"สมชัย"เข้าเคลียร์ทำความเข้าใจ "เฉลิม" เชื่ออนาคตทำงานร่วมกันราบรื่น เผยใช้ความพยายามจัดการเลือกตั้งมากที่สุด
ที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ได้มาร่วมประชุมกับศูนย์รักษาความสงบ (ศรส.) ที่มีร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผอ.ศรส.เป็นประธาน โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง โดยร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า มีการพูดคุยแสดงความคิดเห็นโดยนายสมชัย ได้เล่าให้ฟังถึงเหตุการณ์การจัดการเลือกตั้ง 2ก.พ. ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อศรส.และจะนำไปปฏิบัติ ส่วนเรื่องการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไป ศรส.จะไม่กดดัน และให้เป็นดุลยพินิจของกกต.โดยศรส.ยินดีสนับสนุนสิ่งที่ร้องขอ
ขณะที่นายสมชัย กล่าวว่า การมาพบ ศรส.เพื่อทำความเข้าใจแนวทางการทำงานร่วมกัน หน้าที่กกต.ต้องจัดการเลือกตั้ง เป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม ส่วนศรส.จะมีบทบาทในการสนับสนุนอำนวยการให้เกิดความสงบเรียบร้อยต่อการจัดการเลือกตั้ง ศรส.จะมีกลไกที่จะช่วยสนับสนุนการทำงาน ทั้งนี้มีการพูดถึงปัญหาในอดีต บางครั้งขาดการประสานงานโดยตรงระหว่างกกต.กับศรส.หลายครั้งเป็นการนำเสนอผ่านสื่อ ทำให้เกิดความไม่เข้าใจซึ่งกันและกัน เมื่อพูดคุยกันแล้วเชื่อว่าการทำงานร่วมในอนาคตจะราบรื่น การประสานงานผ่านสื่อคงไม่เกิดขึ้นอีก
"ผมชมเชยศรส.รัฐบาล ทหาร ตำรวจที่เข้ามาช่วยสนับสนุนการทำงาน ทำให้การจัดการเลือกตั้ง 2 ก.พ.เป็นไปอย่างสงบเรียบร้อย จากนี้ศรส.จะมีหนังสืออย่างเป็นทางการถึงกกต.ในเชิงให้ทำนู่นทำนี่จะไม่เกิดขึ้น แต่จะเป็นการประสานปรึกษาหารือกัน ไม่เช่นนั้นจะทำให้สังคมเกิดความเข้าใจผิดว่ากกต.ไม่สามารถทำงานอย่างเป็นอิสระได้ ประเด็นนี้สำคัญที่สุด ถ้าหากว่าสังคมเข้าใจว่ากกต.อยู่ภายใต้การสั่งการของศรส. ถ้าสังคมหรือสังคมโลกเข้าใจแบบนี้จะเป็นความเสียหายต่อประเทศไทย และการเลือกตั้งของไทยว่าไม่เป็นการเลือกตั้งโดยอิสระ สิ่งต่างๆเหล่านี้ได้มีการพูดคุยกันในเวลาสั้น แต่เข้าใจซึ่งกันและกันแล้ว ผมดีใจที่ผอ.ศรส.เข้าใจปัญหาต่างๆของเรา และท่านรับปากว่าจากนี้ไปจะคุยกันให้มากขึ้น"นายสมชัย กล่าว
นายสมชัย กล่าวต่อว่า ประโยคที่ออกจากปากนักการเมืองที่ระบุว่าให้กกต.ต้องจัดการเลือกตั้งให้เสร็จภายใน7 วันไม่ควรจะเกิดขึ้นอีก เพราะเป็นเรื่องกกต.ที่จะตัดสินใจในการดำเนินการเอง ยืนยันกกต.จะทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาด้วยความเป็นกลางและทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดผลสำเร็จของการเลือกตั้งภายใต้กรอบกฎหมาย ขณะเดียวกันฝ่ายการเมืองต้องมีส่วนด้วย ทำให้สถานการณ์การเมืองเย็นลงกว่านี้ เพื่อผ่อนคลายความขัดแย้งให้ลดน้อยลง การจัดการเลือกตั้งจะประสบผลสำเร็จเพราะไม่ต้องการให้รัฐบาลรักษาการอยู่นานเกินไป ซึ่งไม่สามารถทำอะไรที่ก่อให้เกิดการพัฒนาบ้านเมือง
"สำหรับการจัดการเลือกตั้งครั้งต่อไปมี 5 ส่วนสำคัญ 1.ใน 16 เขต มีผู้สมัครรายเดียว 2.ใน 28 เขต ไม่มีผู้สมัครเลย 3.การเลือกตั้งล่วงหน้าที่เสียไปวันที่ 26 ก.พ. 4.ใน 39 เขต ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้ทั้งเขต และ5.ใน 32 เขต เลือกได้เพียงแค่บางส่วน ประเด็นเหล่านี้กกต.ต้องนำไปคิดอย่างรอบคอบทั้งข้อกฎหมายและทางธุรการเพื่อไม่ให้กกต.เป็นฝ่ายทำผิดกฎหมายเสียเอง เพราะอาจนำไปสู่การฟ้องร้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะได้ ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดปัญหากกต.จะประชุมกันในวันที่ 6 ก.พ.เพื่อลงมติวันจัดการเลือกตั้ง ถ้าไม่มีปัญหาจะมีคำตอบให้สังคม แต่ไม่ใช่ 7 วันอย่างที่นักการเมืองบางท่านต้องการ" นายสมชัย กล่าว





