พท.วอนกกต.ทบทวนมติให้ลงคะแนนเลือกตั้งเม.ย. ชี้อาจเข้าทางฝ่ายตรงข้ามย้อนเล่นงานรัฐบาล
นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้จัดการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตทดแทนการเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค.เป็นวันที่ 20 เม.ย. และจัดการลงคะแนนเลือกตั้งทั่วไปทดแทนการลงคะแนนวันที่ 2 ก.พ.เป็นวันที่ 27 เม.ย.ว่า การเลื่อนการลงคะแนนออกไปนานเช่นนั้นมีนัยยะทางการเมืองหรือไม่ เพราะสอดคล้องกับที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า การเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมาอาจขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 127 ที่ต้องเปิดสภาฯ ภายใน 30 วันหลังจากการเลือกตั้ง ซึ่งจะเข้าทางพรรคประชาธิปัตย์และกปปส.ที่จะเอาเรื่องนี้ไปยื่นศาลรัฐธรรมนูญเพื่อตีความให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ทั้งนี้ ขอเรียกร้องกกต.ว่า ขอให้ทบทวนวันลงคะแนนเลือกตั้งอีกครั้ง การเลื่อนไปเดือนเม.ย.นั้นนานไปหรือไม่
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับ 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ที่มีปัญหานั้น กกต.บอกว่าหากออกเป็นประกาศ กกต.เพื่อเปิดรับสมัครส.ส.อาจจะขัดกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. มาตรา 7 (1) ที่ระบุว่า ต้องประกาศรับสมัครส.ส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้งภายใน 20 วันนับตั้งแต่มีพ.ร.ฎ.ออกมานั้น ซึ่งจากการตรวจสอบของทีมกฎหมายพรรคเพื่อไทยมองว่า ถ้ากกต.ดำเนินการรับสมัครในเขตที่มีปัญหาก็ไม่ขัดกับกฎหมายดังกล่าวเนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมีการขัดขวางการรับสมัคร ถือเป็นเหตุสุดวิสัยอันเป็นข้อยกเว้นทางกฎหมาย
อย่างไรก็ตาม วันนี้ประชาชนมองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นทฤษฎีสมคบคิด เพราะพรรคประชาธิปัตย์ลาออกจากการเป็นส.ส.เพื่อกดดันให้นายกฯ ยุบสภาแล้วบอยคอตการเลือกตั้ง ส่วนกปปส.ก็ออกมาขัดขวางการเลือกตั้ง กกต.ก็น่าจะยืดการเลือกตั้งออกไปซึ่งจะทำให้ไม่มีรัฐบาลใหม่ภายในระยะเวลาที่กำหนด ทำให้รัฐบาลชุดนี้รักษาการต่อไป แล้วให้ป.ป.ช.ดำเนินการกับรัฐบาล ขอถามผู้ที่เกี่ยวข้องว่าใช่หรือไม่
ส่วนกรณีที่นายอภิสิทธิ์ออกมาระบุว่า การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมาขัดรัฐธรรมนูญ ขอให้นายกฯ ยอมรับความจริงว่าการเลือกตั้งเดินหน้าไม่ได้ และรัฐบาลกับกกต.ไม่ควรโยนภาระเรื่องนี้กันไปมานั้น การจัดการเลือกตั้งไม่ใช่การโยนภาระกันระหว่างรัฐบาลกับกกต. เพราะรัฐบาลไม่มีหน้าที่ดำเนินการในเรื่องนี้อยู่แล้ว กกต.เป็นผู้ที่มีอำนาจในการดำเนินการจัดการเลือกตั้งอย่างชัดเจน อีกทั้งนายกฯ ก็ไม่ใช่คนที่คิดบอยคอตการเลือกตั้ง และไม่ใช่คนที่เรียกมวลชนมาขัดขวางการเลือกตั้ง ดังนั้นไม่อยากให้โยนบาปมาให้นายกฯ ว่าเป็นต้นเหตุของปัญหา แต่ต้องดูที่ต้นเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่ารัฐบาลเคารพกฎหมายและไม่เคยโยนบาปให้ใคร ซึ่งหากนายอภิสิทธิ์จริงใจก็อย่าให้พวกพ้องไปร้องว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะไม่ใช่ผู้มีส่วนได้เสีย และขอให้ไปพูดกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส.ด้วยว่า ขอให้หยุดขัดขวางการเลือกตั้ง หรือไม่ก็ประณามการกระทำของนายสุเทพ





