วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่ง'นายกฯ-เฉลิม-ผบ.ตร.'ยื่นคำให้การสู้คดี'ถาวร'

ศาลแพ่งสั่ง"นายกฯ-เฉลิม-ผบ.ตร."ยื่นคำให้การสู้คดี"ถาวร" ฟ้องเพิกถอนประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ 10 ก.พ. นี้

ศาลนัดชี้สองสถานเพื่อกำหนดประเด็นพิจารณา คดีหมายเลขดำ 275/2557 ที่นายถาวร เสนเนียม แกนนำ กปปส. เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร รักษาการนายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รักษาการ รมว.แรงงาน ในฐานะ ผอ.ศรส. และ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. ในฐานะรองผอ.ศรส. เป็นจำเลยที่ 1-3 เรื่องละเมิด จากการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในพื้นที่ กทม. และปริมณฑล และออกข้อกำหนดตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 โดยมิชอบและยังไม่มีเหตุจำเป็น ซึ่งผู้ฟ้องขอให้ศาล สั่งเพิกถอนการประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และห้ามใช้กำลังสลายการชุมนุม

โดยวันนี้นายถาวร โจทก์ รวมทั้ง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ร.ต.อ.เฉลิม และ พล.ต.อ.อดุลย์ จำเลยทั้งสาม ไม่ได้เดินทางมาศาลแต่อย่างใด แต่มอบอำนาจทนายความดำเนินกระบวนพิจารณาคดีแทน ขณะที่ทนายความของจำเลยทั้งสาม ได้ยื่นคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นคำให้การออกไปก่อน

ศาลพิเคราะห์แล้วคดีนี้ ร.ต.อ.เฉลิม จำเลยที่ 2 ได้ยื่นคำโต้แย้งเรื่องเขตอำนาจของศาลว่า คดีอยู่ในเขตอำนาจของศาลปกครอง จึงให้ศาลแพ่งชะลอการพิจารณาชั่วคราวก่อน ซึ่งศาลเห็นว่า ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ มาตรา 16 ระบุว่าข้อกำหนด ประกาศ คำสั่ง หรือการกระทำตามพระราชกำหนดนี้ ไม่อยู่ในข้อบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง และกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญ เคยมีคำวินิจฉัยแล้วว่า คดีไม่อยู่ในขอบเขตอำนาจของศาลปกครอง ดังนั้นศาลปกครองจึงไม่มีอำนาจในการพิจารณาคดี และสิทธิเสรีภาพของประชาชน สามารถนำเข้าสู่กระบวนการของศาลยุติธรรมได้ ตามรัฐธรรมนูญฯ ปี 2550 มาตรา 216 วรรค 5 โดยคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญนั้นถือเป็นเด็ดขาด และมีผลผูกพันธุ์ทุกองค์กร จำเลยจะโต้แย้งไม่ได้ ศาลแพ่งจึงมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลยที่ 2

ส่วนที่ทนายจำเลยทั้งสาม ได้มีคำร้องขออนุญาตขยายระยะเวลายื่นคำให้การนั้น เห็นว่า คดีนี้ศาลมีคำสั่งให้รับฟ้องแล้ว และมีเหตุพิจารณาคดีเร่งด่วน จึงให้จำเลยยื่นคำให้การต่อศาล ภายในวันที่ 10 ก.พ.นี้ และให้เลื่อนนัดชี้ 2 สถานเพื่อตรวจพยานหลักฐาน ออกไปเป็นวันที่ 12 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น.