ปชป. ติดอาวุธระดมความคิด ร่วมต้าน แบ่งแยกดินแดน ด้าน คุณหญิงกัลยา ลั่นใครบังอาจแบ่งแยกสมควรถูกประหารชีวิต
ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่ลานพระแม่ธรณีบีบมวยผม พรรคประชาธิปัตย์ ได้จัดเสนาเรื่อง “ใคร?แบ่งแยกดินแดนขวานทอง “รัฐธรรมนูญ มาตรา 1 ประเทศไทยเป็นราชอาณาจักรอันหนึ่งเดียว จะแบ่งแยกมิได้” โดยมีวิทยากรเข้าร่วมคือ นายกษิต ภิรมย์ อดีตรมว.ต่างประเทศ , พล.ท.นันทเดช เมฆสวัสดิ์ อดีตหัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการพิเศษ ศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) , นายไทกร พลสุวรรณ แกนนำกลุ่มอีสานกู้ชาติ และทันตแพทย์ศุภผล เอี่ยมเมธาวี แกนนำกปปส.โคราช โดยมีชาวอีสานที่อาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ เข้าร่วมรับฟัง
คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ภาคอีสาน กล่าวเปิดการเสวนาว่า ใครบังอาจแบ่งแยกดินแดน ต้องได้รับโทษประหารชีวิต ปัจจุบันเกิดเหตุการณ์อุกอาจน่ากลัว มีการขึ้นป้ายแยกประเทศ มีแกนนำพรรคเพื่อไทย และคนเสื้อแดงให้สัมภาษณ์สนับสนุน ยุยงปลุกปั่นประชาชน มีการยอมรับว่ามีการฝึกอบรม กองกำลังให้ต่อสู้ในเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ เราจึงควรหยุดยั้งกระบวนการนี้ ก่อนที่จะสายเกินแก้และขอบคุณกองทัพบก ที่ออกมาดำเนินการอย่างจริงจัง
ด้าน พล.ท.นันทเดช กล่าวว่า การที่มีคนพูดว่าจะแยกภาคเหนือและอีสานออกไป เพราะปัจจุบันรัฐบาลอยู่ในสภาพทรุดโทรม ต้องยืนพิงรั้วอยู่ แต่ที่อยู่ได้เพราะพึ่งพาตำรวจ ข้าราชการประจำ คนเสื้อแดง กติกาสากลของชาติตะวันตก และใช้เงินขับเคลื่อนเพื่อยืดเวลารัฐบาลออกไป ไม่ให้ล้มก่อนวันที่ 30 มี.ค. โดยให้การเลือกตั้งส.ว.ผ่านไปก่อน เพื่อหวังว่ารัฐบาลจะได้ส.ว.เต็มสภา เพื่อถามกลับไปยังกปปส.ว่าสภาประชาชนมาจากไหน และจะใช้เสียงข้างมากในวุฒิสภาป้องกันเรื่องคดีต่างๆ และจะบอกว่าได้ยอมเสียสละการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ที่ส่อเป็นโมฆะ เพื่อให้เกิดการเลือกตั้งครั้งใหม่ เพื่อบีบกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) , รัฐบาลและผู้สนับสนุนรัฐบาลจึงพยายามดำเนินการ เรื่องการแบ่งแยกดินแดนเป็นสปป.ล้านนา เพื่อให้กปปส.และทหารหันมาสนใจประเด็นนี้ แทนที่จะกดดันรัฐบาล เพื่อยืดเวลาของรัฐบาลออกไป
ขณะที่ ทพ.ศุภผล กล่าวว่า ถ้าไม่มีสุญญากาศเกิดขึ้นกับรัฐบาล และการเปิดยุทธการใหญ่คัดค้านการทำผิดของรัฐบาลของกลุ่ม กปปส. ยุทธการที่กำลังแบ่งแยกประเทศเป็นสปป.ล้านนาคงไม่เกิด และไม่ใช่ของใหม่ แต่เป็นความต่อเนื่องของการพยายามสร้างรัฐไทยใหม่ ที่เขาประกาศมาตลอด เป็นสงครามที่ช่วงชิงอำนาจรัฐให้กลับมาอยู่ในมือของพ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะชนะเลือกตั้งในปี54 แต่ไม่เบ็ดเสร็จ ซึ่งสอดรับกับการขึ้นเชียงใหม่ของน.ส.ยิ่งลักษณ์ และการตั้งกองกำลังแดงในอีสานและเหนือ ของบรรดาแกนนำนปช.และส.ส.พรรคเพื่อไทย
