตัวแล้วให้ตรรกะเดิม ๆ อยากเตือนจะได้ไม่มาตกใจภายหลัง ว่าทำไมจึงเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ เพราะสิ่งที่นายกฯแสดงอาการขณะนี้คนอื่นเตือนมานานแล้ว แต่นายกฯมัวแต่เชื่อคนรอบข้างอยู่” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า สุดท้ายคิดว่าน.ส.ยิ่งลักษ์จะมีจุดจบอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ตนไม่อยากให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ตกใจแต่ขอย้ำว่า ควรดูบทเรียนพี่ชายตัวเองว่าในที่สุดไม่ว่าจะเงินหรืออำนาจ หรือคนรอบข้างก็ไม่สามารถอยู่เหนือความถูกต้องและกฎหมายได้ เพราะสังคมไทยไม่ยอมเงิน อำนาจ หรือมวลชนอย่างเดียวเพราะสุดท้ายเดินไปไม่ได้


