วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

กกต.ชี้เลือกตั้งใช้สิทธิ46%โหวตโน3.3ล้าน

กกต.เผยผลเลือกตั้งส.ส. 68 จังหวัด พบผู้ใช้สิทธิกว่า 20 ล้านคน หรือ 46.79% บัตรเสีย 2.4 ล้าน หรือ 12.5% ส่วนโหวตโน 3.3 ล้าน หรือ 16.57%

คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ได้รายงานสรุปตัวเลขภาพรวมผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ส.ส.วันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา อย่างไม่เป็นทางการ โดยทั้งประเทศรวม 68 จังหวัด ไม่รวม 9 จังหวัดที่ไม่สามารถเปิดลงคะแนนได้ ประกอบด้วย กระบี่ ชุมพร ตรัง พังงา พัทลุง ภูเก็ต ระนอง สงขลา และสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้มีจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 43,024,042 คน มาใช้สิทธิ 20,129,976 คน คิดเป็น 46.79% บัตรดี 14,368,962 บัตร คิดเป็น 71.38% บัตรเสีย 2,425,673 บัตร คิดเป็น 12.05 % และผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 3,335,334 บัตร คิดเป็น 16.57 %

ทั้งนี้หากแยกตามรายภาค พบว่า ภาคเหนือ 16 จังหวัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 8,525,384 คน มาใช้สิทธิ 4,776,165 คน คิดเป็น 56.02% บัตรดี 2,997,743 บัตร คิดเป็น 62.76% บัตรเสีย 766,776 บัตร คิดเป็น 16.05% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,011,645 บัตร คิดเป็น 21.18%

ภาคกลาง 25 จังหวัด (ไม่รวม กทม.) ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 12,222,346 คน มาใช้สิทธิ 5,016,503 คน คิดเป็น 41.04% บัตรดี 3,192,528 บัตร คิดเป็น 63.64% บัตรเสีย 654,513 บัตร คิดเป็น 13.05% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 1,169,457 บัตร คิดเป็น 23.31%

ภาคใต้ 6 จังหวัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 1,616,841 คน มาใช้สิทธิ 594,234 คน คิดเป็น 36.75% บัตรดี 378,831 บัตร คิดเป็น 63.75% บัตรเสีย 98,235 บัตร คิดเป็น 16.53% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 117,168 บัตร คิดเป็น 19.72%

ตะวันออกเฉียงเหนือ 20 จังหวัด ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 16,290,351 คน มาใช้สิทธิ 9,009,878 คน คิดเป็น 55.31% บัตรดี 7,301,013 บัตร คิดเป็น 81.03% บัตรเสีย 847,895 บัตร คิดเป็น 9.41% จำนวนผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 860,970 บัตร คิดเป็น 9.56 %

ส่วนกรุงเทพมหานคร จำนวนหน่วยเลือกตั้ง 6,671 หน่วย เปิดลงคะแนน 6,155 หน่วย งดการลงคะแนน 516 หน่วย จำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 4,369,120 คน มาใช้สิทธิ 733,196 คน คิดเป็น 16.78% บัตรดี 498,847 บัตร คิดเป็น 68.04% บัตรเสีย 58,254 บัตร คิดเป็น 7.95% ผู้ไม่ประสงค์ลงคะแนน 176,094 บัตร คิดเป็น 24.02%

กกต.ถกทางออกปมเลือกตั้งวันนี้

ทั้งนี้ กกต.ได้นัดประชุมในวันนี้ (6 ก.พ.) เพื่อร่วมกันพิจารณาลงมติในทุกประเด็นปัญหาสำคัญ ทั้งกรณีปัญหาในการจัดการเลือกตั้งล่วงหน้า, การจัดการเลือกตั้งทั่วไปในหน่วยที่ไม่สามารถเปิดการลงคะแนนได้ และประเด็นปัญหา 28 เขตเลือกตั้งในพื้นที่ภาคใต้ที่ไม่มีผู้สมัครลงรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขต

โดย กกต.จะรับฟัง และสอบถามความเห็นจากฝ่ายกฎหมาย และที่ปรึกษากฎหมาย ก่อนการลงมติตัดสินใจ โดยสำนักงาน กกต.ได้รวบรวมประเด็นปัญหาในแต่ละพื้นที่ ที่สะท้อนผ่านการจัดประชุมผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงประเด็นข้อกฎหมายต่างๆ เพื่อเสนอต่อกกต.ด้วย

"ชูวิทย์"ยื่นศาลรธน.คุ้มครองเลือกตั้ง

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย ได้เข้ายื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เมื่อวานนี้(5 ก.พ.) เพื่อขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยออกคำสั่งคุ้มครองผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง และการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.2557 ตามบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ 2550