ขณะที่นายกษิต กล่าวว่า คนที่มีแนวคิดแบ่งแยกประเทศถือเป็นกบฏทันที และรัฐบาลผู้ให้ความเห็นชอบก็ถือเป็นกบฏด้วย ที่ผ่านมาบรรพบุรุษต่อสู้ให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว จึงเป็นภาระหน้าที่ของปวงชนชาวไทยในการร่วมกันแก้ปัญหา สร้างชาติ ลดความเหลื่อมล้ำ แนวคิดแบ่งแยกประเทศ เป็นการหาที่ลงของระบอบทักษิณ ที่แพ้แล้วยังแสวงหาอำนาจต่อไป โดยมีเป้าหมายเพื่อหาผลประโยชน์ เราจึงควรต้องล้มล้างรัฐบาลที่เป็นกบฏ พรรคการเมืองที่เป็นกบฏ เสื้อแดงและกระบวนการที่เป็นกบฏ จึงต้องเรียกร้องให้ฝ่ายความมั่นคงออกมาจับกุมพวกนี้ดำเนินการตามกฎหมาย
นายกษิต กล่าวว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์ทั้งนายเกียรติ สิทธีอมร และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ประสานติดต่อกับตัวแทนสหประชาชาติตลอด ไม่ให้มีการแทรกแซงกิจการภายในไทย แม้เครือข่ายทักษิณจะครองสื่อต่างประเทศบิดเบือน แต่เราก็ทำหน้าที่ชี้แจงข้อเท็จจริงให้สื่อต่างชาติรับทราบ เช่น กรณีรัฐบาลจะเชิญนายบันคีมูน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ก็เข้าใจสถานการณ์นี้ที่โลกไม่เล่นด้วย กับการแบ่งแยกตัวเองไม่ว่าจะเป็นชาติใดๆ เพราะมองถึงภาพรวมของความสำคัญมากกว่า และยินดีให้ไปตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นของน.ส.ยิ่งลักษณ์ หรือพ.ต.ท.ทักษิณ กล้าพนันว่าสุดท้ายจะไม่มีชาติใดรับรองสถานภาพ ทั้งนี้ตนขอให้กอ.รมน.ปลดตัวประธานคือน.ส.ยิ่งลักษณ์ พ้นตำแหน่งประธานกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ไปก่อนเพราะเป็นกบฏต่อชาติ
นายอภิสิทธิ์ กล่าวหลังการสัมมนาว่า ตนคงไม่แสดงความเห็นเพราะวิทยากรได้ให้ข้อมูลไปแล้ว แต่ขอย้ำว่าเราทุกคนที่มีจิตใจ แนวคิด อุดมการณ์เดียวกันในการรักษาความถูกต้องและผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก จะได้เผยแพร่ข้อมูลนี้ให้พี่น้องคนไทย ได้ร่วมรับรู้ถึงอันตรายที่จะเกิดขึ้น สิ่งสำคัญคือเราต้องรักษาแนวทางการต่อสู้ที่ถูกต้อง คือแม้เขาจะหวังผลมากน้อยอย่างไร แต่สิ่งหนึ่งที่เขาพยายามทำต่อจากนี้คือ การเพิ่มความขัดแย้ง เพิ่มความแตกแยก เพิ่มความรุนแรง ดังนั้นในการต่อสู้ของเรา ขอให้ยึดมั่นแนวทางการต่อสู้ที่ถูกต้อง ชอบธรรมอย่าไปใช้วิธีการเดียวกับที่เขากำลังใช้ ซึ่งจะทำให้เราสูญเสียความชอบธรรมในการต่อสู้ และขอย้ำว่าแนวร่วมของเราสามารถขยายเพิ่มขึ้นได้อีก จากคนที่เคยไม่เข้าใจทั้งคนไทยและต่างชาติ แม้แต่คนที่เคยฝักใฝ่รัฐบาลหรือพรรครัฐบาล ที่ไม่เคยรู้ถึงแนวคิดอันตรายนี้กระทบความมั่นคงของชาติ หน้าที่เราคือการเชิญชวนให้คนเหล่านี้มาร่วมกับเราในแนวทางที่ถูกต้อง เป็นธรรม ซึ่งคนมาถามตนว่าเราจะชนะหรือไม่ ตนตอบไปว่า เราชนะแน่ แต่จะเมื่อไหร่ และอย่างไรนั้นไม่ทราบ แต่ขอให้ยึดมั่นรักษาแนวทางที่ถูกต้องนี้ต่อไปชนะแน่นอน





