"องอาจ" เผยรายงานเลือกตั้ง 2 ก.พ. ผิดปกติ เกิดทุจริตซื้อสิทธิ์ขายเสียง รัฐบาลเดินหน้าหวังกลบความผิด
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ได้รับรายงานพบว่ามีความผิดปกติ เกิดการทุจริตในวันเลือกตั้ง 2 ก.พ. 3 ประเด็นคือ 1.การซื้อสิทธิขายเสียง มีหัวคะแนนหลายคนประสานงานติดต่อให้ประชาชนไปลงคะแนน โดยจะจ่ายเงินหลังการเลือกตั้ง 2 ก.พ. 2.ใช้กลไกและอำนาจรัฐผ่านเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยเลือกตั้ง โดยเฉพาะภาคอีสาน ภาคเหนือ และภาคกลาง เพื่อหวังเอาจำนวนผู้ใช้สิทธิมาเคลมว่ามีผู้สนับสนุนการเลือกตั้งจำนวนมาก และ 3.การเลือกตั้งครั้งนี้วิปริตที่สุดในประวัติศาสตร์ไทยรวม 10 ประการคือ 1.เป็นครั้งแรกที่มีคนคัดค้านการเลือกตั้งก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง และมีจำนวนมากที่สุด 2.รัฐบาลปฏิเสธรับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ให้เลื่อนการเลือกตั้งได้ 3.ไม่มีพรรคการเมืองไหนกล้าประกาศว่าผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 1 จะเป็นนายกรัฐมนตรี รวมถึงพรรคเพื่อไทยด้วย
“4.เป็นการเลือกตั้งที่ไม่มีการแข่งขันกันอย่างจริงจัง 5.พรรคการเมืองไม่มีการประกาศนโยบายหาเสียงที่ชัดเจน 6.พรรคที่เสนอนโยบายปฏิรูปประเทศ แต่ไม่ระบุว่าจะปฏิรูปอย่างไร 7.ผู้สมัคร ส.ส. ทำตัวลับๆ ล่อๆ ไม่แสดงตนให้ประชาชนพิจารณา 8.ไม่มีการประชาสัมพันธ์อย่างจริงจังผ่านสื่อ และไม่มีการจัดการปราศรัยใหญ่ใน กทม. 9.มีคนแสดงเจตจำนงว่าไม่ไปเลือกตั้งจำนวนมาก และ 10.แกนนำรัฐบาล เช่น นายโภคิน พลกุล ระบุว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีแนวโน้มเป็นโมฆะ ซึ่งความวิปริตดังกล่าว รัฐบาลไม่สนใจ โดยยังหวังแค่เอาการเลือกตั้งมาสร้างความชอบธรรมให้รัฐบาล เพื่อกลบความผิดของตัวเองที่เกิดขึ้น เช่น กฎหมายนิรโทษกรรม นโยบายจำนำข้าว เป็นต้น” นายองอาจ กล่าว
นายองอาจยังกล่าวถึงกรณีที่ศาลไม่ได้คุ้มครองชั่วคราวการประกาศใช้ พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ว่าทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐสามารถดำเนินการได้ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน โดยไม่ต้องรับผิดทั้งทางวินัยและอาญา จึงอยากเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ต้องปฏิบัติหน้าที่ตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ใช้อำนาจเกินกว่าเหตุ โดยเฉพาะเหตุในวันเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. ซึ่งมีคนสองกลุ่มที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับการเลือกตั้ง อาจมีการเผชิญหน้าและปะทะกันได้ หากเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ทำหน้าที่อย่างเป็นธรรม สุจริต อดทนอดกลั้น โอกาสที่จะนำไปสู่ความรุนแรงอาจเกิดขึ้น





