วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มองเกมแบบ'นิติธร'เจรจาเพื่อปฏิรูปเท่านั้น

มองเกมแบบ"นิติธร ล้ำเหลือ"เจรจาเพื่อปฏิรูปเท่านั้น ไม่เข้าไปยุ่งในสภาประชาชน

นับตั้งแต่การชุมนุมขับไล่รัฐบาลของน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตรรักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเกิดขึ้น ในชื่อกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข(กปปส.)ก็มีแนวร่วมมากมายหลายกลุ่มที่มีอุดมการณ์ตรงกัน ร่วมขับไล่อย่างต่อเนื่อง และหนึ่งในกลุ่มแนวร่วมที่ถือว่ามีบทบาทและสีสันไม่แพ้ กปปส.คือ เครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย หรือ คปท.

หากนับต้นธารการชุมนุมขับไล่ยิ่งลักษณ์ กลุ่ม คปท.คือกลุ่มแรกที่เริ่มมีบทบาทก่อนใคร ตั้งแต่ชุมนุมด้านข้างทำเนียบรัฐบาลจนมีการประกาศพ.ร.บ.ความมั่นคง จึงย้ายไปชุมนุมที่สี่แยกอุรุพงษ์ พอมีการตั้งกลุ่ม กปปส. แนวร่วมกลุ่มนี้ก็เข้าร่วมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เข้ายึดทำเนียบฯเบร็ดเสร็จ จากนั้น คปท.ก็สร้างสีสันที่เรียกว่า ฮาร์ดคอร์ อย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เป็นแนวหน้าบุกทำเนียบฯ รื้อป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติท้าทาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เมื่อวันที่ 22 ม.ค.ที่ผ่านมา เดินสายปิดหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง และล่าสุด(วันที่ 5มี.ค.)บุกปิดป้ายคัดค้านการแบ่งแยกแผ่นดินที่หน้าพรรคเพื่อไทย ถนนเพชรบุรีตัดใหม่

ในช่วงที่สถานการณ์เคลื่อนเข้าสู่การชี้ชะตาทางการเมืองของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ รวมทั้งแนวโน้มการเจรจากันของ2ขั้วการเมือง จึงได้ขอความคิดเห็นจาก นิติธร ล้ำเหลือ หรือทนายนกเขา ที่ปรึกษา คปท. รวมทั้งขอความคิดเห็นในกรณีอื่นๆ

หลังจากการยุบรวมเวทีของ กปปส. ได้มีการพูดคุยกับคุณสุเทพ เทือกสุบรรณหรือไม่?

คือที่ผ่านมาก็ได้มีการพูดคุยกันตลอด กิจกรรมที่เน้นตอนนี้ เน้นไปที่ก็คือขอความรร่วมมือหน่ววยงานราชการต่างๆ เพื่อขอไม่ให้ร่วมมือหรือทำงานกับคุณยิ่งลักษณ์ และมุ่งตรงไปที่การบอยคอตสินค้าหรือการบริการต่างๆในเครือของชินวัตร กิจกรรมก็ดำเนินไปในแนวทางเดิม

แล้วกิจกรรมการไปที่หน้าที่ทำการพรรคเพื่อไทยเกิดขึ้นได้อย่างไร มีการวางแผนไว้อยู่ก่อน หรือคิดได้แล้วไปทันที?

ในส่วนที่ไปที่เพื่อไทย เราคิดกันเมื่อวาน (วันที่ 4 มี.ค.) เพราะเกิดจากกกรณีที่คุณจารุพงศ์ (เรืองสุวรรณ รมต.มหาดไทย) มีพฤติกรรมต่างๆเกี่ยวกับการแบ่งแยกประเทศ รวมทั้งไม่ได้เหตุความชัดเจนของรักษาการนายกฯ ในประเด็นเหล่านี้ ในการดำเนินคดีหรือจัดการ เพราะในลักษณะแบบนี้มันคือเรื่องร้ายแรง ต้องมีการแจ้งความดำเนินคดีกลุ่มที่ยุยง หรือต้องมีการสั่งให้ส่วนราชการไปดำเนินการจัดการ แต่เหตุเพื่อภาคประชาชนกับทหารเป็นกลุ่มที่ดำเนินการ ทำให้คิดได้ว่า เป็นให้ท้ายหรือเพิกเฉย สมยอม กิจกรรมเมื่อเช้าจึงเป็นการไปกระตุ้นเตือน ด้วยสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ถูกต้องไม่เหมาะสม

สำหรับแนวโน้มการเจรจาที่จะเกิดขึ้นระหว่างสุเทพ เทือกสุบรรณ กับ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ส่วนตัวมองอย่างไร?

คือต้องเรียนว่า การดำเนินการต่างรวมทั้งกิจกรรมของแต่ละเวทีเป็นอิสระ แค่ให้อยู่แนวทางหรือในกรอบที่จะเดินไปสู่การปฏิรูปประเทศ และการขับไล่รักษาการนายกฯและรัฐบาล ในส่วนของ คปท.มันไม่ประเด็นอะไรที่จะเจรจา การปราศรัย การเจรจา หรือการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดียของยิ่งลักษณ์ ซึ่งมันก็เห็นอยู่แล้วว่า มันไม่สอดคล้องกัน ซึ่งถ้าทางเวทีพี่สุเทพ(ฝ่าย กปปส.) ซึ่งพี่สุเทพก็ประกาศอย่างชัดเจนแล้วว่า จะเป็นการเจรจาอย่างเปิดเผย ต่อหน้าสื่อมวลชนและต้องให้พี่น้องประชาชนได้รับฟัง ฉะนั้นก็ไม่ได้ติดขัดอะไร จะเจรจาก็ว่าไป ส่วนผลของการเจรจายังไงเสียก็ต้องเอามาร่วมหารือกัน

หากต้องเป็นคนเจรจาเอง ในมุมส่วนตัวจะเจรจาอะไร?

