วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

โหรฟันธงดวง'ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ'ขาลง

โหรฟันธงทิศทางการเมือง-ศก.ชี้"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-อภิสิทธิ์"ขาลง

รายการ Ringside สังเวียนหุ้น กรุงเทพธุรกิจทีวี เจาะลึกศาสตร์ลึกลับ วิเคราะห์อนาคตบ้านเมืองกับโหรชื่อดัง ฟันธงทั้งการเมือง เศรษฐกิจ ระบุชัดดวง "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-อภิสิทธิ์" ขาลงแล้ว แนะอย่ายุ่งเรื่องการเมือง อาจพาประเทศลงเหว ลั่น "สวรรค์มีตา" ใครทำกรรมเลวไว้เตรียมรับผล

อาจารย์เจษฎา โลหอุ่นจิตร เจ้าของคอลัมน์ "ถอดรหัสลับดวงดาว" หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองในช่วงที่ผ่านมาถือว่ามีความรุนแรงมาก เพราะมีดาวอังคารเข้ามาเกี่ยวข้อง แต่หากมองแนวโน้มในอนาคตเชื่อว่าสถานการณ์จะดีขึ้นเรื่อยๆ เพราะดาวหลักสองดวงที่ทำให้ประเทศมีปัญหา คือ ดาวพลูโต กับ ดาวมฤตยู ผลของดาวสองดวงนี้กำลังจะหมดไป จากที่ผ่านมาดาวสองดวงนี้ทำมุมท้าทายกับตำแหน่งดวงเมือง จึงทำให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงและการเมืองไร้เสถียรภาพ แต่หลังจากนี้จะเริ่มเห็นสถานการณ์การเมืองดีขึ้น เริ่มตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลัง และจะดีขึ้นชัดเจนในปีหน้า

ทั้งนี้ สถานการณ์การเมืองจะเริ่มรุนแรงในช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค. โดยเดือน เม.ย.จะเกิดสุริยุปราคาวันที่ 29 เม.ย. ซึ่งจะกระทบต่อรัฐบาลและกระทบต่อดวงของผู้นำประเทศอย่างนายกรัฐมนตรี ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รวมถึงอดีตนายกรัฐมนตรีอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็จะโดนด้วย ซึ่งจะโดนวงจรดาวพลูโตกับดาวมฤตยู ทำให้หน้าที่การงานสั่นคลอน ต้องมีการปรับครั้งใหญ่

"ตอนนี้รังสีของดาวสองดวงคือดาวพลูโตกับดาวมฤตยูที่ทำมุมท้าทายกับดวงเมือง ช่วงเดือน เม.ย.จะมีสุริยุปราคาซึ่งจะกระทบต่อดวงของผู้นำประเทศ และจะเกิดความรุนแรงขึ้น แต่สถานการณ์การเมืองจะเริ่มดีขึ้นจะเห็นชัดเจนเลยในช่วงปีหน้า แต่ปีนี้เราต้องผ่านครึ่งปีแรกไปให้ได้ก่อน ถ้าเราผ่านช่วงเดือน เม.ย.-พ.ค.ไปได้ ทุกอย่างก็จะเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ" อาจารย์เจษฎา กล่าว

"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ-อภิสิทธิ์"ขาลง

สำหรับข้อเสนอนายกรัฐมนตรีคนกลางนั้น โหรชื่อดัง กล่าวว่า ขณะนี้ไม่ว่าดวงของนายกฯยิ่งลักษณ์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ตลอดจนพรรคเพื่อไทย และพรรคประชาธิปัตย์ อยู่ในช่วงขาลงทั้งหมด เพราะฉะนั้นนายกรัฐมนตรีคนกลางควรจะเป็นคนกลางจริงๆ ซึ่งไม่ใช่คนที่อยู่ในกลุ่มเหล่านี้เลย

"หากนายกรัฐมนตรีคนกลางมาจากคนในกลุ่มที่ผมพูดถึง บอกได้เลยว่าประเทศจะซวยอีกครั้ง เพราะได้ผู้นำขาลงมาบริหารประเทศ เราควรหาผู้นำใหม่ที่ไม่ได้อยู่ในกลุ่มนี้ โดยเป็นผู้นำที่สามารถสร้างความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความสงบสุขในประเทศได้ เพียงแต่ตอนนี้เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นใครเท่านั้น"

แนะไล่เก็บหุ้นพื้นฐานดี

อาจารย์เจษฎา กล่าวอีกว่า ในช่วงนี้สถานการณ์การเมืองผันผวน ทิศทางตลาดหุ้นจึงไม่ดีนัก เนื่องจากดาวการเงิน คือ ดาวศุกร์ ยังเล็งอยู่จนถึงเดือน เม.ย. ดังนั้นตลาดหุ้นในช่วงนี้ยังไม่มีแนวโน้มที่จะขึ้นได้อย่างมั่นคง แต่มีแนวโน้มที่จะปรับลดลงแรงจากสถานการณ์การเมืองที่รุนแรงมากกว่า กระนั้นเป็นเพียงระยะสั้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ช่วงที่สถานการณ์แย่ ดัชนีปรับลงแรง นักลงทุนก็ควรซื้อสะสม

