วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เจาะปมพาสปอร์ตหาย-ถูกโจรกรรม

เจาะปมพาสปอร์ตหาย-ถูกโจรกรรม ช่องโหว่ธุรกิจรถเช่า-ทัวร์-เกสต์เฮาส์

ผลพวงจากกรณีเครื่องบินสายการบินมาเลเซีย แอร์ไลน์ เที่ยวบินที่ เอ็มเอช 370 สูญหายไปอย่างลึกลับพร้อมลูกเรือและผู้โดยสารรวม 239 ชีวิต และต่อมาพบว่ามีผู้โดยสารชาวอิหร่าน 2 คนถือพาสปอร์ตของนักท่องเที่ยวชาวอิตาลีและออสเตรียที่ถูกขโมยไปจาก จ.ภูเก็ต ประเทศไทย ไปขึ้นเครื่องบินลำดังกล่าวนั้น ได้ทำให้ทางการไทยต้องระดมตรวจสอบข้อเท็จจริงและกวาดล้างแก๊งธุรกิจผิดกฎหมายที่สยายปีกตามแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ

จะเรียกว่า "ล้อมคอกเพื่อชาติ" ก็คงไม่ผิดนัก!

ผ่านมา 5 วัน ประเด็นข้อสงสัยเกี่ยวกับกลุ่มแก๊งที่พัวพันการทำพาสปอร์ตปลอมเริ่มคลี่คลายบ้างแล้ว หลังจากตำรวจเข้าสืบสวนโดยระดมกำลังลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อหาข้อมูลของพาสปอร์ตทั้ง 2 เล่ม

ขณะที่อีกส่วนหนึ่งระดมกำลังลงพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เพื่อย้อนรอยเส้นทางการสั่งจองตั๋วโดยสารมาเลเซีย แอร์ไลน์ จากบริษัทเอกชนที่เป็นนายหน้าขายตั๋วเครื่องบินผ่านระบบออนไลน์ โดยให้น้ำหนักไปที่การใช้พาสปอร์ตที่โจรกรรมมา เพื่อลักลอบเดินทางเข้าประเทศที่สามมากกว่าจะใช้เพื่อการก่อการร้าย

อีกด้านหนึ่งในแง่ของการป้องกันป้องปราม พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ก็ได้กำชับให้หน่วยงานที่รับผิดชอบเร่งล้อมคอกจังหวัดท่องเที่ยวที่มักเกิดเหตุพาสปอร์ตนักเที่ยวเที่ยวต่างชาติหาย หรือถูกขโมย โดยเฉพาะกรณีที่สูญหายไปขณะที่นำพาสปอร์ตไปวางค้ำประกันเมื่อใช้บริการต่างๆ

หน่วยงานที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลในเรื่องนี้เป็นการประสานงานร่วมกันระหว่างตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตำรวจท่องเที่ยว และสถานีตำรวจท้องที่ในจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งทุกหน่วยได้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อวางมาตรการป้องกันอย่างเป็นระบบแล้ว

หน่วยงานหนึ่งที่รับผิดชอบหน้างานเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวโดยตรงอย่างกองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว (บก.ทท.) นำโดย พล.ต.ต.อภิชัย ธิอามาตย์ ผบก.ทท. ได้สั่งการให้กำลังทุกพื้นที่เร่งประสานขอความร่วมมือและทำความเข้าใจกับบรรดาผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจเกี่ยวกับนักท่องเที่ยวให้ตระหนักถึงความสำคัญของการดูแลพาสปอร์ตของนักท่องเที่ยว โดยเบื้องต้นได้พุ่งเป้าไปที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญใน จ.ภูเก็ต ชลบุรี และเชียงใหม่

ส่วนประเภทของผู้ประกอบการที่ตำรวจให้ความสำคัญนั้น คือ ผู้ประกอบการรถเช่า รถทัวร์โดยสาร และเกสต์เฮาส์ เนื่องจากการใช้บริการต่างๆ ดังกล่าวมักเกิดปัญหาพาสปอร์ตที่นักท่องเที่ยววางค้ำประกันไว้ หรือเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง สูญหายหรือถูกลักขโมยไป

