วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เห็นพ้องปฏิรูปแก้คอรัปชั่น-ลดอำนาจบริหาร

เวทีเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป ครั้งที่ 1 เห็นพ้องการปฏิรูปที่ทุกฝ่ายยอมรับได้แก้คอร์รัปชั่น ลดอำนาจบริหาร เสนอใช้การประชามติเข้าช่วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้ (11 ก.พ.) ที่โรงแรมเดอะสุโกศล เครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เปิดเวทีความคิดเพื่อการปฏิรูปประเทศไทย ครั้งที่ 1 ภายใต้หัวข้อ “ถอดบทเรียนกระบวนการปฏิรูปของไทย สู่การเดินหน้าปฏิรูป” โดยในวงเสวนาได้เชิญตัวแทนที่เคยเป็นอดีตคณะกรรมการที่ทำงานลักษณะปฏิรูปมาบอกเล่าและชี้แจงข้อสรุปที่เคยทำไว้ รวมถึงข้อเสนอแนะต่างๆ ซึ่งทุกฝ่ายเห็นตรงกันที่จะเดินหน้าปฏิรูปประเทศ และต้องให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นายกิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งทำหน้าที่ดำเนินการเสวนา กล่าวว่า เครือข่ายฯ ให้ความสำคัญเรื่องกระบวนการมีส่วนร่วมจึงเชิญทุกภาคส่วนระดมความเห็น แต่เห็นว่าการปฏิรูปทำได้ยาก เพราะมีเรื่องความขัดแย้งมาเกี่ยวข้อง แต่ถ้าทำได้จะเป็นความหวังทุกฝ่าย และต้องต่อยอดให้สัมฤทธิ์ผล

ด้าน นายเดชรัต สุขกำเนิด เลขานุการคณะกรรมการปฏิรูป ที่มีนายอานันท์ ปันยารชุน เป็นประธาน กล่าวว่า การปฏิรูปคือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง ซึ่งประเด็นหลักของการปฏิรูปคือ ต้องสามารถนำไปใช้ลดอำนาจรัฐ เพิ่มอำนาจให้กับประชาชน

ขณะที่ นพ.สมศักดิ์ ชุณหรัศมิ์ คณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป ที่มี นพ.ประเวศ วะสี เป็นประธาน กล่าวว่า ต้องเริ่มปฏิรูปทุกระดับ ตั้งแต่ชุมชน ตำบล จังหวัด และระดับประเทศ ในลักษณะเสนอกฎหมาย ที่สำคัญต้องสร้างกลไกการมีส่วนร่วม และใช้การทำประชามติเข้ามาช่วย

นายวุฒิสาร ตันไชย รองเลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า กล่าวว่า ทุกภาคส่วนมีความต้องการปฏิรูป แต่สถานการณ์วันนี้มีทั้งบวกและลบ เพราะมีการเคลื่อนตัวของภาคประชาสังคมที่ไม่ได้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันในเชิงความคิด เพราะอยู่กันคนละพวก อีกทั้งการปฏิรูปที่หลายฝ่ายต้องการแก้กฎหมาย อาจมี “dead lock” จากคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ

"โจทย์ของการปฏิรูปคือใครจะมาทำหน้าที่ ถ้าจะปฏิรูปการเมือง ต้องมีความไว้วางใจ ทำให้สังคมยอมรับ เพราะคนไม่เชื่อว่าการเมืองจะปฏิรูปตัวเอง จึงควรทำประชามติแบบหารือ เพราะเชื่อว่าเป็นเครื่องมือที่ดี แต่อย่าหวังว่าการปฏิรูปจะทำสำเร็จทุกเรื่อง ต้องจัดลำดับความสำคัญ ทำบางเรื่องก่อน และอาจต้องให้แต่ละพรรคการเมืองมาร่วมทำสัตยาบันเป็นข้อตกลงร่วมกัน เปิดกว้างให้หลายภาคส่วนเป็นพลังร่วมกันขับเคลื่อนด้วย"นายวุฒิสาร กล่าว

ขณะที่ ดร.มานะ นิมิตรมงคล ผู้อำนวยการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัญหาความขัดแย้งในขณะนี้เกิดขึ้นกับประชาชนในทุกระดับของสังคม และมีหลายเรื่องที่เป็นผลจากการบริหารงานของรัฐบาลที่ผิดพลาด และการดำเนินโครงการประชานิยม ซึ่งการระดมความคิดเห็นที่นำไปสู่การปฏิรูปประเทศท่ามกลางความขัดแย้งและมีการชุมนุมทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ส่วนตัวมองว่า ข้อเสนอแนะในชื่อของสถาบันจะเป็นที่ยอมรับมากกว่าตัวบุคคล แนวทางออกที่ดีจะต้องเป็นข้อเสนอที่ต้องรับสถานการณ์ที่อาจขยายผลในอนาคต และต้องต่อยอดแนวทางแก้ไขเดิม ให้เป็นแบบฉบับประเทศไทย

ส่วนนายไพโรจน์ พลเพชร กรรมการปฏิรูปกฎหมายระบุว่า การเมืองไทยเป็นแบบคณิตศาสตร์ ได้เสียงประชาชนข้างมากชนะเลือกตั้งเข้ามา ก็มีสิทธิ์กุมอำนาจบริหารมากกว่า และอยู่เหนืออำนาจนิติบัญญัติ ขณะที่การร่างกฎหมาย และแก้รัฐธรรมนูญตกอยู่ในมือไม่กี่ร้อยคนเท่ากับรวมศูนย์อำนาจกับคนกลุ่มนี้ จะเห็นว่าสิ่งนี้เป็นหัวใจหลักของการเมืองประเทศไทย ที่ต้องได้รับการปฏิรูปโดยเร็ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป (RNN-Reform Now Network) ประกอบด้วยองค์กรวิชาชีพกว่า 70 องค์กร เบื้องต้นสรุปกรอบเนื้อหาปฏิรูปประเทศจากข้อเสนอของ 7 องค์กรธุรกิจ, เครือข่ายผู้รับใช้การปฏิรูปฯ, ลงขันความคิดปฏิรูป, กปปส., และรัฐบาล ซึ่งสิ่งที่ทุกกลุ่มเห็นตรงกันคือ การปฏิรูปเรื่องคอร์รัปชั่น อย่างไรก็ตาม วันที่ 27 ก.พ.ทางเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูปประเทศ เตรียมจัดเวทีครั้งที่ 2 หัวข้อ “เรียนรู้ประสบการณ์บทเรียน-กระบวนการปฏิรูปของต่างประเทศ” จัดเวทีที่ 3 ช่วงเดือน มี.ค. โดยจะเป็นการเปิดโมเดลกลไกการปฏิรูปประเทศ และเวทีที่ 4 ช่วงเดือน มี.ค.-พ.ค. โดยจะจับประเด็นปฏิรูปเรื่องต่างๆ ต่อไป