'ยุทธการ'พลาดชนวน'ตาย'สะพานผ่านฟ้าฯ

'ยุทธการ'พลาดชนวน'ตาย'สะพานผ่านฟ้าฯ

โศกนาฏกรรมอีกครั้งเมื่อปฏิบัติการขอคืนพื้นที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายตำรวจผู้ปฏิบัติและฝ่ายผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวมกัน 5 คน บาดเจ็บ 68 คน

ปฏิบัติการคืนความสงบสุขให้กรุงเทพมหานคร ซึ่งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบ (ศรส.) ภายใต้การนำของ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการรมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. เมื่อช่วงสายของวันที่ 18 มกราคมที่ผ่านมา กลายเป็นโศกนาฏกรรมอีกครั้ง เมื่อปฏิบัติการครั้งนี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทั้งฝ่ายตำรวจผู้ปฏิบัติและฝ่ายผู้ชุมนุมเสียชีวิตรวมกัน 5 คน บาดเจ็บ 68 คน

ความรุนแรงที่นำมาสู่ความสูญเสียครั้งนี้เกิดขึ้นในห้วงเวลาระหว่าง 10.50 น.-12.30 น. ที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ชุดปฏิบัติการขอคืนพื้นที่จากกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ภายใต้การนำของ พล.ต.ท.กวี สุภานันท์ ผบช.ภ.2 ซึ่งได้รับมอบหมายจาก ศรส.ให้เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์การขอคืนพื้นที่่บริเวณสะพานผ่านฟ้า-อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย จำนวน 14 กองร้อย หรือราว 1,700 นาย เข้าขอคืนพื้นที่จากกลุ่มผู้ชุมนุม ซึ่งบริเวณนั้นเป็นพื้นที่ที่กลุ่มกองทัพประชาชนโค่นระบบทักษิณ (กปท.) หรือกลุ่มกองทัพธรรมเดิม ยึดครองอยู่

พล.ต.ท.กวี มอบหมายให้ พล.ต.ต.คัชชา ธาตุศาสตร์ ผบก.ภ.จว.ชลบุรี ทำหน้าที่หัวหน้าทีมเจรจา กับแกนนำผู้ชุมนุม เพื่อขอคืนพื้นที่แต่ไม่สำเร็จ ก่อนเหตุการณ์จะลุกลามนำมาสู่ความสูญเสีย

แหล่งข่าวในชุดปฏิบัติการ ให้ข้อมูลว่า ขณะปฏิบัติหน้าที่ผู้บังคับบัญชาจะสั่งการผ่านเครื่องขยายเสียงและวิทยุสื่อสาร ซึ่งจะปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์จริง ซึ่งขณะปฏิบัติยอมรับว่า ตำรวจมีการพกอาวุธปืนและมีกระสุนบรรจุอยู่จริง แต่ตำรวจไม่กล้ายิง เนื่องจากประชาชนไม่มีอาวุธ

เหตุชุลมุนที่นำมาสู่ความสูญเสียที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ตำรวจระดับผู้ปฏิบัติการรายนี้ บอกว่า เป็นเพราะความผิดพลาดในการปฏิบัติตามหลักยุทธวิธี ไม่มีชุดปฏิบัติการที่เป็นหน่วยล่วงหน้า เข้าไปบล็อกการ์ด หรือบุคคลที่สุ่มเสี่ยงต่อการใช้อาวุธ หรือบุคคลที่อาจจุดชนวนให้เกิดความรุนแรงก่อน แต่กลับใช้วิธีใช้กำลังตำรวจที่มีเพียงโล่และกระบองเข้าไปปะทะก่อนจึงเกิดเหตุการณ์บานปลาย

"ก่อนปฏิบัติก็รู้ดีว่าอาจมีมือที่สามแฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม พร้อมที่จะใช้อาวุธ แต่ก็ไม่มีการใช้ชุดล่วงหน้าที่มีอาวุธเข้าไปบล๊อกคนเหล่านั้นก่อน แต่เลือกที่จะใช้ตำรวจที่มีเพียงโล่กับกระบองเข้าไปปะทะกับผู้ชุมโดยตรง เมื่อมีการกระทับกระทั่งกันจึงนำมาสู่ความรุนแรง ตำรวจใช้กระบองตี ฝ่ายผู้ชุมนุมก็ใช้น้ำและก้อนหินปาใส่ นำไปสู่ความชุลมุน" ตำรวจชุดปฏิบัติการ ให้ข้อมูล

หลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมตอบโต้ตำรวจด้วยการปาขวดน้ำและก้อนหินเข้าใส่แนวปะทะ ตำรวจชุดปฏิบัติการรายนี้ บอกว่า ได้ยินเสียงผู้บังคับบัญชาสั่งให้ชุดปฏิบัติการใช้แก๊สน้ำตา สักพักฝ่ายผู้ชุมนุมก็ตอบโต้กลับด้วยอาวุธโดยสภาพ เช่น ยิงเหล็กหัวน๊อต ลูกแก้ว เข้าใส่ หลังจากนั้นก็ตามมาด้วยระเบิดปิงปอง และปืน

ระหว่างนั้นมีกองกำลังไม่ทราบฝ่าย ที่มีอยู่กว่า 10 คน เข้าพื้นที่มา แล้วใช้อาวุธสงคราม ทั้งปาระเบิดเอ็ม 67 และยิงระเบิดเอ็ม 79 ยิงเข้าใส่พื้นที่ชุลมุน จนเกิดความวุ่นวาย ตำรวจจึงต้องถอยร่อนเข้าในพื้นที่ตั้งรับอย่างชุลมุน เปิดโอกาสให้กองกำลังไม่ทราบฝ่ายเข้าไปชิงตัวแกนนำที่ตำรวจสามารถควบคุมตัวไว้ได้แล้วออกไป ระหว่างนี้มีการยิงปะทะกันเป็นระยะ กระทั่งตำรวจสามารถถอยร่นเข้าในพื้นที่ตั้งรับได้ เหตุการณ์ชุลมุนจึงยุติลง

ขณะที่ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ซึ่งกล่าวภายหลังเหตุปะทะที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะมีผู้ประสงค์ที่จะให้เกิดความรุนแรง ซึ่งเมื่อดูจากวิถีกระสุน และจุดตกของระเบิดแล้ว เชื่อว่าเป็นปฏิบัติการของผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเหตุรุนแรงที่เกิดขึ้นนั้นเชื่อมโยงกับการช่วยเหลือนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ หนึ่งในแกนนำ กปปส. ที่ถูกตำรวจซึ่งไม่มีอาวุธควบคุมตัวได้แล้ว

"ศรส.ยังมุ่งหมายในการเปิดพื้นที่ราชการทั้งทำเนียบรัฐบาล กระทรวงมหาดไทย ต่อไป แต่จะปรับเปลี่ยนยุทธวิธีในการขอคืนพื้นที่ โดยจะนำบทเรียนจากเหตุการณ์ปะทะที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาประเมินและปรับเปลี่ยนมาตรการ เนื่องจากชัดเจนว่าในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีผู้ประสงค์ให้เกิดความรุนแรงแฝงอยู่ ซึ่งตำรวจและผู้ชุมนุมต้องช่วยกันสังเกตุ" พล.ท.ภราดร กล่าว

พล.ท.ภราดร กล่าวด้วยว่า รูปแบบมาตรการที่ตำรวจใช้ในปฏิบัติการคืนความสงบสุขให้กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ มีความถูกต้องแล้ว คือเจ้าหน้าที่แนวหน้าไม่มีอาวุธ ใช้โล่ห์ กับกระบอง ส่วนชั้นท้ายสุดจะเป็นส่วนรักษาความปลอดภัย ใช้ในการตอบโต้หากมีการใช้อาวุธจริงกระสุนจริง เพื่อคุ้มครองการถอนตัวของเจ้าหน้าที่ โดยหลังเกิดเหตุระเบิดขึ้น เจ้าหน้าที่ก็ได้รับคำสั่งถอนตัว ซึ่งยุทธวิธีการถอนต้องมีชุดคุ้มกัน เพราะธรรมชาติของผู้ชุมนุมเมื่อเจ้าหน้าที่ถอนก็จะรุกไล่เพราะอารมณ์ยังค้าง โดยชุดป้องกันก็จะเข้าป้องปราบ ไม่ให้เข้าเขต แต่ไม่ได้ประสงค์ต่อชีวิต ส่วนความสูญเสียที่เกิดขึ้นเนื่องจากชุดป้องกันทำงานได้ลำบาก เพราะมีจำนวนไม่มาก และอยู่ไกล