"วิรัตน์"ไม่ท้อ หลังศาลรธน.ยกคำร้องเลือกตั้ง 2ก.พ. จ่อยื่นล้มล้างการปกครองผิด ม.68 อีกรอบ ชี้ประเด็นเห็นผลลัพธ์ไร้รบ.ใหม่ แต่ดึงดันรักษาการ
นายวิรัตน์ กัลยาศิริ หัวหน้าทีมกฎหมาย พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่ยกคำร้องว่าการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 ไม่ได้เข้าข่ายล้มล้างการปกครองตามมาตรา 68 ของรัฐธรรมนูญว่า คณะทำงานกฎหมายส่งเรื่องนี้ไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพราะเป็นช่วงยุบสภา รัฐบาลต้องอยู่ภายใต้บังคับรัฐธรรมนูญมาตรา 181(4) ไม่ใช้ทรัพยากรบุคลากรของรัฐให้มีผลต่อการเลือกตั้ง แต่รัฐบาลรักษาการไปเรื่อยๆ ทั้งที่รู้ว่าการเลือกตั้งที่ผ่านมาไม่สามารถที่จะได้รัฐบาลใหม่ได้ รวมถึงการใช้พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ออกคำสั่งปิดสื่อแต่เปิดโอกาสให้ทีวีของรัฐบาลโฆษณาชวนเชื่อ จนทำให้เกิดการเลือกตั้งที่ไม่สุจริต เที่ยงธรรม ประชาชนเข้าใจผิดในความนิยมของพรรคการเมือง จึงถือเป็นความพยายามที่จะให้ได้อำนาจ มาซึ่งวิธีการที่ไม่เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ
"เมื่อศาลเห็นว่าไม่เข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 68 ผมก็เคารพคำวินิจฉัย แต่หากรัฐบาลยังทำซ้ำ ก็จะยื่นข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อร้องใหม่อีกครั้ง ก่อนหน้านี้ยื่นต่อ กกต.ให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ มีการไต่สวนผมมาแล้ว 15 วัน กระบวนการต่อจากนี้จะมีการสรุปเสนอ กกต.ทั้ง 5 คน หากกกต.เห็นชอบก็จะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ผมคิดว่า กกต.ชุดนี้มีความกล้าหาญกว่าทุกชุด จึงขอเรียนไปยัง กกต.ที่เคยส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย เรื่องสามารถออกพระราชกฤษฎี การกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ได้หรือไม่ ความจริงควรหยิบประเด็นเรื่องเป็นโมฆะไปด้วย บ้านเมืองก็เดินได้ แต่กกต.ขอความเห็นศาลแค่ว่าลงคะแนนใหม่ หรือกำหนดวันเลือกตั้งใหม่เท่านั้น และขอย้ำว่าไม่มีองค์กรใดยืนยันว่า การเลือกตั้งสมบูรณ์แล้ว ตรงกันข้ามสิ่งที่เกิดขึ้นขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน ในลักษณะเดียวกับคำวินิจฉัยให้การเลือกตั้งปี 2549 เป็นโมฆะ"
นายวิรัตน์ กล่าวว่า การยกคำร้องดังกล่าวเป็นคนละประเด็นกับเรื่องการเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นโมฆะหรือไม่ เพราะศาลรัฐธรรมนูญยังไม่ได้วินิจฉัยในประเด็นนี้ ซึ่งมีกระบวนการที่ขัดกฎหมายหลายประเด็น ขัด รธน.มาตรา 30 ไม่เสมอภาค เพราะเลือกตั้งล่วงหน้าไม่ได้ หายไป 2 ล้านคะแนน นอกจากนี้การเลือกตั้งต้องตรงและลับแต่ตอนนี้ไม่ลับ แม้ กกต.ไม่ประกาศผลเป็นทางการ แต่มีการรายงานผลไปทั่วประเทศยกเว้น 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัครเท่านั้น จึงไม่เป็นความลับมีผลต่อการจูงใจผู้มีสิทธิเลือกตั้งล่วงหน้า 2 ล้าน และอีก 28 เขต รวมเกือบ 10 ล้านคนที่จะลงคะแนนในวันข้างหน้า ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญเคยวินิจฉัยแล้วว่าเป็นโมฆะในปี 2549 เพราะไม่เสมอภาคและไม่เป็นความลับ
นายวิรัตน์ กล่าวว่า ปัญหาของรัฐบาลที่จะตามมาคือ ไม่สามารถเรียกประชุมสภาภายใน 30 วันตาม รธน.มาตรา 127 ตั้งนายกรัฐมนตรีไม่ได้ จะเป็นส่วนหนึ่งในข้อมูลที่จะใช้ยื่นเพิ่มเติมประกอบพฤติกรรมว่ารัฐบาลจงใจที่จะใช้การเลือกตั้ง 2 ก.พ.57 เป็นเครื่องมือในการรักษาการในอำนาจต่อไป ทั้งที่รู้ผลลัพธ์ว่าไม่สามารถตั้งรัฐบาลใหม่ได้ เมื่อครบเวลาตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด ก็จะเป็นเงื่อนเวลาหนึ่งที่จะยื่นเพิ่มต่อศาลรัฐธรรมนูญได้ และจะพิจารณาการกระทำใดๆ ที่นอกรัฐธรรมนูญของรัฐบาลซึ่งในขณะนี้มีการทำผิด เช่น พยายามกู้เงิน 1.3 แสนล้าน ทำขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 181 ทั้งหมดจะเก็บรวบรวมเพื่อยื่นเพิ่มเติมซ้ำอีกครั้ง เพราะศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่