โดยนายชูวิทย์ กล่าวว่า ตนมายื่นในฐานะประชาชนผู้มีสิทธิในการเลือกตั้งและหัวหน้าพรรค ที่เป็นผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขอให้ศาลพิจารณาไตร่ตรองให้ดีว่าการเลือกตั้ง วันที่ 2 ก.พ.เป็นโมฆะหรือไม่ เพื่อเป็นบรรทัดฐานในเรื่องดังกล่าวต่อไป ดังนั้นขอให้ศาลสั่งคุ้มครองตน ประชาชนที่ไปลงคะแนนเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.ทั้ง 20 กว่าล้านเสียง และคุ้มครองสิทธิผู้สมัครพรรคการเมืองต่างที่ลงสมัครรับเลือกตั้งครั้งนี้ รวมทั้งขอให้ศาลสั่งให้จัดการเลือกตั้งในจังหวัดและเขตที่ยังไม่มีการจัดการเลือกตั้งภายใน 180 วัน

"หากศาลจะสั่งให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นโมฆะ ผมไม่สามารถไปก้าวล่วงได้ แต่ขอให้ศาลคำนึงถึงประชาชนที่ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งครั้งนี้ด้วย เพราะประชาชนเหล่านี้เป็นผู้ที่ถูกละเมิดและลิดรอนสิทธิเสรีภาพ หากว่าศาลสั่งเป็นโมฆะ ก็จะเป็นแนวทางให้มีกลุ่มคนอื่น นำมวลชนมาขัดขวางหรือปิดล้อมการเลือกตั้ง เพื่ออ้างความชอบธรรมได้" นายชูวิทย์ กล่าว

ปชป.เตือนกกต.เลื่อนเลือกตั้งขัดรธน.

ด้านนายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) แถลงถึงการเลือกตั้ง ส.ส.ที่ผ่านมา แต่ยังมีปัญหาในหลายพื้นที่ ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะหารือกันในวันที่ 6 ก.พ. ว่าจะเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 23 ก.พ.ได้หรือไม่ว่า สิ่งเหล่านี้จะทำให้การเลือกตั้งดังกล่าวเป็นโมฆะ จำเป็นต้องมีการออกพระราชกฤษฎีกา แก้ไขเพิ่มเติมเพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่หรือไม่ ซึ่งหากจะออกพระราชกฤษฎีกาใหม่ต้องออกโดยฝ่ายบริหาร หากกกต.ไปออกประกาศ กกต.จะเป็นผู้กระทำผิดรัฐธรรมนูญเสียเอง

ทั้งนี้ ใน 28 เขตที่ไม่มีผู้สมัคร เป็นปัญหาที่รัฐบาลต้องแก้ไขไม่ให้ขัดรัฐธรรมนูญได้อย่างไร และหากกกต.กับนายกรัฐมนตรี มีความเห็นแตกต่างกันขอให้ส่งศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า การเลือกตั้งไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากรัฐบาลไม่ส่งไปศาลรัฐธรรมนูญ แต่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยจากคำร้องของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ขอให้รัฐบาลยอมรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญด้วย

สำหรับกรณีที่พรรคเพื่อไทย ออกแถลงการณ์ 9 ข้อ ระบุมีขบวนการทำลายประชาธิปไตยและปล้นสิทธิของประชาชนนั้น นายชวนนท์ กล่าวว่า เป็นการวิพากษ์วิจารณ์โครงสร้างบริหารประเทศของตนเองอย่างรุนแรง มีแนวคิดและทัศนคติเดียวกับคนเสื้อแดง ที่มีการกล่าวอ้างมือที่มองไม่เห็น ดังนั้น นายกรัฐมนตรีต้องรับผิดชอบกับการออกแถลงการณ์ของพรรคเพื่อไทยในครั้งนี้

พท.ยื่นกกต.สั่งยุบปชป.หนุนกปปส.

ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย(พท.) ได้เข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ให้พิจารณาพฤติกรรมของสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ ที่มีการกระทำเข้าข่ายขัดต่อรัฐธรรมนูญ ในมาตรา 68 การล้มล้างการปกครองและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง ภายหลังพบว่ามีการสนับสนุนการชุมนุมของกลุ่มกปปส. ที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เป็นแกนนำ และเป็นอดีตสมาชิกพรรค

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า การยื่นครั้งร้องนี้ได้นำเอกสารและวีซีดี จากเหตุการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่เริ่มต้นการชุมนุม รวมถึงการขัดขวางการเลือกตั้ง ส.ส. ตั้งแต่การเปิดรับสมัครผู้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ขัดขวางการใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน ทั้งในวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันเลือกตั้งล่วงหน้า และในวันที่ 2 ก.พ.ที่ผ่านมา

ศาลรธน.ตีตกคดี"อภิสิทธิ์"หนีทหาร

ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ วันเดียวกัน คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมเพื่อพิจารณาวินิจฉัยกรณีที่ นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารษวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 91 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (5) ประกอบมาตรา 102 (6) หรือไม่

หลังจากที่กระทรวงกลาโหม มีคำสั่งปลด ร.ต.อภิสิทธิ์ ออกจากราชการ โดยศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าเนื่องจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกายุบสภา มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค.2556 ทำให้ความเป็น ส.ส.ของนายอภิสิทธิ์ สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 106 (1) ดังนั้นจึงไม่เป็นประโยชน์ที่จะพิจารณาคดีนี้ต่อไป จึงมีคำสั่งให้จำหน่ายคำร้องดังกล่าว