อาจารย์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ยื่นผู้ตรวจการแผ่นเดิน ชงศาลวินิจฉัย 5 ปมเลือกตั้งโมฆะ
ความพยายามที่จะยื่นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2557 เป็นโมฆะ ล่าสุดอาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์(มธ.) ได้ส่งคำร้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อให้พิจารณาส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยอ้าง 5 เหตุผลที่ส่อว่าการเลือกตั้งจะขัดธรรมนูญ
นายรักษเกชา แฉ่ฉาย โฆษกสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 ก.พ.ที่ผ่านมา นายกิตติพงศ์ กมลธรรมวงศ์ อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เข้ายื่นคำร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาตามรัฐธรรมนูญมาตรา 244 ( 1) (ค) ประกอบมาตรา 245 เสนอเรื่องพร้อมความเห็นให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นโมฆะ
เนื่องจากเห็นว่ามีการดำเนินการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญประกอบด้วย โดยเนื้อหาคำร้องจะมีความแตกต่างจากคำร้องของ นายวิรัตน์ กัลยาศิริ อดีตส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ยื่นให้ผู้ตรวจการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้การเลือกตั้งส.ส. 2 ก.พ. เป็นโมฆะ และกกต.วินิจฉัยไม่รับคำร้อง
โดยคำร้องของนายกิตติพงศ์ จะเป็นการร้องเมื่อการเลือกตั้ง 2 ก.พ. ผ่านไปแล้ว แต่ของนายวิรัตน์ เป็นการร้องก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ดังนั้นข้อเท็จจริงตามคำร้องจึงมีความแตกต่างกัน ซึ่งที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดิน ก็คงต้องนำความแตกต่างนี้มาพิจารณาว่าจะสามารถมีความเห็นและเสนอเรื่องต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอย่างที่ผู้ร้องเสนอได้หรือไม่
ขณะนี้จึงให้ทางสำนักงานเร่งศึกษาคำร้อง เพื่อเสนอให้ที่ประชุมผู้ตรวจการแผ่นดินพิจารณา ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีการประชุมทุกวันอังคารของสัปดาห์ แต่ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะมีการเสนอต่อที่ประชุมผู้ตรวจได้ทันการประชุมในวันอังคารหน้าหรือไม่
ส่วนตามรัฐธรรมนูญมาตรา 245 ให้อำนาจผู้ตรวจส่งเรื่องของกกต.ที่เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญตามนัยรัฐธรรมนูญมาตรา 244 (1)(ค) ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยหรือไม่ นายรักษเกชา กล่าวว่า ตามหลักแล้วเมื่อมีการยื่นคำร้องผู้ตรวจการแผ่นดินก็จะต้องพิจารณาก่อนว่าผู้ถูกร้องอยู่ในอำนาจที่ผู้ตรวจการแผ่นดินจะสามารถตรวจสอบได้หรือไม่
ซึ่งกรณีนี้เป็นการร้องการทำหน้าที่ของกกต.ว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย ก่อนหน้านี้ในคำร้องของนายวิรัตน์ ผู้ตรวจฯวินิจฉัยแล้วว่า กกต. เป็นองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ที่รัฐธรรมนูญมาตรา 244 (1)(ค) ให้ผู้ตรวจการแผ่นดินมีอำนาจหน้าที่ตรวจสอบการละเลยการปฏิบัติหน้าที่ หรือการปฏิบัติหน้าที่โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
โดยไม่เกี่ยวกับการส่งเรื่องให้ศาลวินิจฉัย เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 245 ที่ให้อำนาจผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือศาลปกครองพิจารณาวินิจฉัยนั้น บัญญัติไว้เฉพาะว่า ( 1) คือกรณีบทบัญญัติแห่งกฎหมายมีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญ กับ (2) กรณี กฎ หรือคำสั่งหรือการกระทำของบุคคลตามมาตรา 244 (1)(ก) คือข้าราชการของรัฐ หน่วยงานของรัฐเท่านั้นที่ให้ส่งศาลปกครองวินิจฉัย ไม่ได้หมายรวมองค์กรตามรัฐธรรมนูญ ในมาตรา244 ( 1)(ค) ด้วย
สำหรับคำร้องของนายกิตติพงศ์ ที่เห็นว่าการจัดเลือกตั้งของกกต.ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญประกอบด้วย
1.การเลือกตั้งทั่วไปมิได้กระทำขึ้นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร เนื่องจาก 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ไม่มีผู้สมัครทำให้การเลือกตั้งทั่วไปมี 2 วัน วันแรกมี 347 เขตเลือกตั้ง อีกวันมี 28 เขตเลือกตั้งซึ่งกรณีดังกล่าว นอกจากขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 108 ยังขัดกับหลักการของประชาธิปไตยแบบผู้แทน และย่อมส่งผลให้ ส.ส.ที่มาจากการเลือกตั้งต่างวาระกัน มีฐานทางกฎหมายและความชอบธรรมของการเป็นผู้แทนที่แตกต่างกัน
2.การดำเนินการรับสมัครเลือกตั้ง มิได้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม จากกรณีรับสมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ที่พรรคการเมืองซึ่งไม่สามารถเข้าไปยังสถานที่รับสมัครได้ ได้ไปแจ้งความไว้ที่กองปราบฯ หรือ สน.ดินแดง ซึ่งไม่ใช่สถานที่รับสมัครเลือกตั้งตามที่ กกต.ได้ประกาศให้ทราบล่วงหน้าไว้
กรณีดังกล่าวเป็นการเลือกปฏิบัติให้ตัวแทนพรรคการเมืองได้สิทธิในการจับสลากหมายเลข ทั้งที่มิได้ดำเนินการตามประกาศของ กกต. นอกจากนี้ ในการรับสมัคร ส.ส.เขต บางจังหวัดยังมีการเปลี่ยนแปลงสถานที่รับสมัครโดยไม่แจ้งล่วงหน้า ทำให้มีจำนวนถึง 16 เขตเลือกตั้งที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว
3.การนับคะแนนเสียงเลือกตั้งในทุกเขตเลือกตั้งหลังสิ้นสุดระยะเวลาลงคะแนนในวันที่ 2 ก.พ.2557 ทำให้ผู้ที่จะมาเลือกตั้งหลังวันดังกล่าวทราบผลการเลือกตั้งก่อนการลงคะแนน ทำให้เกิดผลกระทบต่อการตัดสินใจลงคะแนนเสียงและเกิดความไม่เที่ยงธรรมในการเลือกตั้ง ขัดต่อหลักความเสมอภาคและโอกาสที่ทัดเทียมกันของผู้สมัครรับเลือกตั้ง
4.การให้นับคะแนนเสียงเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. ทำให้การลงคะแนนเสียงเลือกตั้งล่วงหน้าและการเลือกตั้งทั่วไปที่เลื่อนออกไปเป็นวันที่ 20 และ 27 เม.ย. เป็นอันไร้ผล เพราะบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งจะกลายเป็นบัตรเสียตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง
และ 5.กกต.ปล่อยปละละเลยให้มีการใช้อำนาจรัฐที่ก่อให้เกิดความได้เปรียบของผู้สมัครรับเลือกตั้งของพรรคการเมืองที่เป็นรัฐบาลและที่มีสมาชิกดำรงตำแหน่งอยู่ในคณะรัฐมนตรี จากกรณีที่ นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 ของพรรคเพื่อไทย ได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ 4 จังหวัด โดยมีการออกประกาศหลายฉบับที่มีผลโดยตรงต่อการทำให้เกิดความไม่เสมอภาค และความได้เปรียบเสียเปรียบในการเลือกตั้ง





