กกต.-มท.ถกปัญหาเลือกตั้ง'สงขลา-สุราษฎร์'ผวาล่ม เชื่อวันเลือกตั้งมีมวลชนไปขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งเหมือนกับช่วงการเปิดรับสมัคร
ปัญหาที่หลายหน่วยงานราชการ บุคคลากร ไม่ให้ความร่วมมือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ในการจัดการเลือกต้ังในวันที่ 2 ก.พ.นี้ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ ส่งผลให้กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง ขาดแคลนเป็นจำนวนมาก เพราะต่างหวาดกลัวว่าจะได้รับอันตราย จากการชุมนุมปิดล้อมสถานที่จัดเลือกตั้ง ที่ห้องเจ้าพระยา หอประชุมกองทัพเรือ ถนนอรุณอัมรินทร์
ทำให้เมื่อวานนี้(20 ม.ค.) นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการกกต. ได้ประชุมร่วมกับ นายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมดัวยตัวแทนเหล่าทัพ กระทรวงศึกษาธิการ และผู้ว่าราชการจังหวัด 15 จังหวัดภาคใต้ รวมทั้งกรุงเทพมหานคร(กทม.) เพื่อหารือเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.
นายภุชงค์ กล่าวรายงานสถานการณ์ภาพรวมปัญหาและความพร้อมทั้งสถานที่และบุคลลากร ในการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ 15 จังหวัด ที่เป็นปัญหาในขณะนี้ว่า ล่าสุดจนถึงขณะนี้ สำนักงาน กกต. 12 จังหวัดใน 15 จังหวัดภาคใต้ ถูกผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส ปิดล้อมจนไม่สามารถทำงานได้ แต่มีเพียง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ตามปกติ
เช่นเดียวกับกรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่ กกต.ต้องย้ายสถานที่ทำงานไปอยู่ในพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง รวมถึงการจัดหาสถานที่การลงคะแนนเลือกตั้งกลาง ซึ่งจะเป็นการลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าวันที่ 26 ม.ค. ที่ได้ย้ายจากศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหาคร (ไทย ญี่ปุ่น) ดินแดง เป็นสนามกีฬาคลองจั่น บางกะปิ
ในเวทีหารือ ผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ส่วนใหญ่ได้สะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้นตั้งแต่มีการจัดการเลือกตั้ง พร้อมกับแสดงความกังวลว่า ในพื้นที่ที่ไม่มีผู้ลงสมัคร ส.ส. ประชาชนก็จะไม่ไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันเลือกตั้งล่วงหน้าและวันเลือกตั้งจริง
นอกจากนี้ในหลายหน่วยเลือกตั้ง ยังไม่มีกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) เพราะมีการขอลาออกไปหลังมีการกดดันจากกลุ่มกปปส. ซึ่งทางผู้ว่าฯ ได้ขอประสานกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ดูแลความเรียบร้อยประจำหน่วยเลือกตั้ง 2 คน
โดยในที่ประชุมมีผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลาและสุราษฎธานี ยอมรับในที่ประชุมว่า อาจจะไม่สามารถจัดการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.นี้ได้ เนื่องจากสถานการณ์การเมืองยังคงขัดแย้งแตกแยก เชื่อว่าในวันเลือกตั้งจะมีมวลชนไปขัดขัดขวางการลงคะแนนเลือกตั้งเหมือนกับช่วงการเปิดรับสมัคร ส.ส.ที่ผ่านมา
ส่วนผู้ว่าราชการจังหวัดใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แสดงความเป็นห่วงสถานการณ์ความรุนแรงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ในวันเลือกตั้ง จึงได้ขอกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร จาก กอ.รมน เข้าดูแลพื้นที่แล้ว นอกจากนี้ยังมีความกังวลอาจมีมวลชน กลุ่มกปปส เข้าปิดล้อมสถานที่เลือกตั้ง แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีการส่งสัญญาณ แต่เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน
