เพื่อไทยยัน"กกต."ไม่มีอำนาจร้องศาลรธน.ไว้วินิจฉัย เชื่ออาจเลื่อนจนไม่มีเลือกตั้ง เรียกประชุมคณะยุทธศาสตร์รับมือบ่าย 2 โมงพรุ่งนี้
นายโภคิน พลกุล พร้อมด้วยนายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ และนายพนัส ทัศนียานนท์ แถลงภายหลังการประชุมร่วมกันระหว่าง คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทยและศูนย์อำนวยการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย ถึงกรณีที่กกต.ยื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญว่า อำนาจการเลื่อนวันเลือกตั้งเป็นของรัฐบาลหรือของกกต. โดยนายโภคินกล่าวว่า มี 9 ประเด็นที่จะต้องพิจารณาคือ 1.รัฐธรรมนูญไม่ได้บัญญัติให้องค์กรใดมีอำนาจเลื่อนการเลือกตั้ง เพราะการเลือกตั้งกรณีที่มีการยุบสภาผู้แทนราษฎร เป็นพระราชอำนาจของพระมหากษัตริย์ในการตราพระราชกฤษฎีกา 2.เป็นการไม่บังควรอย่างยิ่งที่การเลือกตั้งตามพระราชกฤษฎีกาที่พระมหากษัตริย์ทรงตราขึ้น ยังไม่เกิดขึ้น แต่กลับจะไปทูลเกล้าฯ ให้ทรงตรา พระราชกฤษฎีกาฉบับใหม่เพื่อเลื่อนการเลือกตั้งทั่วไป 3.พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งฯ มาตรา 78 บัญญัติให้เป็นอำนาจของกกต.ที่จะกำหนดวันลงคะแนนใหม่ได้ในกรณีที่การลงคะแนนเลือกตั้งในหน่วยเลือกตั้งใดไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากเกิดจลาจล อุทกภัย อัคคีภัย เหตุสุดวิสัย หรือเหตุจำเป็นอย่างอื่น ซึ่งหมายถึงเฉพาะหน่วยเลือกตั้งที่มีปัญหา แต่ไม่ใช่การเลื่อนวันเลือกตั้งทั่วไปซึ่งกำหนดเป็นวันเดียวกันทั่วประเทศตามรัฐธรรมนูญ มาตรา108
นายโภคิน กล่าวอีกว่า 4.กกต.ไม่มีสิทธิเสนอเรื่องเลื่อนการเลือกตั้งไปยังศาลรัฐธรรมนูญ และศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่มีอำนาจวินิจฉัย เพราะรัฐธรรมนูญ มาตรา 214 บัญญัติให้ทำได้เฉพาะกรณีที่มีความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างรัฐสภา ครม. หรือองค์กรตามรัฐธรรมนูญเท่านั้น ซึ่งกรณีที่เป็นปัญหาขณะนี้ไม่ใช่ความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างคณะรัฐมนตรีกับกกต. เพราะเป็นเรื่องของพระราชอำนาจดังได้กล่าวมาแล้ว ไม่ใช่อำนาจของคณะรัฐมนตรีโดยตรงตามรัฐธรรมนูญ 5.ประเด็นเรื่องการเลื่อนเลือกตั้งเป็นความคิดเห็นของกกต.ที่มีอำนาจจัดการการเลือกตั้ง แต่ต้องการเลื่อนการเลือกตั้ง ขณะที่หลายฝ่ายเห็นว่าต้องมีการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 2 ก.พ.2557 มิใช่ประเด็นความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญขององค์กรตามรัฐธรรมนูญ 6.ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำสั่งที่ 23/2553 เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.53 วินิจฉัยไว้แล้วว่า จะต้องเป็นการโต้แย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่างองค์กรตั้งแต่สององค์กรขึ้นไป อันเป็นอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญเท่านั้น
ถ้าเป็นเพียงความเห็นที่ต่างกันเกี่ยวกับการใช้และการตีความกฎหมายย่อมไม่ใช่ความขัดแย้งเกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ระหว่าง 2 องค์กร 7.ดูเหมือนเป็นขบวนการร่วมมือกันหลายฝ่าย ทั้งการกระทำที่ผิดกฎหมายและองค์กรต่างๆ ที่จะไม่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.2557 ซึ่งฝ่ายที่ไม่ให้เกิดการเลือกตั้งต้องรับผิดชอบต่อผลทั้งหลายที่จะเกิดขึ้น 8.เป็นที่น่าสังเกตด้วยว่า มีบุคคลหลายกลุ่มยื่นคำร้องขอให้ศาลรัฐธรรมนูญดำเนินการกับนายสุเทพ กลุ่มกปปส. และแนวร่วมว่ามีการกระทำอันเป็นการขัดต่อรัฐธรรมนูญมาตรา 68 คือ ล้มล้างการปกครองหรือให้ได้มาซึ่งอำนาจโดยไม่เป็นไปตามวิถีทางของรัฐธรรมนูญหรือไม่ แต่ศาลรัฐธรรมนูญยกคำร้องไปหลายคำร้องโดยไม่ไต่สวน ทั้งๆ ที่เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งโลกว่าเกิดอะไรขึ้นในประเทศไทย และ9.ถ้ามีการเลื่อนการเลือกตั้งใครจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งในส่วนของ กกต. เช่น ค่าพิมพ์บัตร ค่าเตรียมการต่างๆ และที่สำคัญคือ ค่าใช้จ่ายของพรรคและผู้สมัครที่ใช้จ่ายไปแล้ว
ด้านนายพนัส กล่าวว่า กรณีดังกล่าวไม่เข้าข่ายรัฐธรรมนูญมาตรา 214 แน่นอน เพราะที่ผ่านมากกต.ไม่ได้อ้างว่าตัวเองมีอำนาจ แต่ยืนยันมาเสมอว่าอยากให้รัฐบาลเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ทั้งนี้ การที่กกต.มีท่าทีเช่นนี้เพราะได้คำปรึกษาจากที่ปรึกษากฎหมายคนใหม่ที่เป็นผู้ร่างรัฐธรรมนูญปี 50 มากับมือใช่หรือไม่ เพราะเมื่อเห็นว่ารัฐบาลไม่ยอมเลื่อนการเลือกตั้งจึงจะเอาอำนาจมาเป็นของกกต.เสียเลย ตนมองว่าหากวันที่ 24 ม.ค.ศาลวินิจฉัยให้อำนาจกกต.เลื่อนการเลือกตั้งออกไป ก็อาจจะเป็นวันที่ 2 พ.ค.ก็ได้ แต่หากถึงตอนนั้นก็อาจมีการสร้างเหตุการณ์อะไรขึ้นมาให้มีการเลื่อนการเลือกตั้งออกไปอีก สุดท้ายก็จะไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันที่ 24 ม.ค.เวลา 14.00 น. คณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อไทย ได้เรียกประชุมเพื่อหารือถึงแนวทางภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยด้วย





