วิเคราะห์ปมเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายไป แบ่งเป็น 3 ประเด็น ปลอมพาสปอร์ต-ก่อการร้าย-โบอิ้งหาย
แหล่งข่าวระดับสูงจากหน่วยงานด้านความมั่นคงไทย วิเคราะห์ปมเครื่องบินสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ที่หายไปอย่างไร้ร่องรอยขณะเหินฟ้าจากสนามบินกัวลาลัมเปอร์ สู่มหานครปักกิ่ง โดยแยกแยะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น กับเหตุการณ์ที่ปรากฏเกี่ยวโยง แบ่งเป็น 3 ประเด็น คือ
1.กรณีพาสปอร์ตปลอม หรือโจรกรรมพาสปอร์ต เป็นประเด็นที่เชื่อมโยงกับแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติอย่างแน่นอน และประเทศไทยถือเป็นแหล่งใหญ่ที่กลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติเข้ามาเคลื่อนไหว ทั้งกลุ่มเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเชื่อมโยงไปถึงมาเลเซียด้วย หากยังจำกันได้ เมื่อไม่นานมานี้เพิ่งมีข่าวแผ่นตรวจลงตรา หรือวีซ่าของไทย (ของจริง) สูญหายไปเป็นจำนวนมากที่มาเลเซีย
นอกจากนั้นยังมีข้อมูลระบุว่าการใช้พาสปอร์ตปลอมระบาดมากในมาเลเซีย เพราะระบบตรวจสอบไม่รัดกุม และตามฐานข้อมูลชี้ชัดว่า "แก๊งลูกหมู" และ "แก๊งลูกแพะ" (ส่งคนลักลอบเข้าประเทศจีน และยุโรป-สหรัฐ) มักใช้มาเลเซียเป็นช่องทางหรือทางผ่าน
2.ความเป็นไปได้ของการก่อการร้ายที่ทำให้เครื่องบินหายไป หน่วยข่าวประเมินว่ามีความเป็นไปได้พอสมควร แต่ให้น้ำหนักน้อยกับกลุ่มมุสลิมอุยกูร์ ซึ่งเป็นกลุ่มแยกดินแดนเขตปกครองตนเองซินเจียงของจีน เพราะกลุ่มมุสลิมอุยกูร์เป็นศักยภาพเคลื่อนไหวแค่ในประเทศจีน ไม่ถึงระดับข้ามชาติ
อย่างไรก็ดี มีการแจ้งเตือนความเคลื่อนไหวของกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ ซึ่งอิหร่านให้การสนับสนุน ขณะที่ล่าสุดมีการเผยแพร่ภาพผู้ต้องสงสัยที่ใช้พาสปอร์ตปลอมหรือพาสปอร์ตที่ถูกโจรกรรมจากนักท่องเที่ยวในไทย ขึ้นเครื่องมาเลเซียแอร์ไลน์ เป็นหนุ่มอิหร่าน แต่อ้างว่าต้องการเดินทางไปปลายทางที่ประเทศในยุโรปเพื่อเยี่ยมแม่
3.ความเป็นไปได้ที่จะเกิดอุบัติเหตุแบบกะทันหันจนเครื่องตก ซึ่งมีโอกาสไม่น้อยเหมือนกันจากปัญหาขัดข้องของระบบในเครื่องบิน
ในประเด็นก่อการร้าย มีข้อสังเกตว่าถ้าเป็นกลุ่มเชื่อมโยงกับอิหร่าน จะใช้พาสปอร์ตจริง แต่ครั้งนี้กลับใช้ของปลอม ฉะนั้นถ้าเหตุการณ์เครื่องบินหายเป็นก่อการร้ายจริง ก็ต้องเป็นลักษณะที่หน่วยข่าวกรองทั่วโลกคาดไม่ถึงเท่านั้น!





