"อภิสิทธิ์"จี้รัฐยอมรับความจริง เปิดสภาไม่ได้ เตือนนายกฯเลิกฟังนักกฎหมาย หลังพาประเทศวิกฤติ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวภายหลังการให้การต้อนรับนายหยวน จื้อปิง อธิบดีเอเชียใต้และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงวิเทศสัมพันธ์ พรรคคอมมิวนิสต์จีน ว่า เป็นการมาสอบถามถึงสถานการณ์ในประเทศไทยด้วยความเป็นห่วง แต่ยืนยันว่าจะไม่มาแทรกแซงกิจการภายใน ซึ่งที่ผ่านมามีตัวแทนจากประเทศต่าง ๆ เข้าพบและสอบถามถึงสถานการณ์ แสดงความเป็นห่วงหลายประเทศเช่นกัน
ส่วนตัวเห็นว่า สถานการณ์ตอนนี้ยังหยุดอยู่กับที่ เพราะรัฐบาลยังคงผลักดันให้มีการเลือกตั้ง แต่คนส่วนใหญ่เห็นว่าการเลือกตั้งไม่ใช่คำตอบ และสถานการณ์ขณะนี้คงจะจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ เพราะคงจะเปิดสภาไม่ได้ภายใน 30 วัน รัฐบาลจึงควรยอมรับความจริงและหาจุดร่วมเพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้ โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ควรรับฟังคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และนักกฎหมายฝ่ายอื่นบ้าง ไม่ควรปล่อยให้ปัญหาไปจบที่ศาล เพราะตอนนี้ประเทศเสียโอกาสไปมากแล้ว
"ขอเตือนน.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้บอกไปยังนักกฎหมาย "พ" และ"ภ" ทั้งหลายหยุดให้คำแนะนำ เพราะยุให้ทำมาหลายเรื่อง จนพาประเทศให้มาอยู่ในจุดที่มีปัญหา น.ส.ยิ่งลักษณ์จะอยู่หรือไม่อยู่ในตำแหน่ง คดีที่เกิดขึ้นก็ยังอยู่และต้องว่าตามข้อเท็จจริง ถ้าทำผิดการอยู่ในตำแหน่งก็ช่วยอะไรไม่ได้ นอกจากคิดว่าอยู่ในตำแหน่งแล้วจะไปแทรกแซงอะไรได้ ซึ่งถ้าเป็นเช่นนั้น องค์กรที่เกี่ยวข้องก็ต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะสังคมกำลังจับตาอยู่ ผมทราบดีว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อยากให้รัฐบาลยันอยู่ตรงนี้ เพื่อรักษาความได้เปรียบของตัวเอง ดึงทุกองค์กรมาเป็นคู่ขัดแย้ง เพื่ออ้างความชอบธรรมต่าง ๆ หากมีปัญหาจึงค่อย ๆ ถอยออกไป จึงห่วงว่าหากศาลตัดสินแล้วมีการทำลายความน่าเชื่อถือของศาลก็จะไม่เป็นธรรมกับศาล"นายอภิสิทธิ์ กล่าว
เมื่อถามว่า นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทยพัฒนา เสนอให้นายวิษณุ เครืองาม อดีตรองนายกรัฐมนตรี เป็นคนกลางในการหาทางออกให้ประเทศ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีปัญหา ถ้าไม่มีเงื่อนไขอะไรเอาความจริงมาคุยกัน เปิดเผยต่อสาธารณะ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมพูดคุย โดยรัฐบาลต้องเป็นฝ่ายที่พร้อมจะคุยด้วย แต่ที่ผ่านมาน.ส.ยิ่งลักษณ์ มักส่งคนไปล็อบบี้ก่อนมีการพูดคุยว่า ห้ามพูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ ดังนั้นขออย่าตั้งเงื่อนไขและควรจะคุยได้ทุกเรื่อง และต้องเปิดเผย ถอดผลประโยชน์ทุกอย่างออก ซึ่งขณะนี้ยังไม่เห็นสัญญาณว่าจะเปิดอกคุยกัน เพราะขนาดกกต. เสนออะไรมาก็ยังมีการตั้งตัวเป็นปฏิปักษ์กับกกต. ส่วนที่นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา เสนอตัวเป็นคนกลางนั้น ส่วนตัวเห็นว่าถ้าถอดประโยชน์ของตัวเองออกได้หมด เป็นที่ยอมรับใครก็เป็นคนกลางได้ ทั้งนี้การมีหรือไม่มีคนกลางไม่สำคัญเท่ากับการที่ต้องมีคนมาพูดคุย มีคนกลางแต่ไม่มีคนมาคุยจะมีประโยชน์อะไร


