วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฮือต้านดึงยูเอ็นคนกลาง

ฮือต้านดึงยูเอ็นคนกลาง ด้านพท.ขู่ชัตดาวน์ กปปส. พร้อม นัดชุมนุมใหญ่ 4 ม.ค. ลุยฟ้องศาลแพ่งทั่วประเทศ

หลายฝ่ายค้านแนวคิดรัฐบาลเตรียมดึง "บัน คี มูน" คนกลางไกล่เกลี่ยแก้ขัดแย้งการเมืองไทย อดีตผู้แทนการค้าเตือนอย่าใช้ยูเอ็นเพื่อผลประโยชน์การเมือง ปชป.ทวนความจำเคยด่า "ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ" ประธาน ป.ป.ช.บอกปัญหาเมืองไทย คนไทยควรแก้กันเอง "สุเทพ" ย้ำเจรจาต้องออกทีวี แย้มไม่พูดแข่ง จะตอบแค่ใช่กับไม่ใช่เท่านั้น ด้านนายกฯอ้างไม่ใช่นักโต้วาที ลั่นจะเจรจาต้องเป็นเรื่องตามกติกาเท่านั้น ประกาศขอตายในสนามประชาธิปไตย

หลายฝ่ายได้ออกมาคัดค้านแนวคิดของ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ที่พยายามประสานให้ นายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) เข้ามาเป็นคนกลางคลี่คลายความขัดแย้งทางการเมืองในประเทศไทย

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะอดีตผู้แทนการค้าไทย แถลงวานนี้ (28 ก.พ.) ว่า นายสุรพงษ์ต้องมีความชัดเจนว่าจะให้นายบัน เข้ามายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งในประเทศไทยเรื่องอะไร เพราะการจะให้ยูเอ็นเข้ามาแทรกแซง จะต้องได้รับความยินยอมพร้อมใจจากทุกฝ่าย ไม่เช่นนั้นยูเอ็นก็ไม่สามารถเข้ามาดำเนินการใดๆ ได้ และเคยมีบทเรียนมาแล้วว่าความพยายามสร้างภาพของรัฐบาลก่อประโยชน์อะไรหรือไม่ ตั้งแต่การเชิญ นายโทนี แบลร์ อดีตนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร และบุคคลสำคัญระดับโลกอื่นๆ

ทั้งนี้ ความขัดแย้งภายในประเทศไม่ใช่เรื่องแปลก แต่สิ่งที่ยูเอ็นกังวลคือการใช้ความรุนแรง และเหยื่อความรุนแรงเกือบ 100% คือผู้ชุมนุม ในขณะที่คดีไร้ความคืบหน้า และยังมีการใช้อาวุธสงครามในการควบคุมฝูงชน ไม่เป็นไปตามกติกาสากล

"ผมมีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับตัวแทนยูเอ็น สิ่งที่ตกใจมากที่สุดคือท่าทีของรัฐมนตรีมหาดไทยบนเวทีปราศรัยคนเสื้อแดงที่ จ.นครราชสีมา เพราะกระตุ้นให้เกิดความรุนแรง แต่นายกฯกลับเรียกร้องการเจรจา ผมเห็นว่าหากรัฐบาลไม่สามารถจัดการปัญหาได้ ก็ไม่สมควรรักษาการต่อไป เพราะขณะนี้ยูเอ็นทราบแล้วว่ารัฐบาลเป็นอย่างไร โดยเฉพาะการถูกนำไปบิดเบือนเพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมืองหลายครั้ง" นายเกียรติ กล่าว

เตือนเคยด่า"ยูเอ็นไม่ใช่พ่อ"