สำหรับมาตรการเร่งด่วนที่ต้องเร่งประสานทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ คือ การขอความร่วมมือในการรีบแจ้งเหตุให้เจ้าหน้าที่ทราบหลังเกิดเหตุพาสปอร์ตนักท่องเที่ยวสูญหายไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใด ส่วนอีกเรื่องคือการขอความร่วมมือและทำความเข้าใจเรื่องการใช้พาสปอร์ตในการค้ำประกันการใช้บริการต่างๆ

โดยชี้ให้เห็นว่า แม้การวางพาสปอร์ตเพื่อเช่าหรือใช้บริการจะเป็นการตกลงกันระหว่างนักท่องเที่ยวกับผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นเรื่องส่วนตัวในทางแพ่ง แต่เมื่อเกิดปัญหาพาสปอร์ตสูญหาย ซึ่งแม้เป็นเพียงอาชญากรรมเล็กๆ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่อาจขยายตัวเป็นอาชญากรรมร้ายแรงได้ ในประเด็นนี้จึงต้องมีการประชุมร่วมกับผู้ประกอบการที่เกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการที่เหมาะสมร่วมกันอีกครั้ง

นอกจากนี้ พล.ต.อ.อดุลย์ ยังได้กำชับให้ตำรวจท้องที่ที่อยู่ตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ให้ความสำคัญกับการรับแจ้งความพาสปอร์ตหาย โดยให้สอบปากคำนักท่องเที่ยวผู้เสียหายให้ละเอียดและครบถ้วนเพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลในการตรวจสอบย้อนหลังด้วย

อย่างไรก็ดี ทั้งหมดนั้นยังเป็นการบรรเทาปัญหาที่ปลายเหตุ เพราะต้นเหตุจากประสบการณ์ของ พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รองผบช.ก.) สมัยที่ดำรงตำแหน่ง ผบก.ทท. คือ การเช่ายานพาหนะของนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะรถจักรยานยนต์ ไม่มีกฎหมายรองรับ ทั้งๆ ที่การประกอบธุรกิจให้เช่ารถ หน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ต้องดำเนินการจดทะเบียนอย่างถูกต้อง การเปิดทำธุรกิจเหล่านี้ต้องถูกต้องและถูกควบคุมโดยกฎหมาย

เมื่อธุรกิจประเภทนี้ถูกคุมด้วยกฎหมาย ก็จะมีการขึ้นทะเบียนรถ และมีกติกาในการเช่าชัดเจน เช่น วางบัตรเครดิต โดยไม่ต้องวางพาสปอร์ต เพราะจะตกเป็นเหยื่อขบวนการโจรกรรมหรือปลอมแปลงพาสปอร์ต

"จริงๆ แล้วนอกจากปัญหาของธุรกิจให้เช่ารถ ยังมีปัญหาที่เกิดจากตัวนักท่องเที่ยวเองด้วย เช่น ทำพาสปอร์ตหาย หรือนำไปวางค้ำประกันการเช่ารถแล้วทิ้งพาสปอร์ต เพราะนำรถไปเกิดอุบัติเหตุ หรือติดหนี้จากการเช่า ไม่อยากจ่าย ก็ทิ้งพาสปอร์ตแล้วไปแจ้งหาย ติดต่อทำใหม่ ซึ่งบางประเทศทำได้ง่ายๆ แต่ก็กลายเป็นช่องทางทำให้เกิดการโจรกรรมหรือปลอมแปลงพาสปอร์ต"

พล.ต.ต.รอย กล่าวทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาต้องแก้ให้ถูกจุดและครบทุกจุด โดยเฉพาะการเชื่อมโยงข้อมูลชาวต่างชาติที่เข้า-ออกประเทศไทย ซึ่งยังไม่พร้อมก้าวสู่ประชาคมอาเซียน!