"ดารุณี"ไฮโซเสื้อแดง นำขบวนแดงร่วม 100 บุกวางพวงหรีดศาลแพ่ง โจมตีคำพิพากษาศาลห้ามใช้ประกาศฉุกเฉิน
นางดารุณี กฤตบุญญาลัย ไฮโซเสื้อแดง เป็นผู้นำมวลชน นปช. ประมาณ 100 คน มาชุมนุมบริเวณหน้าศาลแพ่ง ภายหลังที่ศาล มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ในคดี กปปส. ฟ้องเพิกถอนประกาศ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยห้าม น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และศูนย์รักษาความสงบ ( ศรส.) บังคับใช้ประกาศและข้อกำหนดที่ออกตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฯ รวม 9 ข้อ เช่น ห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุมกับประชาชนและผู้ชุมนุม กปปส.
โดยกลุ่มผู้ชุมนุม นปช. ยังได้มีการชูป้ายข้อความในการประท้วงถึงคำพิพากษาของศาล และมีการนำตะเกียงส่องสว่างเป็นสัญลักษณ์และมีการนำถุงปลาร้ามาชูเป็นสัญลักษณ์ และมีการนำพวกหรีด เขียนข้อความว่า “แด่...ความอยุติธรรมของศาลแพ่ง” วางที่เสาด้านหน้าอาคารศาลแพ่ง พร้อมกันนนี้ กลุ่ม นปช. ยังได้อ่านแถลงการณ์เรียกร้องความยุติธรรม และร่วมร้องเพลงที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการทวงคืนความยุติธรรมด้วย โดยนางดารุณี ยังได้อ่านคำพิพากษาของศาลแพ่ง คดีฟ้องการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ ในปี 2553 เปรียบเทียบกับ คำพิพากษาในปี 2557
ขณะที่ นางดารุณี กล่าวว่า ในฐานะประชาชนที่ร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดงเมื่อปี 2553 จึงได้มาขอความยุติธรรมจากศาลแพ่งและขอคำชี้แจงจากศาล เนื่องจากเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อปี 2553 ซึ่งมีผู้เสียชีวิตถึง 99 ศพ และบาดเจ็บกว่า 1,000 คน ซึ่งทางพรรคฝ่ายค้านได้เคยมายื่นคำร้องต่อศาลแพ่ง เพื่อขอให้ยกเลิกประกาศ พ.รก.ฉุกเฉินฯ ของรัฐบาลสมัยนั้น แต่ศาลแพ่งกลับพิพากษาว่า ศาลมิอาจก้าวล่วงในการใช้ดุลยพินิจของฝ่ายบริหาร ซึ่งแตกต่างกับคำพิพากษาในครั้งนี้ที่มีคำสั่งคุ้มครองกลุ่มผู้ชุมนุม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อผู้ชุมนุม พยายามนำพวงหรีด มาวางที่อาคารศาลแพ่ง เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ก็ได้มาหยิบพวงหรีดออกไป พร้อมประสานพ.ต.อ.ชาตรี กาณจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน เจรจากับแกนนำให้พาผู้ชุมนุม นปช.เดินทางกลับ โดยระหว่างการชุมนุมนั้น เจ้าหน้าที่ของศาลแพ่ง ได้มีการถ่ายวีดีโอเหตุการณ์ต่าง ๆ และถ่ายภาพของกลุ่มผู้ชุมนุมไว้ เพื่อทำรายงานเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนำเสนอไปยังอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง เพื่อพิจารณาต่อไป
ด้าน พ.ต.อ.ชาตรี กาญจนกันติ ผกก.สน.พหลโยธิน เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ได้รับแจ้งว่าจะมีกลุ่มผู้ชุมนุมมาวางพวงหรีดที่ศาลแพ่ง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ประมาณ 40 คน มาคอยดูแลความสงบเรียบร้อย โดยร่วมกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของศาลแพ่ง ซึ่งเหตุการณ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่มีเหตุรุนแรงแต่อย่างใด
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ภายหลังจากศาลแพ่งมีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 19 ก.พ.ที่ผ่านมา ก็มีโทรศัพท์จากภายนอกโทรเข้ามายังเบอร์โทรส่วนกลางสำนักงานศาลแพ่ง สอบถามรายละเอียดคำพิพากษาและบางรายพยายามต่อว่าโจมตีการทำหน้าที่ของศาลแพ่ง





