วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชป.โต้นายกฯร่อนจม.โกหกข้ามชาติ

"ปชป."โต้"ยิ่งลักษณ์"ร่อนจม.แฉโกหกข้ามชาติ เตรียมชี้ 3 พฤติกรรมทราม คุกคามคนเห็นต่าง ทำผิด รธน. โกงมโหฬาร จนคนไทยไม่ยอมรับ

นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการชี้แจงกับต่างชาติให้เข้าใจสถานการณ์การเมืองภายในประเทศอย่างถูกต้องหลังจากถูกนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้ข้อมูลบิดเบือนต่อนานาชาติรวมทั้งเลขาธิการสหประชาชาติว่า จดหมายที่จะจัดส่งไปยังองค์กรระหว่างประเทศ องค์กรสิทธิมนษยชนระดับโลก สื่อมวลชนต่างประเทศ สถานทูตทุกแห่งในไทย ในวันพรุ่งนี้ (20 ม.ค.2557) โดยได้สรุปเรียบเรียงแหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลในสามประเด็นหลักคือ 1 เริ่มจากเวทีผ่าความจริงที่ถูกมวลชนคนเสื้อแดงคุกคามสมาชิกพรรคและการจัดกิจกรรมโดยมีเจ้าหน้าที่รัฐคอยอำนวยความสะดวก กระทั่งมาถึงการยิงการ์ด คปท. การเสียชีวิตของนายวสุ สุฉันทบุตร นายยุทธนา องอาจและการปาระเบิดที่บรรทัดทองจนนายประคอง ชูจันทร์ เสียชีวิต เพื่อแสดงให้เป็นความจริงว่ารัฐบาลข่มขู่คุกคามฝ่ายเห็นต่างมาโดยตลอดไม่ใช่อดทนอดกลั้นเหมือนที่สร้างภาพกับสื่อต่างประเทศ

2 ชี้ให้เห็นถึงกระบวนการทุจริตคอร์รัปชั่น เช่นโครงการทุจริตจำนำข้าวที่ ป.ป.ช.ชี้มูลในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ จนเป็นสาเหตุให้ประเทศไทยตกอันดับการจัดอันดับความโปร่งใสต่อเนื่องจนคนไทยลุกฮือขึ้นต่อต้าน 3 ตลอดสองปีที่ผ่านมาใช้อำนาจจากประชาชนบิดเบือน ออกกฎหมายล้างผิด แก้รัฐธรรมนูญขัดต่อกระบวนการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย คุกคามองค์กรอิสระ ไม่ยอมรับอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้รัฐบาลกลายเป็นโมฆะในสายตาประชาชนจนคนไทยจำนวนมากปฏิเสธรัฐบาลยิ่งลักษณ์และต้องการที่จะปฏิรูปประเทศก่อนการเลือกตั้ง

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่านับตั้งแต่มีการชุมนุมของ กปปส.ว่าสถานการณ์ได้ทวีความรุนแรงขึ้น มีการก่อกวนรอบพื้นที่การชุมนุมทั้งการโยนระเบิดปิงปอง ใช้แก๊งค์อันธพาลก่อกวน ลอบยิง ลอบฆ่าการ์ด ลอบทำร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม จนกระทั่งมีการลอบยิง ปาระเบิดบ้านพักแกนนำ กปปส.และแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะการปาระเบิดที่บรรทัดทองจนมีผู่้บาดเจ็บจำนวนมาก เสียชีวิต 1 ราย ซึ่งรวมเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วมีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 3 คน คือนายวสุ สุฉันทบุตร นายยุทธนา องอาจ และ นายประคอง ชูจันทร์ ทั้งที่รัฐบาลพูดตลอดว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงกับผู้ชุมนุม แต่กลับปล่อยให้ผู้ชุมนุมถูกกระทำด้วยความรุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต นายกจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ โดยรัฐบาลมีหน้าที่คุ้มครองผู้ชุมนุมภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญที่ชุมนุมโดยสงบ สันติ ปราศจากอาวุธ ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญได้ชี้แล้วว่าเป็นการชุมนุมภายใต้บทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ นายกจึงมีหน้าที่คุ้มครองผู้ชุมนุมตามกฎหมาย ไม่ให้ผู้ชุมนุมได้รับบาดเจ็บ สูญเสียชีวิตจากการก่อเหตุรุนแรง ซึ่งพบว่าตลอดเวลาที่เกิดความรุนแรงกับผู้ชุมนุมไม่ปรากฏว่ามีการระงับเหตุจากเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างทันท่วงที หรือมีการเตรียมการป้องกันเหตุแต่อย่างใด นายกจึงไม่ควรทำตัวปากปราศรัยน้ำใจเชือดคอ ไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับการตายของประชาชนแต่พูดแค่ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงเท่านั้น

นอกจากนี้ ศอ.รส.โดยเฉพาะ นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รองนายกฯและรมว.ต่างประเทศ ได้ออกมากล่าวหาผู้ชุมนุมจัดฉากให้เกิดความรุนแรงเพื่อเรียกร้องความสนใจ ทั้งที่ยังไม่มีการสืบสวนสอบสวนหาคนผิดมาลงโทษ หากรัฐบาลมีความจริงใจดูแลความปลอดภัยให้ผู้ชุมนุมเชื่อว่าเจ้าหน้าที่รัฐสามารถดูแลให้การชุมนุมอย่างสันติของประชาชนเกิดขึ้นได้ ยกเว้นว่ารัฐบาลประสงค์ให้เกิดความรุนแรงเพื่อให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมลดลง ทำให้เอาหูไปนาเอาตาไปไร่ไม่ใส่ใจดูแลประชาชน อย่างไรก็ตามนับจากนี้เป็นต้นไปหากยังมีความรุนแรงเกิดขึ้นกับผู้ชุมนุมโดยที่รัฐบาลไม่ทำอะไรเลย ก็คงไม่สามารถกล่าวโทษประชาชนได้ ถ้าประชาชนจะคิดว่ารัฐบาลรู้เห็นเป็นใจให้ความรุนแรงเกิดกับผู้ชุมนุม ซึ่งหากความรู้สึกของประชาชนเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับรัฐบาลกำลังสะสมความเคียดแค้นชิงชังให้กับผู้ชุมนุมที่ถูกกระทำ อันจะทำให้สถานการณ์บานปลายนำไปสู่ความรุนแรงเพิ่มมากขึ้น