ญาติเหยื่อ 6 ศพวัดปทุมฯ ยื่นฟ้อง"อภิสิทธิ์-สุเทพ" ร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาปี53
ที่ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก นายขาล ศรีรักษา ญาติของนายสุวรรณ ศรีรักษา ผู้เสียชีวิต และนางสุนันทา สมอาษา มารดาของนายอัฐชัย ชุมจันทร์ ผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมวนารามฯ จากกรณีสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2553 พร้อมด้วยนายโชคชัย อ่างแก้ว ทนายความ เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตผอ.แก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นจำเลยในความผิดฐานร่วมกันก่อหรือใช้ให้ผู้อื่นกระทำผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้พิจารณาเพื่อมีคำสั่งต่อไป
ภายหลังนายโชคชัย กล่าวว่า ภายหลังจากที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งในคดีชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ 6 ศพวัดปทุมฯ ซึ่งศาลได้ระบุชัดเจนว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการกระสุนปืนของเจ้าหน้าที่ทหารในการเข้าขอคืนพื้นที่ตามคำสั่งของรัฐบาล วันนี้จึงมาขอความเป็นธรรมต่อศาลอาญาโดยยื่นฟ้องนายอภิสิทธิ์และนายสุเทพ แต่การที่โจทก์ยื่นฟ้องในครั้งนี้เป็นการฟ้องแยกสำนวนของพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 โดยฟ้องต่างกรรมต่างวาระกันไปเนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวมีผู้เสียชีวิตหลายราย โดยศาลจะไต่สวนมูลฟ้องก่อนจึงจะมีคำสั่งว่า คดีมีมูลให้ประทับรับฟ้องคดีไว้พิจารณาหรือไม่
ด้านนพ.เหวง โตจิราการ แกนนำนปช. กล่าวว่า ศาลอาญากรุงเทพใต้ได้มีคำสั่งชันสูตรพลิกศพกรณีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวน 18 ราย โดยเฉพาะกรณีของนายอัฐชัยที่ญาติเป็นโจทก์ยื่นฟ้องในวันนี้ถือว่าศาลมีคำสั่งชัดเจนมากที่สุด โดยระบุว่าเสียชีวิตจากกระสุนของเจ้าหน้าที่ทหาร ที่ยิงมาจากแนวบริเวณถนนพระราม1 ส่วนญาติผู้เสียชีวิตคนอื่นๆก็จะยื่นฟ้องเป็นกรณีไป ส่วนกรณีที่นายสุเทพอ้างว่ามีชายชุดดำนั้นศาลก็ได้สรุปในสำนวนแล้วว่าไม่มีชายชุดดำแต่อย่างใด นอกจากนี้ในวันพรุ่งนี้ทางกลุ่มนปช.ได้นัดรวมพลที่จ.พระนครศรีอยุธยาเพื่อแสดงออกว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกปปส. รวมทั้งบทบาทในการคัดค้านต่อต้านองค์กรอิสระที่เข้ามาก้าวก่ายอำนาจของฝ่ายบริหาร และตนเชื่อว่าการเมืองไทยจะไม่เกิดภาวะสูญญากาศเพราะนายกฯจะต้องปฏิบัติหน้าที่จนกว่าจะได้ครม.ชุดใหม่ อย่างไรก็ตามตนเชื่อว่ามีความพยายามจากบางกลุ่มที่พยายามจะปฏิวัติในรูปแบบต่างๆทั้งการใช้อาวุธและใช้องค์กรอิสระเป็นเครื่องมือ
ส่วนนางอัญชลี สาริกานนท์ พี่สาวของนายอัฐชัย กล่าว่า ตลอดเวลากว่า 3 ปีเป็นที่ประจักษ์แล้วว่าใครเป็นคนฆ่าและใครต้องรับผิดชอบ ซึ่งครอบครัวของตนดีใจที่ได้รับความยุติธรรมและคดีคืบหน้ามาจนถึงวันนี้ โดยต้องการให้นำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี และไม่อยากให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม ถึงแม้จะได้รับเงินเยียวยาแต่ก็ไม่สามารถทดแทนการเสียชีวิตคนในครอบครัวได้





