วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปปช.ส่งศาลยึดทรัพย์'เสถียร'296ล้าน

"วิชา" ชี้มูล"พล.อ.เสถียร"ร่ำรวยผิดปกติ เล็งส่งอัยการสูงสุดสัปดาห์หน้าให้ศาลยึดทรัพย์ 296 ล้านบาท

นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษก ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์กรณีพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ กรณีเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าพล.อ.เสถียร ร่ำรวยผิดปกติตามมาตรา 77 แห่งพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542โดยคณะกรรมการป.ป.ช.สั่งยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 296,323,911 บาท และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดในสัปดาห์หน้า เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังศาลยุติธรรม คือ ศาลชั้นต้นต่อไป

นายวิชา กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งนำทรัพย์สินไปไว้ในชื่อของบุคคลอื่นจำนวนหลายรายการและที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้มีเพียงจำนวน 69,089,835 บาท น้อยกว่าจำนวนที่ขอให้ตกเป็นของแผ่นดินจำนวนมาก จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจำนวน 22 ล้านบาทเศษ เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 แห่งพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2)พ.ศ.2554

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการกรรมการป.ป.ช.กล่าวว่า ส่วนรายการทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวน 296,323,911 บาท ประกอบด้วย ประกอบด้วย 1.ทรัพย์สินในชื่อของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 9 บัญชี รวมเป็นเงิน 118,444,056 บาท บัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ จำนวน 2 บัญชี รวมเป็น 1,034,683 บาท หลักทรัพย์ในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 8,312,605 บาท และรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 2,500,000 บาท

2.ทรัพย์สินในชื่อของ นางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ คู่สมรสของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย เงินลงทุนในสินค้าและวัตถุมงคล ร้านศิริมงคลช็อป มูลค่า 3,912,656 บาท ที่ดิน จำนวน 16 แปลง รวมมูลค่า 25,900,000 บาท สิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 แห่ง รวมมูลค่า 4,600,000 บาทและอัญมณี จำนวน 5,620,000 บาท

3.ทรัพย์สินในชื่อ น.ส.ณิชาพัฒน์ เพิ่มทองอินทร์ บุตรบุญธรรมของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 8 บัญชี รวมเป็นเงิน 30,485,465 บาท สลากออมสิน จำนวน 800,000 บาท ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 แห่ง รวมมูลค่า 23,427,100 บาทและรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 4,750,000 บาท

4.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อบุคคลอื่น ประกอบด้วย เงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์ จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 27,720,000 บาท และที่ดิน 4 แปลง รวมมูลค่า 3,400,000 บาท ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน 28,223,637 บาท เป็นการทำธุรกรรมโดยเงินสดไม่สามารถติดตามได้ เนื่องจากถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปแล้ว

นายวรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินคณะกรรมการป.ป.ช.สั่งยึดกรณีอ้างมาจากกงสีทางคณะกรรมการป.ปช.มีมติกรณีพล.อ.เสถียร อ้างว่าได้ทรัพย์สินรายได้มาจากการจำหน่ายพระเครื่องตั้งแต่เมื่อปี 2550- 2555 รวมทั้งไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีกำไร 49 ล้าน รวมรายได้ที่เป็นกงสีจำนวน 238 โดยป.ป.ช. มีมติให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 182 ล้านบาท กลุ่มที่2 ที่อ้างว่าได้มาจากการขายที่ดินให้กับบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าท์ นั้น ได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนที่จะดำเนินการขายที่ดินให้บริษัทดังกล่าวภรรยาได้ไปซื้อที่ดินจากธนาคารกรุงเทพ ในราคา 15ล้านบาท แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินที่นำไปซื้อได้ ทรัพย์สินที่ได้จากดอกผลเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติทั้งหมด ซึ่งได้ยึดทรัพย์สินเป็นจำนวน 106 ล้านบาท

นายวรวิย์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 พล.อ.เสถียร อ้างว่าเป็นบัญชีของเพื่อเตรียมทหารรุ่น 11 ที่นำมาฝากไว้ และบัญชีของจปร.รุ่น 22 รวมทั้งวปอ.รุ่น 48 ซึ่งจากการตรวจสอบมีที่มาจากบัญชีเดิมอยู่แล้ว คณะกรรมการป.ป.ช.จึงเห็นว่าสามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ จึงเป็นทรัพย์สินที่มาโดยชอบ ส่วนกลุ่มที่เป็นเงินฝากของนางณิชาพัฒน์ คณะกรรมการป.ป.ช.วินิจฉัยว่า ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่า 6,900,000 บาท