รองผบ.ตร.มั่นใจจับคนร้ายปาบึ้มผู้ชุมนุม กปปส. บริเวณอนุสาวรีย์ชัยชัยสมรภูมิ ได้
พล.ต.อ.วรพงษ์ ชิวปรีชา รองผบ.ตร.กล่าวถึงเหตุปาระเบิดใส่กลุ่มผู้ชุมนุมกปปส.เวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิว่า พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว ผบ.ตร. มอบหมายให้พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผบ.ตร.เข้าไปกำกับดูแลการสืบสวนสอบสวนติดตามจับกุมคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้ให้ได้โดยเร็วแล้ว หลังเกิดเหตุตำรวจฝ่ายสืบสวนสอบสวนได้ลงพื้นที่หาวัตถุพยานและพยานบุคคลโดยเฉพาะพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ นอกจากนั้นให้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ทั้งหมด เพื่อจับกุมคนร้ายให้ได้
พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าวว่า ระเบิดที่คนร้ายใช้มีลักษณะใกล้เคียงกับระเบิดที่ใช้ก่อเหตุที่ถนนบรรทัดทอง แต่ยังสรุปไม่ได้ว่าชนิดเดียวกันหรือไม่ ต้องรอตรวจสอบให้ชัดเจน โดยระเบิดที่บรรทัดทองเป็นระเบิดชนิดเดียวกับที่พบย่านบางนาแต่มีตัวเลขล็อตนัมเบอร์คนละชุดกัน ที่บางนาล๊อตนัมเบอร์ 152 แต่ที่บรรทัดทองล็อตนัมเบอร์ 48
"ยังไม่สามารถระบุได้ว่าคนร้ายเป็นฝ่ายไหน แต่ต้องเข้มงวดเรื่องความปลอดภัย ซึ่งต้องทบทวนว่าทำไมคนร้ายจึงสามารถแฝงตัวเข้ามาร่วมกับกลุ่มผู้ชุมนุม มาปาระเบิดหลังเวทีปราศรัยได้ คนร้ายไม่ได้ขว้างมาจากระยะไกล แต่มาถึงหลังเวที มีอาวุธปืนและระเบิดมาด้วย การ์ด กปปส.และตำรวจ ต้องปรับมาตรการรักษาความปลอดภัยกันใหม่ ที่ผ่านมามีการตั้งด่าน 43 จุดอยู่ตลอดเวลา มีผลจับกุมอาวุธเป็นระยะ ซึ่งได้ประสานกับนายถาวร เสนเนียม แกนนำเวทีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตกลงกับแกนนำว่าตำรวจจะรับผิดชอบตั้งด่านตรวจตั้งแต่เวลา 01.00 น. -05.00 น.นอกเหนือเวลาดังกล่าวทางการ์ดผู้ชุมนุมจะเป็นผู้รับผิดชอบ และเราจะเพิ่มมาตรการความปลอดภัยให้มากขึ้น" พล.ต.อ.วรพงษ์ กล่าว
รองผบ.ตร. กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นครั้งนี้ตำรวจสามารถเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุได้อย่างรวดเร็วทำให้ได้พยานหลักฐานมากพอสมควร มั่นใจลึกๆ ว่าน่าจะสามารถจับกุมคนร้ายได้ ส่วนเป้าหมายการสังหารยังไม่ทราบแน่ชัดอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน และยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการกระทำของคนกลุ่มเดียวกันหรือไม่ และยังไม่สามารถออกหมายจับใครได้ เพราะเหตุเพิ่งเกิดเพียงสัปดาห์เดียว





