"ธาริต"ระบุเหตุ"ยิง-บึ้ม"ป่วนรายวันเป็นคดีอาญาทั่วไป ยังไม่เป็นคดีพิเศษ ให้ตำรวจสอบสวนปกติ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มกปปส.ขณะนี้ที่เกิดเหตุรุนแรงรายวันทั้งยิงข่มขู่และปาระเบิดทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตว่า ดีเอสไอยังคงทำงานตามปกติ ส่วนคดีก่อเหตุรายวันนั้นเบื้องต้นจะยังไม่รับคดีเหล่านั้นเป็นคดีพิเศษ เนื่องจากยังไม่ใช่คดีที่เกี่ยวเนื่องเกี่ยวพันกับคดีที่ดีเอสไอรับไว้เป็นคดีพิเศษก่อนหน้านี้คือ คดีที่มีการร้องเรียนว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ พร้อมพวกกระทำผิดทางอาญาสืบเนื่องจากการชุมนุมทางการเมืองในพื้นที่กทม.และต่างจังหวัด ดังนั้น ขณะนี้จึงถือว่าคดีก่อกวนที่เกิดขึ้นยังเป็นคดีอาญาทั่วไปที่อยู่ในความรับผิดชอบสอบสวนของตำรวจซึ่งดีเอสไอประสานงานกับตำรวจเป็นที่ชัดเจน อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้หากในที่ประชุมคณะกรรมกรรมการคดีพิเศษ(กคพ.)มีการเสนอให้รับคดีที่เกิดขึ้นไว้สอบสวนเป็นคดีพิเศษก็เป็นอำนาจของกคพ.
นายธาริต กล่าวถึงกรณีที่ดีเอสไอออกหมายเรียกแกนนำกปปส.กว่า 50 คน เข้ามารับทราบข้อกล่าวหากบฏระหว่างวันที่ 22-24 ม.ค.นั้น ล่าสุดยังไม่ได้รับการติดต่อจากแกนนำหรือทนายความผู้รับมอบอำนาจว่าจะเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาตามหมายเรียกซ้ำหรือจะขอเลื่อนการรับทราบข้อกล่าวหาออกไปอีกครั้ง
ด้านบรรยากาศการชุมนุมของกลุ่มกปปส.เวทีศูนย์ราชการ นำโดยหลวงปู่พุทธะอิสระ มีผู้ชุมนุมบางตาเป็นอย่างมาก ซึ่งตลอดทั้งวันนี้ไม่มีการเคลื่อนมวลชนไปปิดล้อมสถานที่ใดเพิ่มเติมมีเพียงมวลชนบางส่วนที่ไปสมทบกับเวทีอื่นในการปิดล้อมสถานที่ราชการ สำหรับมวลชนที่อยู่ในพื้นที่ไม่มีกิจกรรมใด ๆ บนเวทีแต่มีการเปิดเทปการปราศรัยของนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการกปปส. ให้รับฟังแทน อย่างไรก็ตาม ในส่วนของการรักษาความปลอดภัยภายหลังมีสถานการณ์ก่อเหตุวุ่นวายหลายเวที เวทีศูนย์ราชการได้เสริมมาตรการรักษาความปลอดจากเดิมที่มีการนำกระสอบทรายและยางรถยนต์ไปปิดทางเข้า-ออกรอบศูนย์ราชการและเส้นทางหลักบริเวณถนนแจ้งวัฒนะตั้งแต่หน้าบริษัท ไปรษณีย์ จำกัด(มหาชน) ไปจนถึงหน้ากรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ล่าสุดยังมีการนำยางรถยนต์มาวางเสริมเป็นที่กำบังสูงขึ้นพร้อมนำตาข่ายบังแดดสีดำมาล้อมเพื่อพรางตาโดยมีการ์ดคอยประจำจุดเพื่อสังเกตุการณ์ความผิดปกติและตรวจสอบรถที่ขับเข้าออกในพื้นที่ เนื่องจากมีการเปิดช่องทางจราจรให้รถสัญจรไปมาได้ตลอดทั้งวัน





