วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

นายกฯสั่งเดินหน้าโผทหาร-ซื้ออาวุธ

"ยิ่งลักษณ์"ถก"ผบ.เหล่าทัพ" 3 ปมสะดุดหลังยุบสภา สั่งเดินหน้า "โผทหาร-ซื้ออาวุธ 12โครงการ-งบดับไฟใต้" ก่อนส่ง กกต.อนุมัติ

ที่สำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม เมืองทองธานี เมื่อวานนี้(13 ก.พ.) นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เรียกประชุมหน่วยงานด้านความมั่นคง เพื่อหารือวาระเร่งด่วนในกรณีการยุบสภา ส่งผลกระทบต่องานด้านความมั่นคง

โดยมี พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.นิพัทธ์ ทองเล็ก ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก พล.ร.อ.ณรงค์ พิพัฒนาศัย ผู้บัญชาการทหารเรือ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยใช้เวลาหารือกว่า 3 ชั่วโมง

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ในที่ประชุม นางสาวยิ่งลักษณ์ ได้หารือใน 4 ประเด็น คือ 1.การแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารระดับสัญญาบัตรทุกเหล่าทัพ โดยที่ประชุมยืนว่าการดำเนินการทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนปกติ ซึ่งกำลังพลไม่เสียสิทธิใด ๆ เพียงแต่ต้องเพิ่มขั้นตอนกระบวนการทางกฎหมาย ที่ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ 2550 ในมาตรา 181 วรรค 1 ที่ต้องนำเรื่องผ่านการพิจารณาขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ก่อนที่จะมีคำสั่งออกไปอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ส่วนการแต่งตั้งนายทหารระดับยศนายพล จะเป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยจะให้ ผบ.เหล่าทัพพิจารณาไปตามวาระปกติ โดยที่ รมว.กลาโหม จะเป็นผู้ลงนามก่อนที่จะเสนอไปยัง กกต. ถ้าหาก กกต.เห็นชอบก็จะนำความกราบบังคมทูลเพื่อพิจารณาแจ้งการปรับย้ายต่อไป

สำหรับแนวทางที่กระทรวงกลาโหมได้เข้าหารือกับ กกต. คือ การบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ เช่น นักเรียนนายร้อย การเลื่อนนายทหารชั้นประทวนเป็นทหารกองหนุน การแต่งตั้งนายทหารชั้นสัญญาบัตร เป็นตุลาการทหาร การปรับย้ายนายทหารชั้นสัญญาบัตร ระหว่างหน่วยขึ้นตรงกระทรวงกลาโหม หรืองานใดๆ ที่อยู่ในอำนาจของรมว.กลาโหม ต้องส่งผ่าน กกต. เว้นกรณีที่อยู่ในอำนาจของแต่ละเหล่าทัพ สามารถดำเนินการได้เลย เช่น การโยกย้ายกำลังพลภายในเหล่าทัพต่างๆ

2.เรื่องการจัดซื้อจัดจ้างในโครงการต่าง ๆ ของเหล่าทัพ ที่เป็นโครงการผูกพันงบประมาณข้ามปี ซึ่งนายกฯ มีความเป็นห่วง เพราะขณะนี้มีโครงการจัดซื้อจัดจ้างที่ต้องหยุดชะงักในช่วงที่ผ่านมา 100 โครงการ จึงได้สั่งการให้เหล่าทัพมีการจัดทำแผนรายละเอียดทั้งหมด 12 โครงการและเสนอมายังกระทรวงกลาโหมเพื่ออนุมัติ และเสนอให้ทาง กกต.พิจารณาต่อไป

3.การจัดสรรงบประมาณเพื่อลงไปในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยในที่ประชุม นายกฯ และ ผบ.เหล่าทัพ มีความเป็นห่วงสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ภาคใต้

และ 4.การเตรียมจัดพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ตามคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติ โดยให้จัดพิธีวันที่ล่วงเลยเทศกาลวันออกพรรษา และกฐินพระราชทานในปี 2557 (วันเสาร์ที่ 12 ก.พ.2557 วันเข้าพรรษา และวันพุธ 8 ต.ค.2557 วันออกพรรษา)

โดยแบ่งความรับผิดชอบให้ส่วนราชการต่าง ๆ ดังนี้ สำนักพระราชวังจัดพิมพ์ร่างหมายกำหนดการพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระญาณสังวรฯ กระทรวงกลาโหม โดยกองบัญชาการกองทัพไทย จัดขบวนพระอิสริยยศ เชิญพระศพ 2 ริ้วขบวนที่ 1 เชิญพระศพโดยราชรถจากวัดบวรนิเวศวิหารไปยังวัดเทพศิรินทราวาส ริ้วขบวนที่ 2 เชิญพระศพโดยราชรถเวียนพระเมรุ กรมศิลปากรจัดแสดงมหรสพสมโภชงานออกพระเมรุ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติจัดการรักษาความปลอดภัย และการจัดการจราจร กรมประชาสัมพันธ์จัดการประชาสัมพันธ์ และการถ่ายทอดงานพระราชพิธีฯ กระทรวงมหาดไทย แจ้งทุกจังหวัดจัดการถวายดอกไม้จันท์ของประชาชน กรุงเทพมหานครจัดการถวายดอกไม้จันท์ของประชาชนในกรุงเทพฯ กรมศิลปากรจัดทำหนังสือจดหมายเหตุพระราชพิธีฯ วัดบวรนิเวศวิหารจัดทำหนังสือที่ระลึกงานพระราชพิธีฯ

ด้านนายถาวร เสนเนียม แกนนำกปปส.เวทีสีลม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีนายกฯเรียกผบ.เหล่าทัพเข้าหารือเกี่ยวกับการโยกย้ายนายทหารช่างกลางปี ว่า รัฐบาลรักษาการไม่มีอำนาจแต่งตั้งโยกย้ายราชการระดับสูง จะต้องได้รับความเห็นชอบจาก กกต. เพราะจุดประสงค์นั้นกลัวว่าจะเป็นการกลั่นแกล้งข้าราชการระหว่างหาเสียงเลือกตั้ง อีกทั้งการแต่งตั้งโยกย้ายในระบบราชการประจำมีอยู่แล้ว อาทิ สภากลาโหม หรือคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน เป็นต้น