ศาลอาญาไม่เพิกถอนหมายจับ"สุเทพ-18 แกนนำกปปส."ฝ่าฝืนพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯสั่งยกคำร้องทนายความ ชี้ ที่ผ่านมาศาลออกหมายจับโดยชอบแล้ว
ที่ห้องพิจารณา 803 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก เมื่อเวลา 14.00 น. ศาลอ่านคำสั่ง ที่นายวิโรจน์ ภูมิศิริสวัสดิ์ ทนาย กปปส. ยื่นคำร้องขอให้พิจารณาเพิกถอนหมายจับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. , นายสาธิต วงศ์หนองเตย , นายชุมพล จุลใส , นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ , นายอิสสระ สมชัย , นายวิทยา แก้วภราดัย , นายถาวร เสนเนียม , นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ , นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส. , น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก , นายนิติธร ล้ำเหลือ ที่ปรึกษา คปท., นายอุทัย ยอดมณี ผู้ประสานงาน คปท. , ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ ผู้ประสานงานกองทัพธรรม , พล.อ.ปรีชา เอี่ยมสุพรรณ นายรัชต์ยุตม์ หรืออมร ศิรโยธินภักดี , นายกิตติชัย ใสสะอาด , นายสำราญ รอดเพชร และนายพานสุวรรณ ณ แก้ว ทั้งหมดเป็น แกนนำและแนวร่วม กปปส. ที่ตกเป็นผู้ต้องหาที่ 1-18 ตามหมายจับข้อหาฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) และมาตรา 12 ที่ศาลอาญาอนุมัติให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ ( ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา
โดยนายวิโรจน์ ทนายความ กปปส. ได้นำคำพิพากษาศาลแพ่งเมื่อวันที่ 19 ก.พ. ในคดีที่ นาถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. ยื่นฟ้องเพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ซึ่งสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี , ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศูนย์รักษาความสงบ ( ศรส.) และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร.ในฐานะ รอง ผอ.ศรส. นำประกาศและข้อกำหนด ที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ รวม 9 ข้อ เช่น การห้ามเข้าอาคาร - ใช้เส้นทางจราจร มาบังคับใช้กับผู้ชุมนุม กปปส. รวมถึงการ ห้ามใช้กำลังและอาวุธ สลายการชุมนุม ยื่นต่อศาลอาญาพิจารณาประกอบคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ
ทั้งนี้ศาลพิเคราะห์แล้ว เห็นว่า ขณะที่ศาลอาญา พิจารณาออกหมายจับทั้งหมด ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ นั้น การออกหมายจับดังกล่าวชอบด้วยกฎหมายทุกประการ แม้ต่อมาศาลแพ่ง จะมีคำพิพากษาในคดีที่ นายถาวร ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ กับพวกรวม 3 คน ให้เพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯแล้ว ก็ตาม แต่ศาลแพ่ง ก็ไม่ได้มีคำสั่งให้เพิกถอนประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงแต่อย่างใด
ส่วนที่ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาสั่งห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์กับพวก ไม่ให้นำประกาศและข้อกำหนด รวม 9 ข้อ ซึ่งรวมถึงการให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและควบคุมตัวบุคคลที่สงสัยจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ ฉุกเฉิน หรือผู้ใช้ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุน การกระทำเช่นว่านั้นก็ตาม แต่เมื่อปรากฏว่าคำพิพากษาศาลแพ่งดังกล่าว ยังไม่ถึงที่สุด ซึ่งคู่ความสามารถใช้สิทธิอุทธรณ์ และฎีกาได้ตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง โดยศาลอุทธรณ์ หรือฎีกาอาจพิพากษายืน กลับ แก้ไขคำพิพากษาได้ และส่วนที่ศาลอาญา มีคำสั่งที่ ฉฉ.11/2557 เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 57 ให้ยกคำร้องของพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯโดยกล่าวถึงการที่ศาลแพ่ง มีคำพิพากษาเกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายเรงว่าเป็นพฤติการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเปลี่ยนแปลงนั้น ก็เป็นเพียงเหตุผลประกอบดุลพินิจที่เห็นสมควรยังไม่ออกหมายจับเท่านั้น เมื่อพิจารณาแล้วในชั้นนี้ ยังไม่มีเหตุเพิกถอนหมายจับนายสุเทพกับพวกดังกล่าว จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ
ภายหลังนายวิโรจน์ ทนายความ กปปส. กล่าวว่า จะยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลที่ไม่เพิกถอนหมายจับแน่นอน เพราะเมื่อศาลแพ่ง มีคำวินิจฉัยห้ามใช้ประกาศและข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ ดังนั้นจะอุทธรณ์เพื่อให้ศาลวินิจฉัยต่อไป แต่ที่ศาลอาญามีคำวินิจฉัยออกมาครั้งนี้ พวกตนก็น้อมรับ


