"วิชา" ชี้มูล"พล.อ.เสถียร"ร่ำรวยผิดปกติ เล็งส่งอัยการสูงสุดสัปดาห์หน้าให้ศาลยึดทรัพย์ 296 ล้านบาท
นายวิชา มหาคุณ กรรมการและโฆษก ป.ป.ช. แถลงข่าวถึงผลการประชุมคณะกรรมการป.ป.ช.ว่า คณะกรรมการป.ป.ช.มีมติเอกฉันท์กรณีพล.อ.เสถียร เพิ่มทองอินทร์ กรณีเข้ารับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม และนางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ กรณีเข้ารับตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลคำขวาง อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี กรณีมีเหตุอันควรสงสัยว่าพล.อ.เสถียร ร่ำรวยผิดปกติตามมาตรา 77 แห่งพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542โดยคณะกรรมการป.ป.ช.สั่งยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 296,323,911 บาท และส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดในสัปดาห์หน้า เพื่อส่งเรื่องต่อไปยังศาลยุติธรรม คือ ศาลชั้นต้นต่อไป
นายวิชา กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาจากพฤติการณ์ของผู้ถูกกล่าวหาซึ่งนำทรัพย์สินไปไว้ในชื่อของบุคคลอื่นจำนวนหลายรายการและที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้มีคำสั่งอายัดทรัพย์สินไว้มีเพียงจำนวน 69,089,835 บาท น้อยกว่าจำนวนที่ขอให้ตกเป็นของแผ่นดินจำนวนมาก จึงมีมติให้อายัดทรัพย์สินของผู้ถูกกล่าวหาและผู้ที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมจำนวน 22 ล้านบาทเศษ เป็นการชั่วคราว ตามมาตรา 78 แห่งพ.ร.บ. ป.ป.ช. พ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่2)พ.ศ.2554
นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการกรรมการป.ป.ช.กล่าวว่า ส่วนรายการทรัพย์สินที่เพิ่มขึ้นผิดปกติจำนวน 296,323,911 บาท ประกอบด้วย ประกอบด้วย 1.ทรัพย์สินในชื่อของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 9 บัญชี รวมเป็นเงิน 118,444,056 บาท บัญชีเงินฝากสหกรณ์ออมทรัพย์ จำนวน 2 บัญชี รวมเป็น 1,034,683 บาท หลักทรัพย์ในบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด (มหาชน) มูลค่า 8,312,605 บาท และรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 2,500,000 บาท
2.ทรัพย์สินในชื่อของ นางณัฐณิชาช์ เพิ่มทองอินทร์ คู่สมรสของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย เงินลงทุนในสินค้าและวัตถุมงคล ร้านศิริมงคลช็อป มูลค่า 3,912,656 บาท ที่ดิน จำนวน 16 แปลง รวมมูลค่า 25,900,000 บาท สิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 แห่ง รวมมูลค่า 4,600,000 บาทและอัญมณี จำนวน 5,620,000 บาท
3.ทรัพย์สินในชื่อ น.ส.ณิชาพัฒน์ เพิ่มทองอินทร์ บุตรบุญธรรมของ พล.อ.เสถียร ประกอบด้วย บัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ จำนวน 8 บัญชี รวมเป็นเงิน 30,485,465 บาท สลากออมสิน จำนวน 800,000 บาท ที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จำนวน 3 แห่ง รวมมูลค่า 23,427,100 บาทและรถยนต์ 2 คัน รวมมูลค่า 4,750,000 บาท
4.ทรัพย์สินที่อยู่ในชื่อบุคคลอื่น ประกอบด้วย เงินฝากในสหกรณ์ออมทรัพย์ จำนวน 1 บัญชี เป็นเงิน 27,720,000 บาท และที่ดิน 4 แปลง รวมมูลค่า 3,400,000 บาท ส่วนเงินที่เหลืออีกจำนวน 28,223,637 บาท เป็นการทำธุรกรรมโดยเงินสดไม่สามารถติดตามได้ เนื่องจากถูกจำหน่ายจ่ายโอนไปแล้ว
นายวรวิทย์ กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดทรัพย์สินคณะกรรมการป.ป.ช.สั่งยึดกรณีอ้างมาจากกงสีทางคณะกรรมการป.ปช.มีมติกรณีพล.อ.เสถียร อ้างว่าได้ทรัพย์สินรายได้มาจากการจำหน่ายพระเครื่องตั้งแต่เมื่อปี 2550- 2555 รวมทั้งไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์มีกำไร 49 ล้าน รวมรายได้ที่เป็นกงสีจำนวน 238 โดยป.ป.ช. มีมติให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน 182 ล้านบาท กลุ่มที่2 ที่อ้างว่าได้มาจากการขายที่ดินให้กับบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าท์ นั้น ได้ตรวจสอบพบว่า ก่อนที่จะดำเนินการขายที่ดินให้บริษัทดังกล่าวภรรยาได้ไปซื้อที่ดินจากธนาคารกรุงเทพ ในราคา 15ล้านบาท แต่ไม่สามารถชี้แจงที่มาของเงินที่นำไปซื้อได้ ทรัพย์สินที่ได้จากดอกผลเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการร่ำรวยผิดปกติทั้งหมด ซึ่งได้ยึดทรัพย์สินเป็นจำนวน 106 ล้านบาท
นายวรวิย์ กล่าวว่า กลุ่มที่ 3 พล.อ.เสถียร อ้างว่าเป็นบัญชีของเพื่อเตรียมทหารรุ่น 11 ที่นำมาฝากไว้ และบัญชีของจปร.รุ่น 22 รวมทั้งวปอ.รุ่น 48 ซึ่งจากการตรวจสอบมีที่มาจากบัญชีเดิมอยู่แล้ว คณะกรรมการป.ป.ช.จึงเห็นว่าสามารถชี้แจงที่มาของเงินได้ จึงเป็นทรัพย์สินที่มาโดยชอบ ส่วนกลุ่มที่เป็นเงินฝากของนางณิชาพัฒน์ คณะกรรมการป.ป.ช.วินิจฉัยว่า ให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน มูลค่า 6,900,000 บาท