นายจุฤทธิ์ ลักษณวิศิษฏ์ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) แถลงว่า นายสุรพงษ์อย่าให้ข้อมูลผ่านสื่อด้านเดียว เพราะถ้าจะแจ้งไปยังยูเอ็น ก็ขอให้แจ้งเพิ่มเติมด้วยว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่อ้างว่าต้องอยู่ในตำแหน่งรักษาการนายกฯเพื่อรักษาประชาธิปไตยนั้น เคยเข้าสภากี่ครั้ง และร่วมโหวตในกฎหมายที่ขัดหลักนิติรัฐ นิติธรรมเพื่อช่วยเหลือพี่ชายอย่างไร

"ขอให้แนบคลิปคำสัมภาษณ์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่เคยระบุว่า 'ยูเอ็นไม่ใช่พ่อผม' เพื่อให้สหประชาชาติทราบว่าคนในตระกูลนี้มีทัศนคติอย่างไรต่อสหประชาชาติ" นายจุฤทธิ์ กล่าว

ประธาน ป.ป.ช.แนะคนไทยแก้กันเอง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวว่า การมีคนกลางช่วยประสานงานเพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งนั้น ถ้าทำให้เรื่องเรียบร้อยได้ก็ดี แต่เรื่องของประเทศชาติ คนที่จะรู้ดีที่สุดคือคนไทยด้วยกันเอง ฉะนั้นพวกเราจะต้องแก้ไขปัญหากันเองด้วย โดยยึดผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก ถ้าไม่ยึดถือตรงนี้ก็แก้ไม่ได้ ไม่ว่าจะมีคนกลางอีกกี่คน

ส่วนคนกลางอย่าง นายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็นนั้น หากเชิญมาก็อาจจะมาพูดถึงประสบการณ์ของเขาซึ่งเคยทำในประเทศต่างๆ แต่ว่าปัญหาของประเทศไทยก็เป็นปัญหาเฉพาะประเทศไทยซึ่งคนไทยต้องแก้กันเอง

"สุเทพ"มึนดึงยูเอ็นมาเกี่ยวทำไม

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) ขึ้นปราศรัยที่เวทีสีลมว่า เมื่อวันที่ 27 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้ตกลงให้มีเวทีเจรจากับ นางสาวยิ่งลักษณ์ อย่างเปิดเผย ถ่ายทอดสดทุกสถานีโทรทัศน์ แต่ไม่ถึง 3 ชั่วโมง นางสาวยิ่งลักษณ์ก็ตอบกลับว่าไม่เจรจาตัวต่อตัว แต่ต้องมีที่ปรึกษาร่วมด้วย

เรื่องนี้ความขัดแย้งมีอยู่ 2 ฝ่าย คือ ฝ่ายรัฐบาลกับภาคประชาชน จะนำใครมาเป็นคนเจรจาร่วมได้อีก มีการเรียกร้องให้ นายบัน คี มูน เลขาธิการยูเอ็น มาเป็นคนกลาง ถามว่าทำไมต้องนำนายบันมาเกี่ยวข้อง เพราะเป็นเรื่องในประเทศ

"หากเจรจาต้องเจรจาเปิดเผยถ่ายทอดสดทุกสถานีโทรทัศน์ และผมจะตอบเพียงใช่หรือไม่ใช่เท่านั้น ป้องกันคำนินทาภายหลังว่า นางสาวยิ่งลักษณ์ พูดเก่งสู้ผมไม่ได้" นายสุเทพ กล่าว

"ยิ่งลักษณ์"ลั่นขอตายคาสนามปชต.

ด้าน นางสาวยิ่งลักษณ์ กล่าวเรื่องเดียวกันว่า การพูดคุยกันอยู่ในฐานะที่ตนเป็นผู้รักษากติกา ก็ต้องพูดคุยกันในกรอบของกติกา กรอบของกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ถ้านายสุเทพเห็นด้วยกับกรอบนี้ ก็จะมีแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ แต่ถ้าบอกว่าไม่เห็นด้วยกับกรอบนี้ แล้วจะไม่ให้มีการเลือกตั้ง ไม่ให้รักษากติกาใดๆ เลย แล้วเราจะคุยกันได้อย่างไร จึงเป็นที่มาว่าทำไมจะต้องหาผู้ที่มาร่วมกันคิดและแก้ไขว่าจะทำกันได้อย่างไร เพราะถ้าต่างคนต่างตั้งเงื่อนไข ทุกอย่างจะเดินไปได้ยาก

