วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ส่องปัญหาเลือกตั้ง2ก.พ. วุ่นวาย/ส่อโมฆะ

ส่อง"ปัญหา"เลือกตั้ง 2 ก.พ. เสี่ยงวุ่นวาย-ส่อโมฆะ หากยังดันทุรังเดินหน้า ไม่หาวิธีป้องกันแก้ไขไปตายเอาดาบหน้า

"ถ้าจัดการเลือกตั้งในสภาวะการณ์ปกติมันไม่ใช่เรื่องยาก แต่เราเห็นถึงนรก เห็นถึงสภาพการณ์ที่อยู่ข้างหน้าว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากยังดันทุรังเดินหน้าเลือกตั้งโดยไม่หาคิดวิธีป้องกันแก้ไขไปตายเอาดาบหน้า มันตายจริง การจัดการเลือกตั้งจะถูกขัดขวาง หน่วยเลือกตั้ง สถานที่เลือกตั้งจะถูกปิดล้อม หีบบัตรต้องหาย บัตรต้องถูกฉีก เรื่องที่เกิดขึ้นกลายเป็นน้ำผึ้งหยดเดียวได้แน่นอน หากฉีกบัตรเลือกตั้ง 5,000 คนจะจับหรือไม่ ถ้าไม่จับตอนบ่ายจะฉีกเป็นแสน ฉีกเสร็จถ่ายลงเฟซบุ๊ก"

ส่วนการนับคะแนนถ้านับไม่ได้ผมไม่อยากพูด ถ้าพูดไปแล้วรัฐบาลจะหนาว เพราะหากคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ไม่สามารถนับได้แม้แต่หน่วยเดียวเท่านั้นในประเทศไทย บล็อกแค่หน่วยเดียว ทราบหรือไม่ว่าคะแนนปาร์ตี้ลิสต์ประกาศไม่ได้ ส.ส. 125 คนไม่สามารถประกาศรายชื่อได้ 28 เขตเลือกตั้งที่ไม่สามารถรับสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส.แบบแบ่งเขตได้ กลายเป็นเรื่องเล็กไปเลย"

นั่นคือเสียงสะท้อนของ สมชัย ศรีสุทธิยากร กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง ที่แสดงออกถึงความห่วงใยกับการเลือกตั้ง ที่กำลังจะมีขึ้นในวันที่ 2 ก.พ.นี้

นับจากนี้ไปเหลือเวลาอีกเพียงแค่ 14 วัน ก็จะถึงวัน "หย่อนบัตร" ลงคะแนนเลือกตั้งส.ส.ทั่วประเทศ

แต่สภาพการณ์และบรรยากาศที่เกิดขึ้นในพื้นที่ทั่วประเทศขณะนี้ การรณรงค์และการหาเสียงเลือกตั้งเป็นไปอย่าง "เงียบเหงา"มาก

ป้ายหาเสียงมีให้เห็นน้อย และมีเฉพาะของบางพรรคเท่านั้น บางพื้นที่ไม่มีป้ายของคู่แข่งขันเลย ขณะที่การเลือกตั้งมีพรรคการเมืองที่ส่งผู้สมัครลงรับเลือกตั้งกว่า 50 พรรคการเมือง แต่บรรยากาศหาเสียงกับไม่คึกคักเท่าที่ควร

การที่สภาพการณ์หาเสียงเป็นเช่นนี้ อาจเป็นเพราะยังไม่มีความมั่นใจว่าการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.จะเกิดขึ้นได้จริงหรือไม่

เนื่องจากสถานการณ์ของบ้านเมืองยังเกิดความขัดแย้ง แตกแยกขึ้น เลือกตั้งไป "ปัญหา" ก็ไม่จบหลายฝ่ายจึงออกมาเสนอให้ "เลื่อนการเลือกตั้ง" ออกไปก่อน เพื่อให้มีเวลา "ปฏิรูปประเทศ" แล้วค่อยไปเลือกตั้ง

