วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ถอดรหัส'แก๊งป่วนม็อบกปปส.'โยงชายชุดดำ?

ถอดรหัส "แก๊งป่วนม็อบกปปส."เครือข่ายใหญ่โยงชายชุดดำ?

"ในความคิดของผมมีคนอยู่กลุ่มหนึ่งที่ทำให้ความรุนแรงเกิดขึ้น และคนกลุ่มนี้ทำให้คนกลุ่มใหญ่เสียหาย...คนกลุ่มนี้ชอบใช้ความรุนแรง เขาอาจจะคิดว่าหากไม่ทำแรงก็ไม่จบ หรือไม่ชนะ ผมก็ไม่รู้ แต่วิธีการเหมือนปี 53 ไม่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ทำในปี 53 ด้วยหรือไม่ หรืออาจจะสนุกหรือเอามันส์"

เป็นคำกล่าวของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ตั้งแต่ช่วงก่อนปีใหม่ เป็นการพูดหลังเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างตำรวจกับผู้ชุมนุม คปท.ที่ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง) ซึ่งมีการใช้กระสุนจริงจนมีผู้เสียชีวิตจากทั้งสองฝ่าย และปรากฏภาพ "ชายชุดดำ" บนหลังคาตึกกระทรวงแรงงาน ซึ่งภายหลังผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ออกมาคลายปมว่าเป็นตำรวจ!

ท่าทีของ พล.อ.ประยุทธ์ คือ "ชายชุดดำ" มีอยู่จริงในวิกฤตชุมนุมทางการเมืองเมื่อปี 53 และสถานการณ์การชุมนุมของ กปปส.ในปัจจุบันกำลังเกิดเหตุการณ์คล้ายคลึงกัน รวมถึงเมื่อวันที่ 30 พ.ย.ต่อเนื่องถึง 1 ธ.ค.56 ที่มหาวิทยาลัยรามคำแหงด้วย

สอดรับกับคำกล่าวของ สุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการ กปปส. ที่ประกาศบนเวทีเมื่อวันที่ 14-15 ม.ค.57 ในเชิงฝากเตือนไปถึงบรรดา "ฮาร์ดคอร์" ฝ่ายตรงข้าม พาดพิงไปถึงนายตำรวจระดับสูงบางนาย แกนนำมวลชนสีเสื้อย่านปริมณฑลและกรุงเทพฯ รวมทั้งกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายที่ช่วยสนับสนุนทั้งเงินทุนและนักเลงให้ "ป่วนม็อบ" ในท่วงทำนองที่ว่า "รู้นะทำอะไรกันอยู่"

ขณะที่ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย แกนนำ กปปส.ก็ได้เอ่ยชื่อ "กลุ่มกาละแม" ขึ้นมาบนเวทีเมื่อวันที่ 13 ม.ค.อย่างมีนัยสำคัญ

"กำลังติดตามการเคลื่อนไหวของกองกำลังติดอาวุธที่ใช้ชื่อว่า 'กาละแม' ที่มีอาวุธครบมือ เพราะมีรายงานว่าจะเข้ามาสร้างสถานการณ์ จะก่อให้เกิดความรุนแรงเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมนุม..." ขณะที่ข่าวบางกระแสระบุว่ากลุ่ม "กาละแม" มีผู้หญิงเป็นหัวหน้า

ข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องตรงกันว่า กำลังมีกลุ่มบุคคลเตรียมการก่อเหตุรุนแรงกับผู้ชุมนุม ซึ่งหากพิจารณาจนถึงขณะนี้ย่อมไม่ใช่การเตรียมการ แต่ได้เริ่มลงมือไปบ้างแล้ว เพราะมีสถานการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นทุกคืนบริเวณใกล้สถานที่ชุมนุม บ้างก็กระทำต่อการ์ด หรืออาสาสมัครรักษาความปลอดภัย รวมทั้งสถานที่พักอาศัยของบุคคลสำคัญฝั่งตรงข้ามรัฐบาล

ประเด็นที่น่าสนใจก็คือ จู่ๆ มีการจับกุมบุคคลพร้อมอาวุธสงครามในท้องที่ สน.บางนา ได้ผู้ต้องหา 4 คน เป็นชาย 3 หญิง 1 พร้อมยุทโธปกรณ์ ทั้งระเบิดลูกเกลี้ยง อาวุธปืน และเครื่องกระสุน