"ดิฉันเองจำเป็นต้องพูดคำว่ารักษากติกาบ่อยครั้ง มีหลายคนถามว่าทำไมจึงพูดซ้ำแล้วซ้ำเล่า ก็ต้องบอกว่าเราเป็นผู้รักษากติกา รักษาประชาธิปไตย ถ้าในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมหรือเป็นทหาร ก็ต้องบอกว่าทหารต้องทำหน้าที่ของตนเองจนนาทีสุดท้าย ทหารต้องรักษาพื้นที่ ต้องตายสนามรบ วันนี้ดิฉันก็ต้องตายในสนามประชาธิปไตย" นายกฯกล่าว และย้ำว่าการรักษาประชาธิปไตยคือหน้าที่ การที่ประเทศจะเป็นที่ยอมรับและเชื่อมั่นจากต่างชาติได้คือการที่เราต้องเดินตามกรอบของประชาธิปไตย จะให้คนอื่นมาฉีกรัฐธรรมนูญไม่ได้

"ดิฉันหวังว่าคุณสุเทพจะหาวิธีการมาพูดคุยกัน ซึ่งน่าจะมีโอกาสและสามารถแก้ไขปัญหาได้ ไม่ใช่เป็นการดีเบตตั้งเงื่อนไขหรือท้าทายกัน ดิฉันไม่ใช่นักโต้วาท ไม่มีความชำนาญที่จะมาโต้เถียง และถ้าเป็นอย่างนั้นมันก็ไม่จบ จึงจำเป็นต้องมีคนกลางเข้ามาช่วย ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสที่ดีในการเชื่อมโยงสิ่งต่างๆ เข้าด้วยกัน" นางสาวยิ่งลักษณ์กล่าว ส่วนการเชิญเลขาธิการยูเอ็นมาเป็นคนกลางนั้น นายกฯบอกว่าการรับฟังความคิดดีๆ และแนวคิดที่แตกต่างน่าจะเป็นสิ่งที่ดี ประกอบกับยูเอ็นเคยช่วยเหลือแก้ไขปัญหาความขัดแย้งมาแล้วหลายประเทศ

เพื่อไทยเล็งชัตดาวน์ กปปส.

นายประชา ประสพดี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทยที่มาจากการเลือกตั้ง เตรียมตัวตั้งเป็นเครือข่ายอาสาพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ปกป้องประชาธิปไตย โดยว่าที่ ส.ส.ทุกเขตจะเป็นผู้นำทัพกองกำลังประชาชน ปกป้องสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ โดยวันที่ 4 มี.ค.จะรวมตัวกันที่รัฐสภาเพื่อแสดงพลัง เหมือนกับที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ประกาศปกป้องรัฐธรรมนูญ ยอมตายในระบอบประชาธิปไตย

เบื้องต้นได้วางมาตรการชัตดาวน์กลุ่ม กปปส.และกลุ่มต่อต้านประชาธิปไตยอื่นๆ 4 รูปแบบคือ 1.มาตรการทางสังคม โดยบอยคอตธุรกิจ สินค้าที่เป็นท่อน้ำเลี้ยง หากเป็นธนาคารก็จะถอนเงิน หยุดจ่ายหนี้ 2.มาตรการทางกฎหมาย โดยแจ้งความศาลแพ่งทั่วประเทศเพื่อเอาผิดกรณีสร้างความเสียหาย รวมทั้งการเสียโอกาสทำมาหากิน 3.มาตรการภาคประชาชน โดยรวมพลังแสดงการต่อต้านอย่างต่อเนื่อง และ 4.มาตรการทางวัฒนธรรม ศีลธรรม โดยทำพิธีกรรมต่างๆ เพื่อล้างใจคนบาป