ศาลฎีกา พิพากษาบังคับคดีตามศาลชั้นต้น รอลงอาญา 3 ปี "บัณฑิต อานียา" นักเขียน หมิ่นเบื้องสูง
ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีหมิ่นเบื้องสูง คดีหมายเลขดำ ด.725/2548 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญากรุงเทพใต้ 1 เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง นายสมอล์ล บัณฑิต อานียา หรือจือเซ้ง แซ่โค้ว อายุ 72 ปี อาชีพนักเขียนและนักแปลอิสระ เป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
ตามฟ้องโจทก์ บรรยายพฤติกรรมจำเลย สรุปว่า เมื่อวันที่ 22 ก.ย.46 เวลากลางวัน จำเลยได้บังอาจกล่าวถ้อยคำในงานสัมมนาทางวิชาการ เรื่องกฎหมายพรรคการเมือง โอกาสและข้อจำกัดในการส่งเสริมและพัฒนาพรรคการเมือง ที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จัดขึ้นที่ห้องกษัตริย์ศึกบอลรูม โรงแรม เดอะทวิน ทาวเวอร์ ซึ่งคำพูดของจำเลยดังกล่าวมีความหมายเป็นการละเมิดหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เหตุเกิดที่แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม.
โดยศาลชั้นต้น มีคำพิพากษาเมื่อวันที่ 23 มี.ค.49 ว่า จำเลยมีความผิดตาม ม.112 ประกอบด้วย ม.65 วรรคสอง การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรม จำคุก 2 กระทงๆ ละ 2 ปี รวมจำคุกทั้งสิ้น 4 ปี แต่เห็นว่า ขณะนั้นจำเลย อายุ 64 ปีแล้ว และมีอาการป่วยด้วยโรคจิตเภทและไม่ปรากฏว่าเคยได้รับโทษจำคุกมาก่อน จึงเห็นควรให้โอกาสจำเลยบำบัดรักษาเพื่อจะได้หายเป็นปกติ และเป็นพลเมืองดีต่อไป โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 3 ปี โดยให้คุมความประพฤติจำเลยไว้โดยให้จำเลยรายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ และไปบำบัดรักษาอาการป่วยทางจิตที่สถาบันกัลยาณ์ราชนครินทร์ โดยให้รายงานผลการรักษาต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ภายในระยะเวลา 2 ปี แต่ต่อมาเมื่อวันที่ 17 ธ.ค.50 ศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลยเป็นเวลา 2 ปี 8 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ ขณะที่จำเลย ได้ยื่นฎีกา
ทั้งนี้ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาหารือกันแล้ว เห็นว่า ที่ศาลชั้นต้นพิพากษามานั้นชอบแล้ว จึงเห็นควรให้พิพากษาบังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นที่จำคุกจำเลยเป็นเวลา 4 ปี แต่เห็นว่าจำเลยมีอาการป่วยให้โอกาสบำบัดรักษา โดยโทษจำคุกรอการลงโทษกำหนด 3 ปี





