ศรส.ประกาศเนรเทศ"สาธิต เซกัล"พบมาตรา 11(8) ให้อำนาจ ออกประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร
ประเด็นที่ศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ประกาศเนรเทศ นายสาธิต เซกัล นายกสมาคมธุรกิจอินเดีย-ไทย ฐานเป็นผู้สนับสนุน กปปส.นั้น ถูกตั้งคำถามจากหลายฝ่าย รวมทั้ง นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ โฆษก กปปส.ว่า ศรส.ใช้กฎหมายข้อใด
พลิกดูพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ที่รัฐบาลใช้อำนาจตามกฎหมาย ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในท้องที่กรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลนั้น จะพบว่ามาตรา 11(8) ให้อำนาจรัฐบาล (ในที่นี้หมายถึง ศรส.) ออกประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งการให้คนต่างด้าวออกไปนอกราชอาณาจักร ในกรณีที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าเป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉินด้วย
โดย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯชี้ช่องให้นำกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมืองมาใช้บังคับโดยอนุโลม
เมื่อตามไปดูพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 53 ระบุว่า คนต่างด้าวซึ่งเข้ามามีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรแล้ว ภายหลังปรากฏว่าเป็นบุคคลซึ่งมีพฤติการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งตามมาตรา 12(7) คือ มีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม หรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุขหรือความปลอดภัยของประชาชน หรือความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร หรือบุคคลซึ่งเจ้าหน้าที่รัฐบาลต่างประเทศได้ออกหมายจับ ให้เสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมืองเพื่อพิจารณา หากคณะกรรมการฯเห็นว่าควรเพิกถอนการอนุญาตให้มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักร ก็ให้เสนอความเห็นต่อรัฐมนตรีเพื่อสั่งเพิกถอนต่อไป
ทั้งนี้ คณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง มีปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นประธาน ขณะที่รัฐมนตรีซึ่งรักษาการตามกฎหมายฉบับนี้คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
แหล่งข่าวซึ่งเป็นอดีตผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) กล่าวว่า หากเป็นคนต่างด้าวที่ไม่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย และพบพฤติการณ์เป็นภัยต่อความมั่นคง ผบช.สตม.สามารถสั่งเพิกถอนวีซ่าได้เลย แต่หากเป็นคนต่างด้าวที่มีถิ่นที่อยู่ในประเทศไทย ต้องเสนอเรื่องไปยังคณะกรรมการพิจารณาคนเข้าเมือง เพื่อจัดทำความเห็นแล้วส่งให้รัฐมนตรีมหาดไทยมีคำสั่งต่อไป





