วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ขีดเส้นคืนเงินสิ้นพ.ค.

กกต.เคาะจ่ายหนี้ข้าว2หมื่นล้าน-เบรกกิตติรัตน์ขอคืนในเดือนก.ย. “ยรรยง” ปัดยืดเวลาโครงการรับจำนำหลังชาวนา 12 จังหวัด

"สมชัย" แจงเหตุ กกต.อนุมัติให้ ครม.ยืมงบกลาง 2 หมื่นล้าน จ่ายหนี้ค่าข้าวชาวนา เผย รัฐบาลแสดงความมั่นใจนำเงินขายข้าว 3 เดือน 2.4 หมื่นล้านมาคืนได้ สำนักงบฯ คาดชาวนาได้เงิน 2 หมื่นล้านสัปดาห์หน้า ธ.ก.ส.ระบุยอดหนี้รัฐบาลตามใบประทวนก่อนยุบสภาอยู่ที่ 1.15 แสนล้านบาท จ่ายแล้วประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท “อนุกรรมการการระบายข้าว” เปิดทางผู้ว่าฯ ขายข้าวในโกดังได้

การหาแหล่งเงินมาใช้หนี้โครงการจำนำข้าวปี 2556/57 ยังคงเป็นปัญหาสำคัญของรัฐบาล แม้ล่าสุด คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.จะอนุมัติให้รัฐบาลยืมเงินงบกลางวงเงิน 2 หมื่นล้านบาท มาใช้หนี้ชาวนาได้เป็นการชั่วคราว แต่กำหนดเงื่อนไขให้คืนเงินจำนวนนี้ภายในสิ้นเดือนพ.ค.

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง กล่าวว่า กกต.มีมติอนุมัติให้ครม.ใช้งบกลาง 20,000 ล้านบาท ชำระหนี้ให้ชาวนา ในโครงการรับจำนำข้าว โดยได้รับการชี้แจงจากนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลัง อธิบดีกรมบัญชีกลาง อธิบดีกรมการค้าภายใน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ และผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ

การอนุมัติงบดังกล่าวภายใต้เงื่อนไขที่เป็นเงินยืมทดรองราชการ โดยจำนวนเงินที่ยืม 20,000 ล้านบาท ซึ่งจะไม่กระทบต่องบกลางที่เหลืออยู่ 67,000 ล้านบาท เพราะรัฐบาลชี้แจงว่าจะสามารถขายข้าวได้เดือนละ 8,000 ล้านบาท หากขายได้เป็นเวลา 3 เดือน จะมีมูลค่า 24,000 ล้านบาท ซึ่งมากกว่าเงินที่ขออนุมัติไป และจะนำมาจ่ายคืนงบกลางภายในเดือนพ.ค. 2557 ตามที่ได้ประมาณการว่ารัฐบาลยังคงรักษาการอยู่ จึงไม่ผูกพันรัฐบาลชุดต่อไป และไม่เข้าข่ายเป็นได้เปรียบเสียเปรียบในการหาเสียงเลือกตั้ง

นายสมชัย กล่าวด้วยว่า การชำระหนี้ให้ชาวนาครั้งนี้ เป็นการชำระให้กับชาวนาที่มีใบประทวนภายในเดือนพ.ย. 2556 ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่รัฐบาลยังไม่ประกาศยุบสภา แต่ยังมีหนี้ที่รัฐบาลค้างชำระจากการให้ชาวนามาจำนำใบประทวนของเดือนธ.ค. 2556 - ก.พ. 2557 อีก 90,000 ล้านบาท เป็นหน้าที่ของรัฐบาลต้องไปหาเงินจากแหล่งอื่น ไม่สามารถจะมาขอยืมใช้งบกลางได้อีก เพราะงบกลางที่เหลือ 67,000 ล้านบาทขณะนี้ กกต. ประเมินแล้วว่า จะไม่กระทบกับกรณีนี้ หากรัฐบาลจำเป็นต้องนำไปใช้จ่ายเกี่ยวกับภัยพิบัติต่างๆ ที่คาดว่าอาจจะเกิดขึ้นได้

เผยกิตติรัตน์ต่อรองขอคืนในเดือนก.ย.

