ครม.รับทราบหนังสือ"พงศ์เทพ"ส่งถึงกกต.ยันออกพ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ไม่ได้
ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัตร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ครม.ได้รับทราบหนังสือที่นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี ส่งไปถึงประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ตามความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ตามที่ประธานกกต.เคยแสดงความคิดเห็นเสนอให้มีการตราพระราชกฤษฎีกาการเลือกตั้งทั่วไป
โดยสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นผ่านนายพงศ์เทพ เป็นหนังสือเรื่องการดำเนินการเลือกตั้งกรณีผู้สมัครรับเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ใน 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถสมัครได้ มีสาระสำคัญในหนังสือ คือ การนำความกราบบังคมทูลเพื่อขอให้ทรงตราพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่นั้นไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากรัฐธรรมนูญไม่บัญญัติให้กระทำได้ เพราะการทูลเกล้าฯ เสนอพระมหากษัตริย์เพื่อให้ใช้พระราชอำนาจตราพระราชกฤษฎีกา ต้องไม่ขัดต่อกฎหมาย และการเลือกตั้งใน 28 เขตนั้น ยังอยู่ในกระบวนการเลือกตั้งที่ยังไม่แล้วเสร็จ ถือเป็นอำนาจของกกต.ที่สามารถดำเนินการจัดการเลือกตั้งต่อไปได้ตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
รายงานข่าวเปิดเผยว่าที่ประชุมครม.ใช้เวลากว่า 1 ชม. ในการพิจารณากรณีที่กกต.ส่งหนังสือกลับมายังครม.เพื่อขอให้มีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบอย่างชัดเจน ต่อความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา โดยที่ประชุมส่วนใหญ่เห็นพ้องว่าควรให้เป็นแค่เรื่องแจ้งเพื่อทราบต่อที่ประชุม และรับทราบไว้เท่านั้น โดยไม่ต้องเป็นมติครม. เพราะเกรงว่าจะเป็นการวางหลุมพรางให้เกิดความขัดแย้งระหว่างกกต.และครม. เพื่อเปิดช่องให้สามารถยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความได้
ทั้งนี้ นายปลอดประสพ สุรัสวดี รองนายกรัฐมนตรี ได้ตั้งข้อสังเกตว่าเหตุใด กกต.จึงใช้ภาษาที่บิดเบือนข้อเท็จจริง เช่น การเลือกตั้งในพื้นที่ 28 เขต ไม่มีผู้สมัครทั้งที่จริงมีผู้สมัคร แต่ถูกขัดขวาง และกกต.ก็ไม่สามารถดูแลจัดการการเลือกตั้งได้ ขณะที่นายจาตุรนต์ ฉายแสง รมว.ศึกษาธิการ ได้หารือต่อกฤษฎีกาว่าเรื่องดังกล่าวเข้าข่ายมติครม.ได้หรือไม่ และถ้ามีสถานะว่าเห็นชอบผลจะเป็นอย่างไร ซึ่งกฤษฎีกาชี้แจงว่า เรื่องการแสดงความเห็นชอบสามารถออกเป็นมติครม.ได้
แต่อาจจะถูกนำไปใช้เป็นประเด็นให้นำไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญต่อไป รวมถึงนายชัยเกษม นิติสิริ รมว.ยุติธรรม และนายพีรพันธุ์ พาลุสุข รมว.วิทยาศาสตร์ ก็แสดงความเห็นพ้องว่าถ้าออกเป็นมติครม.แล้วระบุว่าเห็นชอบตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา เท่ากับเราไปดึงศาลรัฐธรมนูญมาร่วมให้ทำในสิ่งที่รัฐบาลไม่ต้องการทำ และไม่ถูกต้อง เช่น การออกพระราชกฤษฎีกากำหนดวันเลือกตั้งใหม่