โดยเฉพาะ "กกต." ซึ่งมีหน้าที่จัดการเลือกตั้งโดยตรง จนถึงขณะนี้ก็ยัง "กังวล" ว่าจะจัดการเลือกตั้งให้เกิดความบริสุทธิ์ ยุติธรรม โปร่งใส ได้อย่างไร

เมื่อ"ส่อง"ลงไปถึงปัญหาที่ "กกต."หนักใจ ก็เริ่มตั้งแต่การรับสมัครส.ส. โดยเฉพาะส.ส.เขต ที่มีผู้ชุมนุมไปขัดขวางการรับสมัคร จนส่งผลให้มี 5 จังหวัด ที่เปิดรับสมัครไม่ได้ ประกอบด้วย สุราษฎร์ธานี 6 เขต, กระบี่ 3 เขต, ตรัง 4 เขต, พัทลุง 3 เขต และ สงขลา 8 เขต รวม 24 เขต

ขณะที่ไม่มีผู้สมัครเลย 28 เขต ที่นอกจาก 24 เขต ใน 5 จังหวัดที่เปิดรับสมัครไม่ได้แล้ว ยังได้แก่ ชุมพร เขต 1, ภูเก็ต เขต 1 และ นครศรีธรรมราช เขต 3 และเขต 8

นอกจากนั้นยังมีเขตที่มีผู้สมัครเพียงคนเดียว 22 เขต ใน 12 จังหวัด เป็นเฉพาะในภาคใต้ถึง 7

เขต ประกอบด้วย ภูเก็ต เขต 1, นครศรีธรรมราช เขต 7, ประจวบคีรีขันธ์ เขต 1-3, ชุมพร เขต 2-3

ส่วนที่เหลือเป็นภาคเหนือ 9 เขต ภาคกลาง 3 เขต และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 3 เขต

ปัญหาการขาดผู้สมัครใน 28 เขต และมีผู้สมัครคนเดียวในพื้นที่ภาคใต้ ถือเป็นปัญหาที่จะทำให้การเลือกตั้งได้ส.ส.ไม่ครบ 95% หรือ 475 เสียง จนไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ และเลือกตั้งนายกรัฐมนตรีได้

นอกจากนั้นปัญหาที่เกิดขึ้น คือ เรื่องกรรมการประจำหน่วยในภาคใต้ 15 จังหวัด จำนวน 14,0000 คน ที่ยังหาไม่ได้ รวมถึงผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตและสถานที่ลงคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าในวันที่ 26 ม.ค.นี้ ก็ยังมีปัญหา

ขณะที่ในพื้นที่กทม.ซี่งมีหน่วยเลือกตั้งประมาณ 6,000 หน่วย ก็มีบุคลากรไม่เพียงพอ เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยได้ถอนตัวไปจำนวนมาก

เหตุดังกล่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ 15 จังหวัดภาคใต้ ไม่ให้ความร่วมมือในเรื่องของการขอใช้สถานที่และบุคลากร เนื่องจากเกรงว่าจะเกิดปัญหาและอันตรายตามมา อันเนื่องจากผู้ชุมนุม อย่างที่เคยเกิดขึ้นในวันรับสมัครมาแล้ว

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.บอกว่า สำนักงานกกต.ได้รับรายงานจากสำนักงาน กกต.ประจำกรุงเทพฯ และสำนักงาน กกต.ประจำจังหวัดภาคใต้ ว่า ยังขาดคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 47,740 คน ผู้อำนวยการประจำหน่วยเลือกตั้ง จำนวน 4,930 คน และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จำนวน 8,986 คน

ดังนั้น กกต.จึงได้ทำหนังสือขอความร่วมมือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) สำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย(กศน.) สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา กระทรวงกลาโหม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้จัดส่งบุคลากรในสังกัด เข้าร่วมเป็นเจ้าพนักงานในการจัดการเลือกตั้ง

