วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ซัด'พงศ์เทพ'ยื้อเวลาคืนตำแหน่งให้ถวิล

"องอาจ" ซัด "พงศ์เทพ" อ้าง 45 วันคืนตำแหน่งเลขาฯสมช.ให้"ถวิล"ไม่ทัน ชี้ เป็นการยื้อเวลา แนะ"ยิ่งลักษณ์"เชื่อคำชี้ขาดศาลปกครอง

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าศาลปกครองจะบังคับให้รัฐบาลคืนตำแหน่งเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ให้แก่นายถวิล เปลี่ยนศรี ภายในเวลา 45 วัน ไม่ได้ และขั้นตอนตามกฎหมายไม่สามารถทำได้ทันว่า รัฐบาลควรเป็นตัวอย่างที่ดีในการเคารพกระบวนการยุติธรรม และคำตัดสินของศาล

รวมทั้งยึดมั่นในระบบคุณธรรม ไม่ควรออกมาท้าทายอำนาจศาล ส่วนที่ระบุว่าเวลา 45 วัน ไม่เพียงพอต่อการคืนตำแหน่งให้นายถวิล ตนอยากให้รัฐบาลทบทวนว่าตอนเอานายถวิล ออกจากตำแหน่งเลขาสมช.รัฐบาลใช้เวลากี่วัน ขณะนั้นรัฐบาลมุ่งหวังที่จะเอาพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ มาเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ซึ่งต้องเอาพล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ออกจากตำแหน่ง จึงต้องหาตำแหน่งในระดับเดียวกันให้จึงต้องเอานายถวิล ออกแล้วให้พล.ต.อ.วิเชียร มานั่งในตำแหน่งเลขาสมช.แทน จะเห็นว่าตามขั้นตอนไม่ได้ใช้เวลานาน

แต่วันนี้กลับบอกว่าเวลา 45 วัน อาจไม่พอ ตนคิดว่าน่าจะเป็นข้ออ้าง และเป็นความพยายามยื้อไม่ให้นายถวิล กลับมาทำหน้าที่เลขาสมช.ได้อีกต่อไปมากกว่า ซึ่งเป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง ตนจึงขอเรียกร้องน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ควรปล่อยให้การดำเนินการเรื่องนี้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลปกครอง ไม่ควรการปล่อยให้มีขบวนการใดๆยื้อเวลาออกไป วันนี้รัฐบาลควรสำนึกว่าได้ใช้อำนาจที่ไม่ถูกต้อง ใช้ดุลยพินิจไม่ชอบมาแล้ว

นายองอาจ กล่าวต่อว่า ขณะนี้สถานการณ์บ้านเมืองกำลังเดินหน้าเข้าสู่สถานะของความพิกลพิการหลายเรื่อง ขณะที่นายกฯไม่ได้รู้สึกอะไรปล่อยให้สถานการณ์เดินหน้า ซึ่งความพิกลพิการแรก คือ 1.รัฐบาลพิการ เห็นได้ชัดว่าขณะนี้มีความพยายามที่จะให้วินิจฉัยจากกรณีที่มีการกระทำหรืองดเว้นการกระทำซึ่งให้ได้มาด้วยอำนาจที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เนื่องจากไม่สามารถเปิดประชุมสภา ตามมาตรา 127 ได้ภายใน 30 วัน และไม่สามารถเลือกนายกฯได้ภายใน 30 วัน ตามมาตรา172 รัฐบาลจึงมีแนวโน้มไม่สามารถอยู่ในสถานะได้อีกต่อไป

2.นายกฯพิการ เกิดจากการที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กำลังตรวจสอบนายกฯเรื่องการทุจริตโครงการรับจำนำข้าว ถ้าถูกชี้มูลจะเป็นนายกฯที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ และไม่สามารถดำเนินการใดๆได้ทั้งสิ้น

และ3.การเลือกตั้งพิการ สืบเนื่องจากการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา ที่มีแนวโน้มจะเป็นการเลือกตั้งที่โมฆะ เหตุเพราะการดำเนินการเลือกตั้งทั่วไปวันดังกล่าวไม่สุจริต มีการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เช่น ไม่จัดเลือกตั้งในวันเดียว ดังนั้นความพิการทั้ง 3 ประการ จะยุติได้ขึ้นอยู่ความเป็นผู้นำของนายกฯ แต่ปรากฎว่านายกฯกลับปล่อยให้สถานการณ์บ้านเมืองเดินหน้าเข้าสู่ความพิการ โดยไม่พยายามหาทางออกอย่างแท้จริง

แม้จะแสดงจุดยืนหลายครั้งว่าพยายามแสวงหาทางออก แต่เมื่อพิจารณาแล้วจะพบว่าสิ่งที่นายกฯพยายามหาทางออก คือการหาทางออกของรัฐบาลมากกว่าส่วนรวม วันนี้ถ้านายกฯยังมีจิตสำนึกอย่าปล่อยให้สิ่งต่างๆเหล่านี้ดำรงต่อไป แต่ควรตัดสินใจให้ประเทศเดินหน้าเพื่อประโยชน์ส่วนรวมมากกว่า