"ธาริต"ปัดเปิดชื่อท่อน้ำเลี้ยงกปปส. อ้างต้องตรวจสอบให้รอบคอบ
ที่กองบัญชาการตำรวจปรายปรามยาเสพติด(บช.ปส.) ภายในสโมสรตำรวจ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะกรรมการศูนย์รักษาความสงบ(ศรส.) แถลงผลการประชุม โดยเรื่องแรก ศรส.เห็นควรว่าต้องใช้ความความรอบคอบ และต้องมีพยานหลักฐานที่มากพอสมควร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย จึงต้องมีการตรวจสอบจาก 5 หน่วยงาน ประกอบด้วย สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด(ปปส.) กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ตำรวจ และกรมสรรพากร จึงอาจจะเกิดการล่าช้าในการเปิดเผยรายชื่อต่อสาธารณะชน
นายธาริต กล่าวต่อว่า ขณะนี้ ศรส.ได้รับรายงานจากดีเอสไอว่า กรณีความเดือดร้อนของชาวนาและเกษตรกรนั้น พระพุทธอิสระ หรือนายสุวิทย์ ทองประเสริฐ ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาล เพราะเป็นแกนนำเวทีถนนแจ้งวัฒนะ ได้เสนอต่อรองว่า หากดีเอสไอรับคดีการทุจริตจำนำข้าวเป็นคดีพิเศษแล้ว กปปส.จะอนุญาตให้ดีเอสไอเปิดทำการตามปกติได้ ซึ่งได้ชี้แจงไปว่า การจะรับคดีใดเป็นคดีพิเศษนั้น ไม่ได้ขึ้นกับการต่อรองด้วยวิธีการของ กปปส. เพราะเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และในกระบวนการยุติธรรมจะใช้วิธีต่อรองเช่นนี้ไม่ได้ แต่ ศรส.เห็นด้วยที่ดีเอสไอจะเข้าไปตรวจสอบ หรือสอบสวนในเรื่องนี้ หากมีผู้ร้องที่มีตัวตนชัดเจน ขอให้ดำเนินคดีการทุจริตจำนำข้าวเลย จึงขอทำความเข้าใจให้ถูกต้อง เพราะ กปปส.ไปประกาศบิดเบือนว่า ศรส. และดีเอสไอไม่รับทำคดีการทุจริตจำนำข้าว
นายธาริต กล่าวด้วยว่า ศรส.ขอประณามการกระทำของแกนนำ กปปส. โดยเฉพาะพระพุทธอิสระ ที่สั่งการให้การ์ดของ กปปส.เข้าควบคุมตัวเจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย คือ ร.ต.ต.สมคิด เชยกมล และ ด.ต.วชิรพงษ์ อุ่นนวลบุรพงศ์ ที่เข้าไปปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของชาวนาที่เข้าไปบริเวณชุมนุมถนนแจ้งวัฒนะ ซึ่งเป็นการปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละตามหน้าที่ แต่กลับถูกควบคุมตัวโดยแกนนำที่ศาลออกหมายจับแล้วเข้ารุมทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย ใช้ผ้าผูกตาแล้วข่มขู่ทำร้ายตามภาพที่ปรากฏทางสื่อมวลชน ขณะนี้ทั้ง 2 นายได้เข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ และคาดว่าต้องใช้เวลารักษาตัวนานถึง 2 สัปดาห์ ทั้งนี้ ศรส.ขอยืนยันว่าการกระทำเช่นนี้เป็นความผิดต่อกฎหมายที่ร้ายแรง และไม่สมควรกระทำต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นอย่างยิ่ง ศรส.จะดำเนินการอย่างเฉียบขาดกับกรณีดังกล่าวต่อไป