ส่วนตัวผมมีเพียงแค่ประเด็นเดียว คือรักษาการนายกรัฐมนตรีต้องออกจากตำแหน่ง เพื่อเปิดทางให้ประชาชนได้ใช้อำนาจอธิปไตยแบบเต็มที่ และนำไปสู่การปฏิรูปประเทศ ในขณะนี้คิดว่าความรับผิดชอบทางการเมือง ต่อสังคมและประเทศ มีความชัดเจนว่าคุณนั้นไม่ได้บริหารประเทศตามหลักกฏหมาย หลักนิติธรรม คุณไม่ได้ถือรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือ ในขณะเดียวกันเจตนาหรือพฤติกรรมที่แสดงออก มันเกียวพันกับการทุจริตคอรัปชัน เกี่ยวพันกับการช่วยเหลือทักษิณ ชินวัตรพี่ชาย

แล้วคิดว่าการเคลื่อนไหวไม่ว่าจะ กปปส. คปท.หรือแนวร่วมอื่นจะมีผลไหม ในเมื่อรัฐบาลมีแนวโน้มที่จะพ้นไปเพราะ ป.ป.ช.?

คือผมคิดว่า ที่ผ่านมา เราทำให้การบริหารงานของรัฐบาลไม่สามารถทำได้อย่างเต็มที่ แต่ไม่ใช่เพราะการเคลื่อนไหวของ กปปส. คปท. แนวร่วมต่างๆ แต่เป็นเพราะความร่วมมือของพี่น้องประชาชน แม้แต่ส่วนราชการเอง ที่เห็นด้วยกับแนวทางที่เรานำเสนอออกไป ฉะนั้นการดำเนินการของกระบวนการยุติธรรม ก็ทำไปตามอำนาจหน้าที่อย่างเที่ยงตรงอยู่แล้ว พอมีส่วนของภาคประชาชนเสริมขึ้นมา ซึ่งไปช่วยให้ไม่สามารถมีแรงกดดันไปหยุดหรือไปรังแกกระบวนการยุติะรรมตรงนี้ได้

แล้วที่ว่ารัฐบาลสิ้นสภาพ ในมุมที่เป็นนักกฏหมายด้วย อธิบายให้เข้าใจหรือเห็นภาพได้ไหม?

ในขณะนี้ก็มีการตีความออกไป แต่มันก็คงต้องดูจากเจตนารมณ์ของกฏหมายเป็นหลัก แต่ผมว่าประเด็นสำคัญอยู่ที่ความรับผิดชอบทางการเมืองมากกว่า เพราะรัฐบาลนี้บริหารราชการ ที่ประชาชนจำนวนมากไม่ยอมรับได้ และมีความชัดเจนทั้งเนื้อหา พฤติกรรม พยานหลักฐานต่างๆ ว่าทำไปเพื่อผลประโยชน์พวกพ้องเท่านั้น ไม่ใช่ประโยชน์ของประเทศ และรูปธรรมที่เห็นชัดในการทุจริต คือเรื่องโกงชาวนา ถึงจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องก็ว่ากันไป ชี้แจงกันไป แต่การที่มีเหตุกาารณ์แบบนี้ในฐานะที่เป็นรัฐบาล เป็นผู้นำต้องแสดงความรับผิดชอบ ซึ่งหากดูตามกฏหมายก็อาจจะมีการตีความสองฝั่ง เพราะกฏหมายไม่ได้กำหนดไว้อย่างชัดเจน แต่ในแง่ความรับผิดชอบทางกาารเมือง คุณต้องรับผิดชอบได้แล้ว เพราะคุณไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ รวมทั้งกฏหมายก็ไม่ได้ให้รักษาการได้ตลอด ถูกไหมครับ ไม่เช่นนั้นจะไม่มีทางมีช่องทางของมาตรา 7อยู่ เพื่อให้ได้ใช้ช่องทางนี้เพื่อเป็นทางออกของประเทศและดำเนินต่อไปได้

แล้วในการดำเนินการต่างๆของ คปท.ได้มีการขอความคิดเห็นจากคุณสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยบ้างหรือไม่?

ไม่ได้มีการขอความคิดเห็นแต่อย่างใด แต่เป็นการประสานงานกันมากกว่า แจ้งว่าเราจะไปหรือจุดตรงไหน ไม่ได้จำเป็นต้องขอความคิดเห็น ไม่จำเป็นต้องขอการอนุมัติ มีเพียงการปรึกษาหารือกัน และอธิบายว่าเราทำการดำเนินการต่างๆเพราะอะไร

หากการต่อสู้ครั้งนี้มีชัยชนะที่เด็ดขาด ส่วนของคปท.จะอะไรเป็นอย่างแรก?

ในส่วนของ คปท.ก็จะดูแลผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนต่อไป จะไม่เข้ายุ่งในส่วนของไม่ว่าจะเป็น สภาประชาชน เราก็คงจะทำในเรื่องการรณรงค์การปฏิรูป ให้ความรู้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆ หรืออาจจะทำในลักษณะของเวที หรืออาจกระทั้งคงการชุมนุมอยู่ เพื่อจะดูว่าคนที่เข้ามาทำหน้าที่รัฐบาลรักษาหรือเฉพาะกาล ได้ดำเนินการต่างๆตามเจตนารมณ์ที่ได้ตั้งไว้หรือไม่.