ตำรวจท้องที่บอกว่า ตนเองไม่ได้จับ จึงไม่มีข้อมูล แต่เป็นตำรวจ 191 ที่ไปตั้งด่านจับกุมบนถนนสุขุมวิท หน้ากรมอุตุนิยมวิทยา แล้วนำส่ง สน.บางนา ในฐานะเจ้าของท้องที่ สอบสวนเบื้องต้นอ้างว่าอาวุธทั้งหมดมีไว้ป้องกันตัว ซึ่งประกอบด้วยระเบิดลูกเกลี้ยง 4 ลูก ปืนพกขนาด 9 มม. ซึ่งเป็นปืนมีทะเบียน และเครื่องกระสุนจำนวนหนึ่ง

ในคืนที่จับกุมผู้ต้องหาชุดนี้ได้ เพิ่งเกิดเหตุคนร้ายปาระเบิดชนิดขว้าง เอ็ม 26 (ระเบิดลูกเกลี้ยง) เข้าไปในบ้านของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในซอยสุขุมวิท 31

ตำรวจยืนยันหลังจับกุมไม่นานว่า ผู้ต้องหาที่จับกุมได้ไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุปาระเบิดบ้านนายอภิสิทธิ์ แต่แกนนำ กปปส.ที่เคยเป็นอดีต ส.ส.และรัฐมนตรีของพรรคประชาธิปัตย์อย่าง นายถาวร เสนเนียม กลับยืนกรานว่าเป็นคนกลุ่มเดียวกัน และมีความสัมพันธ์โยงถึงผู้ใหญ่ในรัฐบาล

อย่างไรก็ดี มีข้อมูลจากหน่วยงานความมั่นคงหน่วยอื่นที่ไม่ใช่ "สีกากี" ระบุว่า อาวุธที่ยึดได้จริงๆ อาจมีมากกว่าที่ปรากฏเป็นข่าว ตัวเลขอยู่ที่หลักสิบ แต่ไม่มีใครรู้ว่ายุทโธปกรณ์ที่เหลือหายไปไหน

จากรายงานของหน่วยงานความมั่นคงดังกล่าว ระบุว่า การเตรียมการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่ชุมนุมมีอยู่จริง และยังเชื่อมโยงกับการเตรียมการสำหรับต่อต้านการยึดอำนาจโดยการปฏิวัติรัฐประหารด้วย กลุ่มที่เตรียมการมีความพร้อมทั้งกำลังคนที่ผ่านการฝึกปรือ ตลอดจนยุทโธปกรณ์ มีทีม "โลจิสติกส์" ทำหน้าที่เคลื่อนย้ายอาวุธยุทธภัณฑ์ส่งให้เครือข่าย มีเจ้าหน้าที่รัฐบางรายบางระดับเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องของ "เซฟเฮาส์" ซึ่งเป็นจุดพักของ จุดพักคน และมีกลุ่มธุรกิจผิดกฎหมายทั้งบ่อนการพนัน ตู้ม้า คอยสนับสนุนทุนรอน

เครือข่ายนี้ทำงานมาตั้งแต่ปี 52-53 แม้บางรายถูกจับกุม แต่โดยมากคดีไม่คืบหน้า ทำให้กลุ่มเหล่านี้ยังไม่หยุด เพราะมีผลประโยชน์แลกเปลี่ยนกับฝ่ายการเมืองและเจ้าหน้าที่รัฐระดับสูง

กระนั้นก็ตาม ในมุมมองของ พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เขาให้น้ำหนักอีกด้านหนึ่งว่า ปฏิบัติการความรุนแรงประปรายที่เกิดขึ้นช่วงการชุมนุมของ กปปส. มาจากการกระทำของ "มือที่สาม" ซึ่งบางส่วนก็แฝงตัวอยู่ในสถานที่ชุมนุมนั่นเอง ส่วนผู้ต้องหาที่ถูกจับพร้อมอาวุธในท้องที่ สน.บางนา กำลังอยู่ระหว่างการสอบสวนว่าเกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรงช่วงการชุมนุมหรือไม่ อย่างไร

"เราทราบว่ามีมือที่สามแฝงตัวอยู่ พวกนี้พยายามทำให้เกิดความรุนแรง พยายามทำให้เกิดความขัดแย้ง ซึ่งต้องไปดูว่าเป็นมือที่สามที่ทำงานให้ฝ่ายไหน เพราะผู้ได้รับผลประโยชน์มีหลายฝ่าย" พล.ท.ภราดร ระบุ

ในแง่ของการดูแลสถานการณ์การชุมนุม เลขาธิการ สมช.บอกว่า ยังอยู่ในระดับที่ควบคุมสถานการณ์ได้ ไม่ต้องยกระดับมาตรการทางกฎหมายเป็นพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 (พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ) ส่วนเหตุการณ์รุนแรงหรือก่อกวนรายวัน ก็ได้ประสานทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ส่งกำลังเข้าไปดูแลมากขึ้นกว่าเดิม