"พอสถานการณ์การเมืองรุนแรง นักลงทุนก็เทขาย ดัชนีก็ปรับลดลง แต่จะเห็นไปทำจุดต่ำสุดใหม่หรือไม่นั้น คิดว่าคงไม่ถึงขั้นนั้น ช่วงที่ดัชนีปรับลดลงแรงก็แนะนำให้นักลงทุนซื้อสะสมไว้ เพราะการเมืองไทยจะกระทบแค่ระยะสั้น พอสถานการณ์ดีขึ้นซึ่งอาจจะแค่ 1-2 วัน ดัชนีก็จะสามารถยืนแดนบวกได้อีกครั้ง และเมื่อการเมืองนิ่ง นักลงทุนต่างชาติก็จะกลับเข้ามา ช่วงนั้นหุ้นก็ขึ้นต่อเนื่องแน่นอน" อาจารย์เจษฎา ระบุ

และว่า สำหรับหุ้นกลุ่มน่าจะมีแนวโน้มที่ดีในปีนี้ หากไม่ชอบเสี่ยง แนะนำหุ้นที่ปันผลดี พื้นฐานดี อาทิ กลุ่มธนาคารที่ราคาปรับลดลงมาก หรือกลุ่มที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ อาทิ AOT, BTS เป็นต้น ซึ่งบริการเหล่านี้ยังตอบสนองความต้องการของประชาชนไม่เพียงพอ จึงมีแนวโน้มการเติบโตได้อีกมาก

ก.พ.เสี่ยงเสียเลือดเนื้อ

อาจารย์ภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล ประธานสถาบันศาสตร์แห่งชีวิต กล่าวว่า การบริหารบ้านเมืองอยู่ที่ดวงคนที่บริหารบ้านเมืองด้วย ดวงเมืองของไทยตั้งเมื่อ 21 เม.ย.2325 (ปีสถาปนากรุงรัตนโกสินทร์เป็นราชธานี) เป็นปีเสือ ธาตุน้ำ สองส่วนนี้จะมีความสัมพันธ์กัน ถ้าผู้นำปากปราศรัย น้ำใจเชือดคอ พูดอย่างทำอย่าง นักการเมืองทำไม่ดี จะทำให้ผู้มีอำนาจที่แท้จริงคือประชาชนออกมาเรียกร้องความถูกต้องชอบธรรมจากรัฐบาล ทำให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้ และต้องลงไปในที่สุด ซึ่งก็คือการยุบสภา

"ผมบอกไว้เลยแต่ละเดือน อย่างเดือน ก.พ.เป็นเดือนเสือธาตุไฟ ดุดัน รุนแรง มีโอกาสที่ปืนไฟจะเข้ามามีบทบาทสร้างปัญหาบ้านเมือง ต้องขอให้คนที่มีอำนาจอยู่ในมือระมัดระวังในการสั่งการใดๆ ที่มีความเสี่ยงต่อปัญหาที่จะทำให้มีการกระทบกระทั่งกัน คนที่มีอำนาจต้องรู้จักเบรกกลุ่มตัวเอง อย่าลุแก่อำนาจ อย่าเอาอารมณ์เหนือเหตุผล เป็นช่วงที่เสือปะทะมังกร จะมีการเสียเลือดเสียเนื้อจนกระทั่งเสียชีวิตเกิดขึ้น" อาจารย์ภาณุวัฒน์ กล่าว

เขาเชื่อว่าในระยะเวลาอันใกล้ สถานการณ์ยังคงมีความรุนแรงอยู่ เนื่องจากเดือน มี.ค.เป็นเดือนกระต่ายธาตุไฟ เป็นเดือนที่ทุกฝ่ายจะเกิดความโศกเศร้าจากการสูญเสียในช่วงเดือนที่ผ่านมาชนิดที่ไม่คาดฝัน จะมีการสร้างข่าวลือออกมามากมาย ส่งผลให้เกิดความหวาดกลัว ขณะที่ผู้มีอำนาจต้องยืนหยัดความถูกต้องเป็นหลัก ถ้าเมื่อใดที่ทำอะไรไม่ถูกต้อง บุคคลนั้นต้องรับกรรมที่ตัวเองและคณะก่อไว้ในไม่ช้า

"ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ"ดวงตก

อาจารย์ภาณุวัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของนายกฯยิ่งลักษณ์นั้นเกิดปีมะแม เดือน มิ.ย. ช่วงอายุ 46-47 ปีดวงที่อยู่ที่โหนกแก้มจะรุ่งมาก แต่พอช่วงอายุ 48-50 ปี จุดอยู่ที่จมูก ซึ่งนายกฯปีกจมูกเปิด ถือว่าจุดเดือนอายุไม่ดี จะมีปัญหาเรื่องดวงชะตาของตัวเอง โดยตั้งแต่ช่วง 1 มี.ค.2557 ดวงนายกฯจะเริ่มเข้าเคราะห์ วันที่ 31 มี.ค. ดวงอดีตนายกฯทักษิณซึ่งเกิดปีฉลูจะเข้าเคราะห์หนัก ดวงตกทั้งคู่ โดยที่ผ่านมาได้เตือนนายกฯยิ่งลักษณ์ 4 เรื่อง คือ 1.ยุบสภา 2.ลาออก 3.ถ้ารอให้พลังมวลชนมาขับไล่ ตระกูลชินวัตรจะไม่ได้อยู่ในประเทศ และ 4.ปฏิวัติรัฐประหาร

"ผมเห็นตรงกับอาจารย์เจษฎาที่บอกว่าหลังจากเดือน เม.ย.สถานการณ์ต่างๆ จะเริ่มดีขึ้น ที่ผมเคยเขียนไว้ คือ เดือน เม.ย.จะเป็นเดือนแห่งพญามังกรที่ทรงพลังและเต็มเปี่ยมไปด้วยความยุติธรรม หรือที่เรียกว่า 'สวรรค์มีตา' เป็นช่วงที่สวรรค์จะลงโทษกับผู้ที่กระทำไม่ถูกต้อง ต่อให้เป็นผู้ที่เคยสร้างอำนาจบาตรใหญ่ เคยมีพลังกดขี่ข่มเหงผู้อื่นได้ แต่ถึงเวลานี้ก็ไม่มีใครยอมสยบแก่อำนาจแล้ว ถือเป็นช่วงที่คนทำดีได้ดี คนทำชั่วได้ชั่ว อะไรที่ทำหมกเม็ดไว้ก็จะถูกแฉออกมา จะเกิดความจริงปรากฏว่าใครเป็นคนรกโลก ใครสวมหน้ากากเข้าสังคมก็จะโดนกำจัดหลุดไป" อาจารย์ภาณุวัฒน์ กล่าว

ขณะที่ช่วงเดือน พ.ค. โหรชื่อดังบอกว่า จะถือเป็นช่วงเดือนแห่งพญางูร้ายที่จะมีการช่วงชิงจังหวะและโอกาส มีการสร้างกระแสข่าวลือที่ต่างฝ่ายต่างโจมตีใส่ร้ายป้ายสีกัน จนทำให้สังคมเกิดความสับสน ไม่แน่ใจ ถือเป็นช่วง "จิ้งจกเปลี่ยนสีได้" ดังนั้นขอให้คนในสังคมทุกฝ่ายต้องรู้จักจดจำและแยกแยะให้ออกว่าคนไหนเป็นอย่างไร เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง จะได้ช่วยกันจัดการให้ถูกต้องตามความเป็นจริง

ส่วนช่วงเดือน มิ.ย.จะมีการเปลี่ยนแปลงของบ้านเมือง เป็นเดือนแห่งการทรงพลังของความบริสุทธิ์ยุติธรรมจากการเรียกร้องของพลังประชาชนที่ต้องการการเปลี่ยนแปลงมายาวนาน จนทำให้ทุกอย่างสามารถก้าวไปสู่เป้าหมายที่ต้องการในระดับที่น่าพอใจ คนที่เคยทำไม่ดีจะถูกกรรมตามสนอง

นายกฯใหม่คนนอก

อาจารย์ภาณุวัฒน์ บอกอีกว่า นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะมาจากคนนอกซึ่งไม่เกี่ยวกับพรรคการเมืองปัจจุบัน ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากประชาชนทุกวันนี้เบื่อพรรคการเมืองและนักการเมืองเดิมๆ ถ้าเลือกเข้ามาประชาชนก็เจอสภาพแบบเดิม เจอนักการเมืองโกงแบบเดิม ประเทศไทยก็เจอปลวกแทะประเทศจนหมด

"แต่อย่างหนึ่งคือผมเชื่อว่าคงไม่มีพรรคการเมืองไหนที่โปร่งใสทั้งหมด ต้องมีการกินบ้างทั้งนั้น ถ้าจะบอกว่านักการเมืองเข้ามาก็กินทุกพรรค แต่มันก็มีกินมากกินน้อย กินแบบลับๆ หรือเปิดเผย แต่ตอนนี้มันกินแบบโจ๋งครึ่มเกินไป มันต้องมีกินบ้าง แต่ไม่ใช่กินแบบนี้ ถามเลยว่าพรรคพลังธรรมดีหรือไม่ พรรคพลังธรรมดี แต่ถามว่าอยู่ได้หรือไม่ ก็ไม่ได้ เพราะไม่ได้กินอะไรเลย แต่พรรคบางพรรคก็แย่ รวมทั้งพรรคที่เอาพวกล้มเจ้า เผาตึกไว้ในพรรค มันจะดีได้อย่างไร" อาจารย์ภาณุวัฒน์ กล่าวทิ้งท้าย