ขณะที่นายบรรจง สุขดี รองปลัดกทม. รายงานว่า กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งของกทม. ยังขาดอีกหลายพันคน เนื่องจากไม่สามารถแต่งตั้งผู้มีสิทธินอกเขตเลือกตั้งเข้ามาเป็นกรรมการประจำหน่วยได้ ซึ่งเรื่องดังกล่าวนายภุชงค์ ได้รับปากว่า จะนำประเด็นนี้ไปหารือในที่ประชุม กกต. เพื่อแก้ไขปัญหา
รวมทั้งเรื่องการขอใช้สถานที่จากภาคเอกชนในการตั้งหน่วยเลือกตั้ง ที่มีการทำหนังสือขอปฏิเสธในการใช้สถานที่เพราะเกรงว่าในวันเลือกตั้งจะถูกกลุ่ม กปปส.ปิดล้อมและทำให้สถานที่เสียหาย นอกจากนี้ยังมีเรื่องค่าเช่าเต๊นท์ในหน่วยเลือกตั้งที่ภาคเอกชนขอเพิ่มราคาจาก 900 บาท เป็น 1,500 บาท เพราะเกรงว่าจะเกิดความเสียหายหากมีการปิดล้อมนั้น ก็จะนำไปหารือเพื่อขออนุมัติงบจาก กกต.ต่อไป
ส่วนตัวแทนจากกระทรวงกลาโหมและกองทัพบก ที่ได้เข้าร่วมประชุมครั้งนี้ กล่าวว่า พร้อมให้ความร่วมมือในการดูแลหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่ในส่วนการใช้พื้นที่อื่นๆ เป็นหน่วยลงคะแนนเลือกตั้ง กองทัพพร้อมที่จะปฏิบัติตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชา หากมีคำสั่งลงมา
อย่างไรก็ตาม ยังยึดตามแนวทางของผู้บัญชาการทหารบกที่ให้นโยบายว่า จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองเว้นกรณีมีคำสั่ง พร้อมตั้งข้อสังเกตว่า หากตั้งหน่วยเลือกตั้งในพื้นที่เขตทหารอาจจะส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของประเทศโดยเฉพาะในสายตาของสื่อต่างประเทศ
เลขาธิการกกต.ยังกล่าวภายหลังการประชุมว่า หลังจากที่ได้รับฟังปัญหาเกี่ยวกับการจัดการเลือกตั้งจากผู้ว่าราชการจังหวัด 15 จังหวัด จึงทราบว่าสิ่งที่ยังคงเป็นปัญหา คือ เรื่องของการหาสถานที่เลือกตั้งและการหากรรมการประจำหน่วย ซึ่งในวันที่ 26 ม.ค.จะมีการเลือกตั้งล่วงหน้าทั้งในและนอกเขตจังหวัด แต่ผู้ว่าฯได้ยืนยันว่าสามารถดำเนินาการจัดการเลือกตั้งได้
ส่วนกรรมการประจำหน่วยนยังขาดประมาณ 5 หมื่นคน จึงได้ขอให้เจ้าหน้าที่ทุกระทรวง ทบวง กรม และเหล่าทัพได้ให้ความร่วมมือ อีกทั้งจะนำข้อเสนอแก้ไขระเบียบกกต.ให้สามารถแต่งตั้งกปน.เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งนอกเขตได้ ซึ่งกรรมการประจำหน่วยในส่วนนี้อาจจะใช้กำลังพลจากหน่วยงานอื่นมาปฏิบัติหน้าที่ได้ หากกกต.เห็นชอบก็สามารถดำเนินการได้ทันที
นายภุชงค์ กล่าวด้วยว่า ตามที่ได้รับรายงานเบื้องต้นเกี่ยวกับกรณีที่ผู้ชุมนุมกลุ่มกปปส.ไปปิดล้อมโรงพิมพ์คุรุสภา ถนนลาดพร้าว และมีการทำลายบัตรเลือกตั้งนั้น นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง และคณะได้ไปตรวจสอบแล้ว
พบว่าไม่มีการทำลายบัตรเลือกตั้งตามที่เป็นข่าวก่อนหน้านี้แต่อย่างใด มีเพียงการตัดน้ำตัดไฟของโรงพิมพ์ ส่วนบัตรเลือกตั้งจะอยู่ครบหรือไม่นั้นก็ต้องขอตรวจสอบก่อน แต่ยืนยันว่า กกต.ไม่ได้มีการพิมพ์บัตรเลือกตั้งเกิน 10 ล้านใบตามที่เป็นกระแสในโซเชียลเน็ตเวิร์ค
นายภุชงค์ กล่าวว่า ในการจัดการเลือกตั้ง ส.ส. 28 เขต 8 จังหวัดทางภาคใต้นั้น สำนักงาน กกต.ได้มีความเห็นว่าจะต้องออกเป็น พ.ร.ฎ.เลือกตั้งใหม่ หลังวันที่ 2 ก.พ.ไปแล้ว ซึ่งกระบวนการก็จะต้องนับหนึ่งใหม่ ด้วยการเปิดรับสมัครใหม่และให้มีการจับหมายเลขประจำตัวผู้สมัคร จะเหมือนกับการเลือกตั้งแทนตำแหน่งที่ว่าง
ทั้งนี้ การเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. หน่วยเลือกตั้งต่างๆ ก็ต้องจัดให้มีการลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อ ทั้ง 54 พรรคการเมือง แม้ใน 28 เขตจะไม่มีผู้สมัครก็ตาม และหากการจัดการเลือกตั้งใหม่สามารถดำเนินการได้ กกต.ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมายต่อไป