"ระยะเวลาที่ให้รัฐบาลคืนเงินที่ยืมจากงบกลางไปภายในวันที่ 31 พ.ค. กกต.เป็นผู้ยื่นเงื่อนไข เพราะต้องการที่จะช่วยเหลือชาวนา จำเป็นที่รัฐบาลจะต้องมีเงินไปเยียวยา และเห็นว่าระยะดังกล่าว น่าจะเป็นช่วงการเลือกตั้งยังไม่แล้วเสร็จ ถ้ารัฐบาลใช้คืนได้ก็จะไม่มีผลผูกพันต่อรัฐบาลชุดต่อไป และไม่เข้าข่ายว่าก่อให้เกิดการได้เปรียบเสียเปรียบการเลือกตั้ง"

ในการชี้แจง นายกิตติรัตน์ ก็ได้พยายามยื่นเงื่อนไข ขอที่จะคืนเงินงบกลางที่ยืมไปในเดือนก.ย. จะได้หรือไม่ ทาง กกต. ก็ได้ถามกลับไปว่า รัฐบาลยอมที่จะให้การจัดการเลือกตั้งไม่แล้วเสร็จไปในเดือนก.ย. หรือไม่

อย่างไรก็ตาม นายสมชัย ปฏิเสธที่จะตอบว่า หากรัฐบาลไม่สามารถขายข้าวได้เดือนละ 8,000 ล้านบาท และไม่สามารถที่จะใช้เงินคืนงบกลางภายในสิ้นเดือน พ.ค. แล้วนั้น ทาง กกต.จะเป็นผู้รับผิดชอบร่วมในฐานะเป็นผู้อนุมัติหรือไม่ โดยกล่าวเพียงว่า ต้องคิดว่าให้ขายข้าวได้ก่อน ส่วนถ้าไม่ได้ก็ขอให้เกิดขึ้น จึงค่อยมาคิดว่าจะทำอย่างไร

"กกต. อนุมัติไม่ได้คิดไกลไปขนาดนั้น เพียงแต่คิดว่าขณะนี้ชาวนาเดือดร้อนมาก จำเป็นที่จะต้องมีเงินไปชำระหนี้ รวมทั้งกรมการค้าภายใน ก็ยืนยันว่าจะสามารถระบายข้าวและได้เงินตามกำหนดเวลา" นายสมชัย กล่าว

สำนักงบชี้ 2 หมื่นล้านถึงชาวนาสัปดาห์หน้า

นายสมศักดิ์ โชติรัตนะศิริ ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กล่าวว่า เงินจากงบกลางที่ จำนวน 20,000 ล้านบาท ที่ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อนุมัติให้รัฐบาลรักษาการแล้วน่าจะส่งผ่านไปถึงธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) เพื่อส่งต่อให้เกษตรกรที่ถือใบประทวนในโครงการรับจำนำข้าวได้ในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับข้อตกลงกันระหว่างกระทรวงพาณิชย์และกรมบัญชีกลาง ในเรื่องการที่กระทรวงพาณิชย์สัญญาว่าจะนำเงินมาคืนงบกลางภายในเดือนพ.ค. ปี 2557

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การใช้เงินทดรองจ่ายจากกรมบัญชีกลาง คิดว่าน่าจะไม่มีปัญหาอะไร เพราะงบกลางมีเงินเหลือเกือบ 7 หมื่นล้านบาท ทำให้มีเงินหมุนเวียนพอจ่าย

ธ.ก.ส.ไม่บันทึกใบประทวนก่อนยุบสภา

ขณะที่ รายงานข่าวจาก ธ.ก.ส. ระบุว่า ยอดเงินที่ ธ.ก.ส.ต้องจ่ายตามใบประทวนของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนก่อนวันที่ 9 ธ.ค. 2556 ซึ่งเป็นวันที่รัฐบาลประกาศยุบสภา ตามการแจ้งของกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์มีจำนวน 1.15 แสนล้านบาท ที่ผ่านมา ทางธ.ก.ส.ได้จ่ายไปแล้วจำนวนประมาณ 6.8 หมื่นล้านบาท แต่ในจำนวนที่ธ.ก.ส.ได้จ่ายไปนี้ ทาง ธ.ก.ส.ไม่ทราบว่า เป็นจำนวนเงินตามใบประทวนที่ขึ้นบัญชีก่อนยุบสภาหรือหลังยุบสภา

