วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชี้'สาธิต'มีสิทธิฟ้องศาลค้านคำสั่งเนรเทศ

ทนายชี้"สาธิต" มีสิทธิฟ้องศาลแพ่ง คัดค้านคำสั่งเนรเทศ พร้อมรอดูถวายฎีกา

นายสิทธิโชค ศรีเจริญ ทนายความชื่อดัง กล่าวถึงกรณีการเนรเทศนายสาธิต เซกัล นักธุรกิจชาวอินเดีย ว่า หลังจากที่ ร.ต.อ. เฉลิม ในฐานะผอ. ศรส. เซ็นคำสั่งเนรเทศนายสาธิต แล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตม. ก็จะนำคำสั่งไปให้นายสาธิต เซ็นรับทราบถึงพฤติการณ์และข้อกล่าวหา ซึ่งตามหลักการแล้วควรมีการให้ระยะเวลาประมาณ 7-15 วัน ในการที่ให้นายสาธิต เดินทางออกนอกประเทศ

" ดังนั้นก่อนที่จะสิ้นสุดระยะเวลาดังกล่าวนายสาธิต มีสิทธิที่จะไปยื่นฟ้องต่อศาลแพ่งให้เพิกถอนคำสั่งเนรเทศและยื่นคำร้องขอคุ้มครองชั่วคราวและขอให้ศาลไต่สวนฉุกเฉินเพื่อสั่งคุ้มครองชั่วคราวเป็นการด่วน ซึ่งนายสาธิต ก็มีสิทธินำทั้งพยานบุคคลและพยานเอกสารมาแสดงต่อศาล ซึ่งหากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว นายสาธิต ก็จะไม่ถูกเนรเทศตามคำสั่ง และจากนั้นก็จะเข้าสู่กระบวนการพิจารณาในตัวเนื้อหาคดี ซึ่งปกติจะใช้เวลาในการพิจารณาคดีเป็นเดือน นายสาธิต มีสิทธิที่จะนำพยานหลักฐานมาแสดงให้ศาลเห็นว่านายสาธิต ไม่ได้เป็นภัยต่อประเทศหรือความมั่นคงของชาติ แต่หากนายสาธิตแพ้คดีในศาลชั้นต้นก็มีสิทธิที่จะอุทธรณ์และฎีกาต่อไป ดังนั้นจะเนรเทศนายสาธิตได้ก็ต่อเมื่อคดีถึงที่สุดว่านายสาธิต มีพฤติการณ์ตามที่ถูกกล่าวหา แต่ถ้านายสาธิต พิสูจน์ในชั้นศาลได้ว่า ไม่ได้กระทำความผิดตามที่ถูกกล่าวหา ศาลก็จะเพิกถอนคำสั่งเนรเทศของ ผอ.ศรส. นายสาธิตก็จะไม่ถูกเนรเทศ " นายสิทธิโชค กล่าว

ส่วนกรณีที่นายสาธิต ให้น้องชายไปยื่นถวายฎีกาที่สำนักพระราชวังนั้น นายสิทธิโชค กล่าวว่า ปกติคดีที่มีการขออภัยโทษจะต้องเป็นคดีที่ถึงที่สุดแล้วและเป็นคดีอาญา แต่การเนรเทศไม่ใช่คดีอาญาแต่เป็นคดีพิเศษ

"ที่ผ่านมาผมไม่เคยเห็นมีการอภัยโทษกรณีคนต่างชาติถูกเนรเทศ อย่างไรก็ตามต้องดูว่าที่นายสาธิต ยื่นถวายฎีกามีเนื้อหาว่าอย่างไรและเพื่ออะไร "นายสิทธิโชค กล่าว