วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สมชัย'โรดแมพเจรจาผ่าทางตันการเมือง

สถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนี้ต้องบอกว่าเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง อะไรที่เป็นข้อเท็จจริงวันนี้ พอถึงวันพรุ่งนี้อาจกลายเป็นอีกอย่าง

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง และ ดร.ถวิลวดี บุรีกุล ผู้อำนวยการสำนักสันติวิธีและธรรมาภิบาล สถาบันพระปกเกล้า ให้สัมภาษณ์ในรายการ "บิสซิเนส ทอล์ค" ทางกรุงเทพธุรกิจทีวี ในหัวข้อ "เลือกตั้งรอบ 2 ความท้าทายทางการเมือง" โดยบางช่วงบางตอนได้แสดงความเห็นถึงการเจรจาระหว่างคู่ขัดแย้งเพื่อร่วมกันหาทางออกจากวิกฤติการเมืองไทย

สถานการณ์บ้านเมือง ณ ขณะนี้ต้องบอกว่าเปลี่ยนแปลงทุกชั่วโมง อะไรที่เป็นข้อเท็จจริงวันนี้ พอถึงวันพรุ่งนี้อาจกลายเป็นอีกอย่าง...

ดังเช่นการพบปะพูดคุยกันระหว่าง หลวงปู่พุทธะอิสระ ผู้ก่อตั้งวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ผู้ดูแลเวทีชุมนุม กปปส.แจ้งวัฒนะ กับ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี น้องเขยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เมื่อวานซืนทำท่าจะล่มก่อนกาลอันควร เพราะมีการเปิดข้อมูลสู่สาธารณะก่อนโดยฝ่ายหลวงปู่ ทว่าล่าสุดสถานการณ์ได้พลิกไปอีกด้านหนึ่งแล้ว

โดยเฉพาะเมื่อ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ออกมาส่งสัญญาณพร้อมเจรจากับ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.

การส่งสัญญาณเที่ยวนี้แตกต่างจากเที่ยวอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง เพราะเป็นการส่งสัญญาณในจังหวะเวลาที่อ่อนไหวและล่อแหลมอย่างยิ่งต่อการเกิดความรุนแรงขนาดใหญ่ระหว่างผู้ที่คิดเห็นแตกต่างกันทางการเมือง

ท่าทีของนายกฯยิ่งลักษณ์ ทำให้ความพยายามของ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ที่จะเป็นตัวกลางเชื่อมระหว่าง "คู่ขัดแย้ง" เริ่มเห็นผลเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมาโรดแมพของ นายสมชัย คือขยายวงพูดคุยเจรจาจาก หลวงปู่-สมชาย ไปสู่ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย กับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และก้าวสู่ระดับนำสูงสุดที่เปิดหน้า คือ นายกฯยิ่งลักษณ์ กับ นายสุเทพ

O จุดเริ่มต้นของโต๊ะเจรจาระหว่างหลวงปู่กับคุณสมชาย เกิดขึ้นได้อย่างไร?

มันเริ่มต้นจากครั้งแรกที่ได้ไปนมัสการหลวงปู่พุทธะอิสระ เพื่อหารือถึงการเข้าทำงานของ กกต. ที่อาคารบี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งการหารือเป็นไปอย่างราบรื่น จนถึงวันที่เข้าตรวจสอบอาคารสำนักงานร่วมกัน พอเสร็จก็ได้มาที่ห้องทำงานของผม และได้มีโอกาสสนทนากับหลวงปู่ถึงเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ช่วงหนึ่งของการพูดคุย หลวงปู่พุทธะอิสระท่านเปรยว่าอยากให้มีการตกลงเจรจากันระหว่างผู้เกี่ยวข้อง ผมก็แย้งว่าคุณสุเทพเขาไม่เจรจา แต่หลวงปู่ก็ปรารภว่าใครไม่เจรจาแต่หลวงปู่จะเจรจา ผมก็จำไว้ว่าท่านมีความต้องการเรื่องนี้ จนถึงหนที่สำนักผู้ตรวจการแผ่นดินขอเข้าพื้นที่และตรวจสอบสำนักงานเหมือนกับ กกต. ผมก็ได้ตามขึ้นไปด้วย และนิมนต์หลวงปู่มาหารือกัน โดยผมได้แสดงเจตนาเห็นด้วยกับแนวทางที่ท่านต้องการ และรับเป็นคนประสานงานให้

O ทำไมถึงเป็นคุณสมชาย วงศ์สวัสดิ์?