ทั้งนี้ ธ.ก.ส.ไม่ได้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับวันที่ขึ้นใบประทวน แต่จะบันทึกตามวันที่เกษตรกรนำใบประทวนมาขึ้นบัญชีรอรับเงินต่อ ธ.ก.ส. ซึ่งวันที่เกษตรกรนำใบประทวนมาขึ้นบัญชีดังกล่าว อาจจะเป็นวันก่อนหรือหลังรัฐบาลยุบสภาก็ได้

สำหรับผลการจ่ายเงินในโครงการจำนำข้าวในฤดูกาลผลิตปี 2556/57 ณ วันที่ 4 มี.ค. 2557 โดยจากยอดรวมใบประทวน จำนวน 1.4 ล้านราย ปริมาณข้าวเปลือก 10.9 ล้านตัน จำนวนเงิน 1.81 แสนล้านบาท ทาง ธ.ก.ส.ได้ทยอยจ่ายเงินไปแล้ว 6.86 หมื่นล้านบาท จำนวนข้าวเปลือก 4.25 ล้านตัน เกษตรกรประมาณ 5.51 แสนราย เหลือค้างจ่ายประมาณ 1.12 แสนล้านบาท จำนวนข้าวเปลือก 6.65 ล้านตัน ใบประทวน 8.49 แสนราย

นายยรรยง พวงราช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า หลังจากที่ กกต.อนุมัติให้รัฐบาลใช้งบกลางมาจ่ายคืนให้แก่ชาวนา คาดว่าจะสามารถจ่ายเงินถึงมือชาวนาได้ภายในหนึ่งสัปดาห์ ซึ่งเมื่อรวมกับเงินระบายข้าวเฉลี่ยเดือนละ 1 หมื่นล้านบาทแล้ว ก็จะสามารถจ่ายเงินตามลำดับใบประทวนไปจนถึงเดือนธ.ค. นี้

ชาวนาขอยืดจำนำชี้ข้าวตกค้าง2-3ล้านตัน

นายยรรยง ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนายไพโรจน์ นุชประไพ กรรมการบริหารสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย และตัวแทนชาวนา 12 จังหวัด เรียกร้องให้ยืดระยะเวลาจำนำข้าวออกไปจนถึงวันที่ 30 เม.ย.จากเดิมที่สิ้นสุดไปแล้วเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากยังมีข้าวตกค้างเก็บเกี่ยวไม่ทันเข้าโครงการเหลืออยู่อีกประมาณ 2 -3 ล้านตัน ซึ่งตามกฎหมายรัฐบาลรักษาการไม่สามารถขยายโครงการรับจำนำข้าวออกไปได้ แต่จะเข้าไปดูวิธีการช่วยเหลือ เช่น อาจเปิดให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนไว้ก่อนในช่วงหลังสิ้นสุดโครงการรับจำนำข้าว เพื่อจะสามารถกำหนดมาตรการช่วยเหลือได้ในภายหลัง

ขณะเดียวกัน คณะอนุกรรมการระบายข้าว ซึ่งมีนายนิวัฒน์ธำรง บุญทรงไพศาล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ได้เตรียมอนุมัติหลักเกณฑ์ให้คณะกรรมการนโยบายข้าวระดับจังหวัด อนุมัติให้โรงสีระดับพื้นที่ซื้อข้าวได้ แล้วนำเงินมาเกลี่ยจ่ายคืนให้แก่ชาวนาตามความเดือดร้อน โดยจังหวัดที่ยังมียอดค้างจ่ายมีเป็นจำนวนมาก ก็จะได้รับเงินก่อน ซึ่งวิธีการดังกล่าวจะช่วยลดต้นทุนการระบายข้าว ทั้งของรัฐบาลและของผู้ซื้อ ทั้งค่าจัดเก็บและค่าขนส่ง โดยจะนำร่องในจังหวัดที่มีความจำเป็นก่อน