กลุ่มหนุนกปปส.-นักวิชาการรัฐศาสตร์ ค้านแนวคิดคนกลางของ6องค์กรอิสระ แนะกลับไปทำหน้าที่ตรวจสอบตามรธน.
จากกรณีที่องค์กรอิสระในรัฐธรรมนูญเสนอแนวทางจัดตั้งคนกลางเพื่อดำเนินการเจรจาไกล่เกลี่ยความขัดแย้งทางการเมือง โดยให้ฝ่าย กปปส.และรัฐบาลเสนอชื่อบุคคลที่เห็นสมควรเข้ามาทำหน้าที่นั้น ฝ่ายสนับสนุน กปปส. และนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์เห็นตรงกันว่า อยากเห็นในทางปฏิบัติ
โดยนายตระกูล มีชัย อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่าข้อเสนอขององค์กรอิสระเป็นเพียงแค่ความฝัน และยากที่จะทำให้เกิดการปฏิบัติได้ เพราะข้อเสนอให้มีคนกลางเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองนั้นได้มองข้ามสิ่งที่เป็นปัญหาที่แท้จริงทางการเมือง แม้ว่าการเสนอคนกลางเพื่อเจรจาจะเป็นประเด็นหนึ่งของวิธีแก้ปัญหา แต่ต้องไม่ใช่เป็นการซุกปัญหาเดิมๆ ไว้ใต้พรมต่อไป ทั้งนี้ตนไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว
"การทำหน้าที่ขององค์กรอิสระโดยปราศจากกฎหมายที่รับรอง เชื่อว่าจะเกิดการไม่ยอมรับแน่นอน และที่สำคัญองค์กรอิสระจะถูกมองว่ากำลังเล่นละคร และเพื่อให้ฝ่ายกปปส. และ รัฐบาลรักษาการมีทางลงต่อปัญหาที่เกิดขึ้น ดังนั้นหากองค์กรอิสระอยากช่วยแก้ปัญหาจริงควรดำเนินการตามบทบาทและหน้าที่ที่กฎหมายกำหนด" นายตระกูล กล่าว
ด้านนายสุริยะใส กตศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มการเมืองสีเขียว (Green Politic) กล่าวว่า ตนยอมรับในเจตนาดีขององค์กรอิสระที่ต้องการคลี่คลายวิกฤตทางการเมือง แต่ข้อเสนอเรื่องคนกลางนั้นอาจจะทำได้ยาก และอาจทำให้มีปัญหาและคำถามตามมา คือ 1.รายชื่อที่ให้แต่ละฝ่ายเสนอ หากไม่ตรงกันทุกๆ รอบที่เสนอจะทำอย่างไร 2.หากได้รายชื่อที่ตรงกันแล้วจะทำอย่างไร ใน 5 คนที่เป็นกรรมการคนกลางจะนำประเด็นใดไปหารือร่วมกัน เพราะขณะนี้ต้องยอมรับว่ารัฐบาลรักษาการกำลังถูกกระบวนการยุติธรรมดำเนินการไต่สวน และองค์กรอิสระ เช่น ป.ป.ช. ได้ตรวจสอบใกล้แล้วเสร็จและเตรียมชี้มูลความผิดน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ซึ่งประเด็นความผิดฐานทุจริตต่อหน้านี้เป็นกรณีที่เจรจายอมความไม่ได้
"ผมเข้าใจในความบริสุทธิใจขององค์กรอิสระ แต่ปัญหาการเมืองตอนนี้ไปไกลกว่าการเจรจากันแล้ว ดังนั้นองค์กรอิสระคววรกลับไปทำหน้าที่ตามที่กฎหมายกำหนดอย่างเข้มแข็งดีกว่าการออกมาแสดงบทบาททางการเมือง เพราะผมมองว่าเป็นการเปลืองตัว" นายสุริยะใส กล่าว
ขณะที่นายสมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) กล่าวว่า ยอมรับว่าไม่ง่ายต่อการดำเนินการตามขององค์กรอิสระ เพราะหากพิจารณาจุดยืนของกปปส. แล้วจะพบเงื่อนไขที่แตกต่างและรัฐบาลชุดปัจจุบันไม่สามารถปฏิบัติตามได้ ขณะที่รัฐบาลก็มีเงื่อนไขที่กปปส.ไม่สามารถตกลงได้เช่นกัน อาทิ การปฏิรูปก่อนการเลือกตั้ง หรือจัดการเลือกตั้งให้เสร็จก่อนการปฏิรูป เป็นต้น นอกจากนั้นแล้วการปฏิบัติตามหรือไม่ปฏิบัติตามข้อเสนอขององค์กรอิสระไม่มีหลักประกันใดที่จะให้ข้อเสนอของแต่ละฝ่ายประสบความสำเร็จ ดังนั้นตนมองว่าองค์กรอิสระควรกลับไปทำบทบาทการตรวจสอบตามที่กฎหมายกำหนด ไม่หวั่นต่อแรงกดดันใดๆ แทนการออกมาเล่นบทบาททางการเมือง
ส่วนนายอัษฎางค์ ปาณิกบุตร นักวิชาการอิสระด้านรัฐศาสตร์ กล่าวว่า เชื่อว่าการออกมาเล่นบบาททางการเมืองขององค์กรอิสระนั้นมีนัยยะ แต่ตนไม่อยากไปกล่าวหาว่ามีใครอยู่เบื้องหลังให้องค์กรอิสระออกมาทำแบบนั้นหรือไม่ สำหรับแนวทางการเจรจาโดยคนกลางนั้นตนมองว่าไม่สามารถแก้ไขความขัดแย้งได้ หากไม่มีการนำความจริงมาพูดร่วมกัน และที่สำคัญปัญหาทางการเมืองขณะนี้ไปไกลกว่าความขัดแย้งเพราะในสังคมมีแต่ความเกลียดชัง ทั้งนี้สิ่งที่ตนได้ศึกษาจากปัญหาทางการเมืองพบสิ่งที่จะแก้ปัญหาทางการเมืองได้ คือ ให้คนตัวจริงออกมายอมรับถึงความล้มเหลวของประเทศและยุติการกระทำผ่านตัวแทนในกลุ่มต่างๆ
"ผมว่าไม่ต้องหาคนกลางเข้ามาไกล่เกลี่ย แต่ให้แต่ละฝ่ายเสนอคนของตัวเอง จำนวน 5 คนมานั่งโต๊ะพูดคุยกัน อาจจะทำกันหลายรอบเพราะต้องมีข้อถกเถียง แต่หากจะให้ประสบความสำเร็จ ผมมองว่าการเจรจากลุ่มแรกควรให้คนในกองทัพเรือมาร่วมวงพูดคุย" นายอัษฎางค์ กล่าว
นายอัษฎางค์ กล่าวด้วยว่า สถานการณ์ของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ตอนนี้เหมือนคนตกน้ำและมือคว้าได้เพียงรากไม้ดังนั้นจึงไม่มีอะไรที่มวลชนควบคุมไม่ได้ ดังนั้นสิ่งที่สังคมวงกว้างควรทำตอนนี้ คือการเสนอประเด็น ข้อเรียกร้องเพื่อให้รัฐบาลรักษาการนำไปปฏิบัติ