ผมติดต่อทุกคนของพรรคเพื่อไทย เวลามีโอกาสพบเจอกันก็ขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อไว้ ไม่มีเบอร์คนเดียวคือท่านนายกฯ (หัวเราะ) ก็ประสานไปเกือบทุกท่าน แต่ก็ปฏิเสธกัน จนมาถึงท่านสมชาย จริงๆ ก็ปฏิเสธถึง 2-3 ครั้งเหมือนกัน จนครั้งนี้ท่านมีเวลาว่างตรงกันพอดี จึงรับคำเชิญมาร่วมเจรจา

O คิดว่าการพยายามให้เกิดการเจรจาจะประสบความสำเร็จหรือไม่?

ผมมองว่ามันคือแสงสว่าง ตอนนี้ได้พยายามให้วง 2 วงเข้ามาซ้อนทับกัน ซึ่งก็ได้เริ่มต้นทับซ้อนกันบ้างแล้ว และต้องทำให้สำเร็จ ที่ต้องออกมาเป็นตัวกลางเพราะมองไปถึงสภาพโดยรวม ถ้าไม่มีการพูดคุย การเลือกตั้งก็ไม่มีทางสำเร็จ ปัญหาต่างๆ ของประเทศไทย ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ เรื่องสังคม มันก็จะพังเสียหายกันไปหมด แล้วการให้มีเจรจาก็เป็นความเห็นชอบของ กกต.ทุกท่าน ไม่ใช่ผมคนเดียว เพียงแค่ผมอาจจะเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปและสื่อมากกว่าท่านอื่น จึงมีประโยชน์ในการสื่อสาร

O การเลือกตั้งทดแทนและการเลือกตั้งวาระอื่นๆ ในระยะต่อไปน่าจะราบรื่นขึ้น?

ผมพยายามตีโจทย์ 2 ข้อ ประการแรกจะสำเร็จไหม กับประการที่ 2 มันจะเป็นทางออกหรือไม่ ถ้าหากคู่กรณีไม่หาทางออกร่วมกัน ไม่พุดคุยกัน การเลือกตั้งก็ไม่มีวันสำเร็จ ซึ่งหากไม่สามารถเลือกได้แม้แต่เพียงหน่วยเลือกตั้งเดียว ก็ไม่สามารถนับคะแนนได้ทั้งหมด แต่ก็ยอมรับว่าในบางพื้นที่มีการคัดค้านกันอย่างรุนแรง

O เนื้อหาสาระของการเจรจามีอะไรบ้าง?

ยังไม่ได้คุยอะไรมากถึงเนื้อหาในรายละเอียด เพียงแต่พูดคุยเปิดประเด็นไปยังการเจรจาครั้งหน้า ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่สามารถพูดคุยแล้วจบ ตอนนี้ก็เปิดเผยมาแล้ว 2 คน (หลวงปู่ กับ นายสมชาย) ในรอบต่อไปก็จะเป็น 4 คน แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ว่าใคร เพราะอาจจะทำให้บุคคลเหล่านั้นลำบากใจในการเจรจา แต่ไม่ใช่ว่าที่ไม่เปิดเผยเพราะมีการตกลงกันในเรื่องผลประโยชน์ ยืนยันว่าไม่มี

การเพิ่มจำนวนคนเพื่อให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง รวมทั้งความคืบหน้า โดยไม่ได้กำหนดกรอบเวลา เพียงแต่ใจความสำคัญของการเจรจาอยู่ที่ให้ทุกฝ่ายลดความรุนแรงของแต่ละฝั่ง ต้องยุติ แต่หากยังเกิดความรุนแรงหลังการพุดคุยครั้งแรกแล้วก็จะไม่มีการเจรจาอีก

ฉะนั้นหลังจากนี้ต้องดูสถานการณ์ ดูสภาพความสันติ ก็ถือเป็นการวัดใจทั้ง 2 ฝ่าย ต้องคอยดูว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงท่าทีกันหรือไม่ ดังนั้นทุกคนต้องช่วยกันคิดร่วมกัน อย่าปล่อยให้สถานการณ์มันเดินไปแบบนี้จนไม่สามารถทำอะไรได้เลย เพราะถ้าปล่อยไปอีก 3 เดือนหรือ 6 เดือนข้างหน้า ทุกอย่างก็แย่ไปหมด สิ่งที่ทำนี้เป็นเส้นทางใหม่ เส้นทางนี้อาจไม่เป็นประชาธิปไตยมากนัก แต่มันก็สามารถแก้ปัญหาและหาทางออกเพื่อนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นได้