ศรส.สั่งสภาพัฒน์ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจและสังคมจากการชุมนุมกปปส.
กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) น.ส.สิริมา สุนาวิน เจ้าหน้าที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) แถลงผลการประชุมศรส.ว่า ศรส.มีมติให้สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(สภาพัฒน์) ประเมินความเสียหายทางเศรษฐกิจ และสังคมที่เกิดจากการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ตั้งแต่ต้นจนถึงปัจจุบัน ให้ครอบคลุมทุกมิติ เพื่อให้เห็นภาพรวมความเสียหายที่เกิดขึ้น และเพื่อนำไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการดำเนินคดีต่อผู้กระทำผิดทั้งทางแพ่งและทางอาญาด้วย
นอกจากนี้ ศรส.ยังได้รับรายงานล่าสุดจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า ได้รับคดีที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดตามกฎหมายเลือกตั้ง เป็นคดีขัดขวางการเลือกตั้งทั่วประเทศ 190 คดี แยกเป็นคดีที่ กปปส.ในกรุงเทพฯกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 51 คดี และคดีที่ กปปส.ในต่างจังหวัดกระทำการขัดขวางการเลือกตั้ง 139 คดี และเป็นคดีที่เจ้าหน้าที่ กกต.จงใจละทิ้งไม่จัดการเลือกตั้ง 174 คดี แยกเป็นคดีที่เกิดในกรุงเทพฯ 63 คดี และคดีที่เกิดในต่างจังหวัด 111 คดี รวมคดีที่เกี่ยวกับการกระทำผิดต่อกฎหมายเลือกตั้งทั้งสิ้น 364 คดี ทั้งนี้ ศรส.ยังได้รับรายงานด้วยว่า พนักงานสอบสวนของจ.สตูล กับ จ.พัทลุง ได้รับคำร้องทุกข์กล่าวโทษในคดีขัดขวางการเลือกตั้ง ซึ่งมีการกล่าวโทษร้องทุกข์คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ 5 เสือ กกต. ว่า มีส่วนละเว้นการปฏิบัติ ทำให้เกิดการขัดขวางการเลือกตั้ง และการเลือกตั้งไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย อันเป็นความผิดตามกฎหมาย
น.ส.สิริมา กล่าวต่อว่า วันนี้ (4 มี.ค.) ศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งยกคำร้องของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส.ที่ได้ยื่นอุทธรณ์ขอให้ศาลอุทธรณ์พิจารณาเพิกถอนหมายจับของศาลอาญา ในข้อหาร่วมกันเป็นกบฏ ซึ่งศาลอุทธรณ์ได้มีคำสั่งไม่เพิกถอนหมายจับดังกล่าว โดยให้ยึดถือตามคำสั่งศาลอาญาตามเดิม นั่นหมายถึงนายสุเทพ จะยังคงถูกศาลออกหมายจับฐานร่วมกันเป็นกบฏเช่นเดิม ซึ่ง ศรส.ได้กำชับให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษเร่งรัดดำเนินคดีนายสุเทพ กับแกนนำคนอื่นๆ รวม 58 คน ต่อไป โดยเฉพาะการติดตามจับกุมเมื่อมีโอกาสและสถานการณ์ที่เหมาะสมด้วย