นอกจากนั้น ล่าสุด สำนักงาน กกต.ยังได้มีมติให้ยกเว้นการปฏิบัติตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2554 เพื่อแก้ไขปัญหากรณีมวลชน ได้แสดงออกทางความเห็นทางการเมือง ซึ่งมีผลกระทบต่อการดำเนินการจัดการเลือกตั้ง โดยเฉพาะการแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

โดยขณะนี้ได้ออกประกาศคณะกรรมการการเลือกตั้ง เรื่อง การยกเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554 ย่นระยะเวลาในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำหน่วยเลือกตั้ง และเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยให้แต่งตั้งก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่า 20 วันได้

นอกจากนี้ยังย่นระยะเวลาในการแต่งตั้ง เจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำที่เลือกตั้งกลางในเขตเลือกตั้ง โดยให้แต่งตั้งก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่า 10 วันได้ ย่นระยะเวลา ในการแต่งตั้งเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งประจำที่เลือกตั้งกลางนอกเขตจังหวัด โดยให้แต่งตั้งก่อนวันเลือกตั้งน้อยกว่า 20 วันได้

ขณะเดียวกันให้ยกเว้นระเบียบในกรณีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการเลือกตั้งทั่วไป ให้มีหีบบัตรหนึ่งใบ สำหรับเขตเลือกตั้งที่ไม่มีผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง และให้จ่ายบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อเพียงบัตรเดียว

สมชัย ศรีสุทธิยากร บอกว่า ในวันที่ 29 ม.ค.นี้ เวลา 16.30 น.ทุกจังหวัดต้องรายงานมาว่า 9.9 หมื่นหน่วยเลือกตั้ง มีหน่วยใดที่ไม่สามารถหากรรมการประจำหน่วยได้ หน่วยนั้นก็จะไม่มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ.และจัดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 9 ก.พ. และถ้าวันที่ 9 ก.พ.ไม่สามารถจัดการเลือกตั้งได้อีกก็จะขยับออกไปเรื่อยๆ

"หากมีการเลือกตั้งแล้วมีการฟ้องให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ เพราะหลังวันที่ 2 ก.พ.ซึ่งจะต้องมีการเลือกตั้งในอีก 28 เขต ทั้งที่กฎหมายระบุว่าการเลือกตั้งจะเป็นวันเดียวกันพร้อมกันทั่วราชอาณาจักร ที่มีการหาเสียงเลือกตั้ง ค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งทุกอย่างจบ เมื่อเห็นโจทย์แบบนี้จึงต้องการคุยกับรัฐบาล" สมชัย ระบุ

การที่กกต.ขีดเส้นให้ "นายกรัฐมนตรี" มาพบกับ "5 เสือกกต." ในวันอังคารที่ 21 ม.ค.นี้ เพื่อต้องการหารือปัญหาที่เกิดจากเลือกตั้งและทางออก แต่ก็ไม่รู้ว่านายกฯ จะบ่ายเบี่ยงไม่ยอมมาพบอีกหรือไม่

หรือว่า "รัฐบาล-เพื่อไทย" ยังไม่สนใจกับ "28 เขตเลือกตั้ง" ที่มีปัญหา ขอเพียงแค่ให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 2 ก.พ. และขอรู้ผล "คะแนนปาร์ตี้ลีสต์" ที่จะได้ เพื่อนำมาอ้างสร้าง "ความชอบธรรม" เกทับบลัฟแหลก "ผู้ชุนนุมกลุ่มกปปส." ก่อน

ส่วนปัญหามีส.ส.ไม่ครบ 95% จนไม่สามารถเปิดประชุมสภาฯ เพื่อคัดเลือกนายกฯ ได้ เป็น "เรื่องรอง" ที่ค่อยมาหาทางแก้ไขกันทีหลัง อย่างนั้นหรือ?